ปัญหาและข้อเสนอการพัฒนาระบบพนักงานราชการ
"ปัญหาและข้อเสนอการพัฒนาระบบพนักงานราชการ"
จากที่ผู้เขียนได้เข้าร่วมประชุมกับสำนักงาน
ก.พ. เมื่อวันที่ 1 กันยายน พ.ศ. 2554 เวลา 08.30 - 12.00 น. ณ
โรงแรมดิเอมเมอร์รอล กรุงเทพฯ นั้น
ได้ผลสรุปของการประชุมดังนี้...
โดยนางสาวอัจฉรา โกศัลวัฒน์
ผู้อำนวยการสำนักพัฒนาระบบจำแนกตำแหน่งและค่าตอบแทน
ได้กล่าวเปิดและมอบให้คุณสมบุญและคุณลักขณา
เป็นผู้อธิบายเกี่ยวกับปัญหาของระบบพนักงานราชการและข้อเสนอการพัฒนาระบบพนักงานราชการ...
ปัญหาของระบบพนักงานราชการ
ที่มาของการพัฒนาระบบราชการ สืบเนื่องมาจาก พ.ศ. 2545
รัฐได้มีการปฏิรูประบบราชการ
โดยมีการปฏิรูปโครงสร้างของหน่วยราชการ คน
ระบบงานและอัตรากำลัง โดยโครงสร้างของหน่วยราชการนั้น
ได้มาจากการยุบส่วนราชการหรือเพิ่มกอง
ยกตัวอย่างที่ผู้เขียนได้รับผลกระทบในการปฏิรูปในครั้งนี้ ก็คือ
ผู้เขียนได้ถูกรัฐยุบส่วนราชการเดิม คือ สำนักงานการประถมศึกษาอำเภอ
โดยที่ผู้เขียนก็ต้องหาตำแหน่งใหม่เพื่อรองรับ คือ
สอบโอนมาอยู่ที่มหาวิทยาลัย ซึ่งถ้าผู้เขียนไม่สอบโอนมาอยู่ที่ ม.
ผู้เขียนก็มีทางเลือกคือ ลาออกจากราชการ และให้มีการเพิ่มกอง
เปรียบเทียบกับมหาวิทยาลัยราชภัฏที่เกิดใหม่ รัฐก็ปรับสถานะให้เป็นกรม
และมีการเพิ่มหน่วยงานในกรม คือ กอง
สำหรับระบบงาน พัฒนาขึ้นมาเรื่อย ๆ
และคนจะมีการปฏิรูปคนเป็นระยะ ๆ ส่วนเรื่องอัตรากำลัง
จะไม่มีการเพิ่มจำนวนข้าราชการ
ซึ่งปัจจุบันก็มีข้าราชการมากพอเกินกว่าที่จะจ้างให้มาเป็นข้าราชการใหม่อีกได้
สำหรับสภาพปัญหาและระบบพนักงานราชการเป็นไปตามเจตนารมณ์และหลักการ
ได้แก่
การจ้างงานแนวใหม่
จะดูจากภารกิจจำเป็นภาครัฐดำเนินการ สำหรับภารกิจอื่น ๆ
ให้ถ่ายโอน/จ้างเหมา เป็นการจ้างไม่ตลอดชีพ
เป็นการลดภาระงบประมาณ สำหรับรูปแบบการจ้าง
จะจ้างตามลักษณะงานและสัดส่วนการจ้าง
เพื่อแทนลูกจ้างประจำและลูกจ้างชั่วคราวโดยใช้สัญญาจ้าง
และบริหารตามผลงาน ระบบพนักงานราชการจะเน้นยืดหยุ่น โดย สรก.บริหาร
เป็นไปตามโครงการ/งานงบประมาณ
โดยกำหนดว่าถ้าเป็นพนักงานราชการตามภารกิจหลัก จะมีไม่เกิน 10 %
ภารกิจรอง ไม่เกิน 25 - 50 % และภารกิจสนับสนุน ไม่เกิน 50 - 75 %
ปัญหาของระบบพนักงานราชการ ไม่มีการวางแผนอัตรากำลังคน คือ
ไม่มีการวิเคราะห์อัตรากำลัง
สำหรับข้าราชการจะมีการวิเคราะห์อัตรากำลัง
พนักงานราชการเป็นการจ้างตามภารกิจหลัก ภารกิจรองและภารกิจสนับสนุน
ซึ่งกรอบพนักงานราชการจะมาจากจำนวนลูกจ้างประจำ +
จำนวนลูกจ้างชั่วคราว
สรุปสภาพปัญหาของระบบพนักงานราชการ
ได้แก่
1. เจตนารมณ์และหลักการ
2.
ไม่มีการวางแผนกำลังคน
3. จ้างงานผิดประเภท
4. ขาดประสิทธิภาพในการบริหารสัญญาจ้าง
5.
ค่าตอบแทน
6. ระบบติดตามขาดประสิทธิภาพ คือ ขาดระบบฐานข้อมูล
ขาดการประมวลผลข้อมูลเพื่อใช้ประโยชน์
ขาดระบบการติดตามและตรวจสอบ
7. อื่น ๆ ได้แก่ การสรรหา ขาดมาตรฐานกลาง
ระบบอุปถัมภ์การใช้บัญชีร่วม สำหรับด้านวินัย :
แนวปฏิบัติที่เป็นมาตรฐานและข้อหารือที่มีแนวโน้มสูงขึ้น
การพิจารณาของคณะกรรมการฯ
มีความเห็นว่า...
1. สร้างความเข้าใจ
2. คงสิทธิประโยชน์เดิม
3. การจ้างภารกิจหลักต่อเนื่อง
4. การต่อสัญญาจ้างต่อเนื่อง
5. สำรวจความคิดเห็นของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง
ข้อสรุปแนวทางในการพัฒนาระบบพนักงานราชการ
การจ้างระยะสั้น กับการจ้างระยะยาว
ระยะสั้น
การจ้างงานผิดประเภท
กำหนดสัดส่วนให้การจ้างพนักงานราชการหลัก 10 % รอง 50 % สนับสนุน 75
%
ขาดการบริหารสัญญาจ้าง
ปรับประบบการประเมินผลงาน (กำหนด KPI และระยะยาว)
ค่าตอบแทน
ปรับค่าตอบแทนตามผลการปฏิบัติงาน
ขาดมาตรฐานการดำเนินการทางวินัย
ปรับปรุงแนวทางการดำเนินการทางวินัย
ระยะยาว
ระบบสารสนเทศของพนักงานราชการ
ขาดการวางแผนกำลังคน
วางระบบ
ขาดการติดตามประเมินผลระบบ
วางระบบการต่อสัญญาจ้างที่เน้นประสิทธิภาพ
ขาดการบริหารสัญญาจ้าง
ข้อเสนอการพัฒนาระบบพนักงานราชการ
จากเดิมปัญหาของลูกจ้างชั่วคราว ได้แก่ งานเหมือนข้าราชการ
จ้างปีต่อปี แต่จ้างต่อเนื่อง (ไม่มีการเลื่อนขั้นเงินเดือน)
สำหรับลูกจ้างประจำ ได้แก่ ลักษณะงานที่เฉพาะเจาะจง
การจ้างงานตลอดชีพ เป็นภาระงบประมาณ
รัฐได้ปรับเป็นระบบพนักงานราชการ คือ เป็นการจ้างงานภาครัฐแนวใหม่
ได้แก่ ยืดหยุ่น คล่องตัว ตาม "สัญญาจ้าง" มีระยะเวลาเริ่มต้น -
สิ้นสุด "เงื่อนไขการจ้าง" ตามลักษณะงาน
มีการบริหารผลงานอย่างเข้มข้น
สำหรับปีงบประมาณ 2556 จะมีการเปลี่ยนแปลงสำหรับพนักงานราชการ
ซึ่งผู้เขียนยังไม่ขอแจ้งให้ทราบ
(ให้มีหนังสือแจ้งอย่างแน่นอนก่อน)...
การบริหารสัญญาจ้าง :
หลักเกณฑ์การต่อสัญญาจ้าง
ส่วนราชการต้องมีการวิเคราะห์ภารกิจ
โดยมีผลที่อยู่ในระดับดี
ส่วนข้ออื่น ๆ ผู้เขียนยังไม่ขอแจ้ง เพราะต้องให้ทางสำนักงาน ก.พ.
สอบถามความคิดเห็นของพนักงานราชการและผู้มีส่วนเกี่ยวข้องให้เรียบร้อยก่อน
จึงจะนำมาแจ้งให้ทราบได้...
ผู้เขียนได้แจ้งเรื่อง
สวัสดิการและความมั่นคงในอาชีพของพนักงานราชการให้ทางสำนักงาน ก.พ.
ทราบแล้ว...ขึ้นอยู่กับการนำเสนอในที่ประชุมของ คพร.
ว่าจะมีการดำเนินการอย่างไร...และผู้เขียนได้ปรึกษาคุณลักคณาแล้วเกี่ยวกับเรื่องเครื่องแบบปกติ
(ชุดสีกากี) คือ ไม่สามารถนำอินทรธนูของลูกจ้างประจำมาติดได้
เหตุผลก็อย่างที่ผู้เขียนได้บอกไปแล้วให้ทราบ...ขอให้ส่วนราชการที่รับผิดชอบนั้น
พิจารณาตามกฎหมายเดิมด้วย...สำหรับการถ่ายรูปทำบัตรประจำตัวพนักงานราชการนั้น
ก็สามารถถ่ายรูปเครื่องแบบพิธีการ (ชุดปกติขาว)
ทำบัตรประจำตัวพนักงานราชการได้...ตามที่ผู้เขียนได้แจ้งให้ทราบไปแล้วเหมือนกัน...สำหรับระบบพนักงานราชการนั้น
ไม่สามารถแก้ไขในเรื่องของเวลาหรือสัญญาจ้างได้...เหตุผล
เนื่องจากปัจจุบันรัฐได้วิเคราะห์แล้วว่าจำนวนข้าราชการที่รัฐมีอยู่ในปัจจุบันยังเกินกรอบอัตรากำลังที่รัฐควรมีอยู่...แต่อาจมีบางหน่วยที่เพิ่มข้าราชการ
นั่นคือ ความจำเป็นที่ต้องการให้เป็นข้าราชการ...
นี่คือ...การเปลี่ยนแปลงในช่วงรอยต่อของระบบใหม่กับระบบเก่า
จะทำให้เห็นถึงสิ่งที่รู้กับสิ่งที่ไม่รู้...
เพราะสิ่งที่รู้นั้นเมื่อเรารู้...เราต้องมีความเข้าใจอย่างแท้จริง...
และนำไปปฏิบัติได้โดยที่ไม่ผิด...

"การคิดเชิงสร้างสรรค์"...
สิ่งที่ผู้เขียนต้องการบอกน้อง ๆ พนักงานราชการ ว่า
ถ้าเรามีหนทางที่สามารถช่วยเหลือตัวเราได้
นอกจากอาชีพเป็นพนักงานราชการแล้ว ควรหาอาชีพอื่นเสริมรายได้
เพื่อเป็นการเสริมฐานตัวเอง...สำหรับตัวผู้เขียนก็ใช่ว่าจะหวังเพียงแต่เงินเดือน
เราสามารถทำสิ่งอื่นควบคู่ไปกับการทำงานเป็นพนักงานราชการหรือข้าราชการได้
เพียงแต่ยังไม่เห็นผลในตอนเรายังหนุ่ม
แต่จะไปเห็นผลในระยะยาว...ซึ่งในตอนนั้น เราคงหมดแรง
แต่เราก็จะได้ผลในการลงทุนในตอนหนุ่มที่ยังมีแรงมีกำลังที่คุ้มค่า...ในบั้นปลายของชีวิต...
และนี่ก็คือ...สิ่งที่ผู้เขียนได้ทำไว้เมื่อตอนที่ผู้เขียนได้เริ่มบรรจุ
เป็นข้าราชการ...แต่สำหรับปัจจุบันเป็นผลที่ได้โดยที่ผู้เขียน
และครอบครัวไม่เคยคิดเลยว่าจะมีผลที่มีค่าโดยนับเป็นราคาไม่ได้...
และถ้านับต่อไปอีก 10
กว่าปีข้างหน้า สิ่งนั้นคืออะไร?...
ตัวผู้เขียนเป็นข้าราชการ
ยังไม่ประมาท...และก็ต้องการบอก
น้อง ๆ
พนักงานราชการ ให้คิด ให้ทำ บางสิ่ง
บางอย่างในตอนที่
เรายังเป็นหนุ่มเป็นสาว ตอนที่เรามีกำลัง
มีแรง...
อย่าปล่อยเวลาให้เปล่าประโยชน์...เพราะเราจะได้รับผล...
ของการกระทำที่เราทำไว้ค่ะ...
น่ารักจังเลยค่ะ ที่พี่ได้เตือนน้อง
เรียนคุณบุษยมาศ
ตอนนี้เราเหมือนตาบอดคลำช้างนะครับ
การปฏิรูประบบราชการ เป็นเรื่องที่ข้าราชการตัวเล็ก ๆ จะคาดคิด
ส่งผลกระทบด้านขวัญและกำลังใจ ในการทำงานอย่างรุนแรง
การลดอัตรากำลัง ด้วยวิธีการต่างๆ เป็นเรื่องที่มีผลกระทบหลายด้าน
ธุรกิจมุ่งหวังผลกำไร ราชการมุ่งหวังประโยชน์สุขแก่ประชาชน งานที่เราทำไม่หวังผลกำไร
รับใช้ ราชกิจ เพื่อประชาชน หลวงจึงเลี้ยงทั้งพ่อ แม่ ลูก เมีย
ผมคิดได้แค่นี่ จึงตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด...
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะ...คุณ Baby...
สวัสดีค่ะ...คุณเลิศฤทธิ์...
สวัสดีค่ะ...คุณชำนาญ...
เรียนท่านบุษยมาศที่นับถือ
ขอบคุณสำหรับความรู้ใหม่ที่นำมาแบ่งปันนะคะ มีประโยชน์มากค่ะ
สวัสดีค่ะ...คุณยาย
อาจารย์ครับ สรุปแล้วคือไม่มีอะไรคืบหน้า ไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเลยหรือครับ
ปี 2556 จะมีการเปลี่ยนแปลงอะไรครับ ทาง + หรือทาง - ครับ อาจารย์บอกหน่อยได้ไหมครับ อยากจริงๆ ครับเผื่อจะได้ตัดสินใจอนาคตได้ง่ายขึ้น
ขอบคุณครับ
ตอบ ...คุณโอภาส...
ขอขอบคุณอาจารย์มากเลยค่ะ ที่ได้นำเรื่องราวการเข้าร่วมประชุมมาเล่าให้พนักงานราชการฟัง เมื่อได้ฟังอาจารย์แล้วยิ่งไม่สบายใจมากเลยค่ะ เพราะมีการกำชับว่าไม่ให้อาจารย์แจ้งก่อน เกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในปี 2556 หนูยิ่งกลัวเพราะหนูไปกู้หนี้มาเพื่อสร้างบ้าน 400,000 บาท เมื่อเดือนเมษายน ปีนี้เอง โดยเอาที่นาที่พ่อแม่แบ่งให้จำนวน 5 ไร๋ เป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน ถ้าเขาเลิกจ้างหนูจะไม่หมดทั้งบ้านและที่นาพร้อมกันเลยเหรอค่ะ งานเดี๋ยวนี้ก็ยิ่งหายาก อาจารย์กรุณาช่วยแง้มหน่อยได้ไหมค่ะว่าเปลี่ยนไปในทางบวกหรือทางลบ จะขอบคุณมากเลยค่ะ จากผู้ที่ชีวิตกำลังแขวนบนเส้นด้าย
ตอบ...หมายเลข 11...
มีความสุขมากๆนะครับในเดือนรอมฎอนอันเป็นมงคล
หวังว่าคงเป็นข่าวดืนะครับอาจารย์...ใจคอไม่ดีเลย..เป็นหนี้ ธ.ก.ส.เขาอยู่ 200.000...ทำไมถึงไม่บอกเลยนะอาจารย์..หรือว่ายังสรุปเเน่นอนไม่ได้...อายุก็เยอะขึ้นทุกๆวัน...อ่อนใจจังเลยอาจารย์...
สวัสดีค่ะ...คุณเบดูอิน...
ตอบ....หมายเลข 14...
ขอบคุณสำหรับข้อมูลดีๆ ที่นำเสนอให้กับพวกเราได้ติดตามอยู่ตลอดนะคะ
และขอบคุณที่ช่วยเป็นตัวแทนของพนักงานราชการทุกคน
ชีวิตนี้ คงไม่ดิ้นรนไปมากกว่านี้แล้วล่ะ ได้ทำงานอยุ่ใกล้บ้าน มีโอกาสได้อยุ่กับพ่อและแม่
แม้จะไม่ได้เป็นข้าราชการแต่ก็ไม่เคยคิดเสียใจอะไร งานเราก็ทำได้ทุกอย่างเหมือนที่ข้าราชการเขาทำ
ผลตอบแทนก็ได้เท่าที่ทำ แม้จะทำแล้วเขาไม่เห็นก้นึกสะว่าทำเพื่อประโยชน์ส่วนรวม ทำเพื่อแผ่นดินที่เราเกิด
ได้อ่านเรื่องราวของพี่ยิ่งรุ้สึกได้ข้อคิดดีๆ ขึ้นมาอีกเยอะเลย
หนูเองก็ลูกหลานชาวนาเหมือนกัน ตอนนี้คิดและหวังอย่างเดียวคือให้พ่อกับแม่ได้อยุ่อย่างสบาย
ไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยเหมือนเมื่อก่อนก้พอ
ขอเป็นกำลังใจให้คนดีๆ อย่างคุณพี่บุษยมาศ อยากให้คนรอบข้างเป็นเหมือนพี่จังเลย...ชีวิตการทำงานคงแฮปปี้ดีกว่านี้
ก็ขอให้พี่และครอบครัวมีความสุข ความเจริญ ยิ่งๆ ขึ้นไปนะคะ
น้องนง ค่ะ
ตอบ...น้องนงค์...
ดีครับอาจารย์ ผมเป็นสมาชิกใหม่ครับ ได้อ่านที่อาจารย์แนะนำ โอเคเลยครับ ก็อยากบอกนะครับ ผมภูมิใจที่สอบเป็นพนักงานราชการได้ และภูมิใจกับหน้าที่นี่มากมายครับ ถ้าเป็นไปได้อยากให้อาจารย์ได้นำเรียนกับ คพร.ว่า มีพนักงานราชการอีกส่วนหนึ่งที่ภูมิใจและเต็มใจที่จะเป็นพนักงานราชการต่อไป เพราะอะไรหรือ ก็เพราะว่า ในความคิดผมนะ มันมีเกียรติและมีศักดิ์ศรีมากมายครับ และที่ผมไม่ไปไหน ก็เพราะว่า ผมสอบได้ สอบเป็นพนักงานราชการรุ่นแรก ของกรม กรมหนึ่ง ซึ่งเปิดสอบทั่วประเทศ และผมก็สอบได้ และได้ทำงานใกล้บ้าน
ถามว่าได้ทำงานใกล้บ้านสำคัญยังไงครับ สำคัญก็คือ ได้อยู่ใกล้บ้าน ได้อยู่ใกล้ภรรยาและลูก ได้อยู่ใกล้พ่อกับแม่ด้วยครับ จึงมีพนักงานราชการส่วนหนึ่ง ไม่ไปสอบที่อื่น ไม่ขยับตัวเองเพื่อความก้าวหน้า เพราะเหตุผลนี้เป็นสำคัญ ถึงแม้ใครว่าเป็นแค่พนักงานราชการ แต่ส่วนตัวผม ผมเป็นถึงพนักงานราชการ ที่เคยสอบกับคนทั้งประเทศ ผมเลยภูมิใจมากครับ
อยากจะให้อาจารย์ได้บอกกับ คพร. เรื่องนี้ด้วยครับ ว่าถ้าจะมีการยกเลิกการจ้างพนักงานราชการ หรือให้สอบใหม่ ขอนะครับ ได้โปรดอย่าทำร้ายจิตใจกันแบบนั้น เพราะผมก็ทุ่มเทแรงกาย แรงใจทำงานอย่างสุดความสามารถ เพื่องาน เพื่อตัวเอง และเพื่อครอบครัว อยากที่ให้คพร. เห็นความสำคัญตรงนี้ด้วย เพราะค่าจ้างที่ผมได้ ผมไม่ได้ใช้คนเดียวครับ ผมใช้กันทั้งครอบครัว ถามว่าทำไมไม่ไปสอบที่อื่น ไม่ไปสมัครงานที่อื่น ตอบตามตรงนะครับ ก็ผมรักที่จะทำงานที่นี่ รักที่จะเป็นพนักงานราชการครับ
อีกอย่างนะครับ ถ้าจะให้มีการสอบใหม่ หรือยกเลิกของเก่าแล้วสอบใหม่ แล้วที่ผมเคยสอบมา เคยพยายามมา มันก็จะสูญเปล่าครับ อีกอย่าง งานบางอย่าง ที่เป็นงานต่อเนื่อง สมควรไหมครับที่จะจ้างคนคนใหม่ เพื่อมาเรียนรู้ และทำความเข้าใจใหม่ มันจะทำให้หน่วยงานเสียบุคลากรที่มีคุณภาพ เพื่อที่จะรับคนใหม่มาเรื่อยๆหรือไม่ครับ
ถ้าอาจารย์ได้นำข้อเสนอของผมไปบอก คพร. ขอบคุณมากเลยนะครับ
ตอบ...คุณ acerint...