ก่อนที่จะสายไป
ไม่ค่อยได้อยู่หน้าจอคอมพักนี้ เมื่อมีโอกาสก็ได้เปิดเช็คเมล์ทั้งหมด ก็พบว่าน้องสาวของเพื่อนได้ส่ง Link นี้มาให้อ่านเป็นเรื่อง วันนี้คุณคิดถึงผู้หญิงคนนี้หรือยัง พอเปิดเข้าไปก็พบว่าเป็นการสื่อสารด้วยภาพ ชอบใจมากครับ ผมเลยขอนำมาลงไว้ที่นี่ เผื่อจะได้นำไปใช้อีกในวันหลังเพื่อสื่อสารสาธารณะ ไม่ต้องเที่ยวตามหา ซึ่งไม่แน่ว่าจะเจอได้ง่าย ๆ ไหม ดังนี้ครับ
|
![]() |
|
|
อุ้มชูทะนุถนอม |
สนุก สบาย |
แบกรักด้วยรัก |
แบกภาระด้วยรัก |
|
|
|
|
หนัก เริ่มไม่ไหว |
ฉุด ลาก กระชาก ดึง |
ยอม ด้วยทดท้อ |
อ่อนแรง ไม่ไหว |
วันนี้คุณคิดถึงผู้หญิงคนนี้หรือยัง
ก่อนที่จะสายไป...ทำดีกับเธอด้วยนะ
ใครดูแล้วเกิด idea อะไรบ้างล๊ะครับ
สำหรับผมสะท้อน “ชีวิต” ได้อย่างมากมายเหลือเกิน

โห...ดูแล้วซาบซึ้งมากคะ...ขออนุญาตนำเผยแพร่ต่อนะคะ...
เป็นภาพที่ดีมากครับ
ผมคิดถึง “แม่” ครับ/// เมื่อไหร่จะกลับบ้านเล่าลูก? แม่โทรศัพท์มาเมื่อวาน…ผมนิ่ง ทบทวนกับตัวเอง ภารกิจที่ไม่เคยว่างเว้น และพอ อ่านบันทึกนี้ทำให้ผมคิดถึง…มากขึ้น
"แม่"...คือ พระ
ผู้ให้...อย่างแท้จริง...
ให้โดยไม่หวังผลตอบแทนใดใด...ทั้งสิ้น
ความรัก..ของแม่...
คือ...ความรักที่แท้จริง...ที่สุดในโลกนี้
ดูแล้วคิดถึงแม่เลยครับ เพราะผมก็ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเรียนและทำงานไกลครับ
ผมอยากแลกเปลี่ยนเรียนรู้กับคุณชายขอบนิดนึงครับ พอดีเห็นบันทึกนี้ของคุณชายขอบ
คือมีวันหนึ่งผมได้ดูละครวัยรุ่นเรื่องนึง Topic ในการนำเสนอ เขาพูดถึงเรื่อโทรศัพท์มือถือ ที่ทำให้คนเราเหมือนอยู่ใกล้กัน แต่อยู่ไกลกันมากขึ้น คุณชายขอบคิดว่าอย่างไรเหรอครับ
เหมือนกับที่ผมตอนนี้ ต้องมาอยู่ที่ไกลจากบ้าน ก็มีแต่โทรศัพท์ที่พึ่งพาได้ โทรกลับไปหาพ่อหาแม่ แต่ละครเรื่องนั้นเขานำเสนอว่า การที่มีโทรศัพท์แล้วเราโทรกลับไป ทำให้เราเหมือนได้อยู่ใกล้แล้ว เราจึงไม่ได้กลับไปเยี่ยมเยียนท่านจริง ๆ เพียงแต่เยี่ยมเยียนทางโทรศัพท์ครับ
เป็นภาพที่สะท้อนความรู้สึกได้ดีจริงๆ ค่ะ “คนคนหนึ่งที่เสียสละได้มากมายอย่างคาดไม่ถึง ถ้าสังคมสามารถปลูกฝังหรือสร้างความรู้สึกเสียสละให้แก่กัน โดยไม่คาดหวังสิ่งตอบแทนได้แม้เพียงครึ่งเดียวของคนคนนี้ สังคมคงเป็นสุขมากขึ้นค่ะ” ขออนุญาตนำไปเผยแพร่ต่อนะคะ ขอบพระคุณค่ะ
เมื่อวานนั่งรถเพื่อนท่ามกลางสายฝนพรำ
เขาเปิดบทเพลง ของ*คุณอ้อย วงกะท้อน*
ซึ่งเสียงเธอแสนระรินร่ำฝากร้าวรอนซึ้งเศร้า...
ให้แสนเหน็บหนาวใจเป็นยิ่งนัก
นั่งน้ำตาเอ่อซึมด้วยบทเพลงนี้
ที่แสนสะท้อนสะเทือนใจ
จึ่ง..
โทรไปร้องขอ*เขา*ในนาทีนี้
เปิดบทเพลงนี้
เพื่อน้อมนำเนื้อเพลงมากำนัล
แด่ทุกดวงใจรัก..*Gotoknow *
ได้ปันแบ่ง..เรียนรู้โลกย์อันแสนซึ้งโศกสะเทือนค่ะ
.........
*น้ำตาแม่..*
หยาดเหงื่อท่วมตัว ท่วมหัว โทรมกาย
เหงื่อที่รินไหล คือแรงงาน ที่ทนทำกิน
ส่งเจ้าเข้าเรียน ให้พากเพียร ให้ทุกทุกสิ่ง
ถึงตัวจะกินไม่ค่อยอิ่ม ก็ขอให้ลูกสบาย
ทนหาบของขาย เหงื่อท่วมกาย ไม่เคยจะท้อ
ถึงแดดจะเผา จะร้อนเพียงใด ไม่เคยจะล้า
เก็บเงินค่าเทอม ส่งเจ้าเรียนให้มีการศึกษา
ค่าน้ำประปา รวมทั้งค่าไฟ ใกล้มาสิ้นเดือน
ช่างโชคร้าย ลูกชายทำตัว แหลกเหลว
คบเพื่อนคนเลว มั่วสุมเสพของมึนเมา
สูบกัญชา ดมทั้งกาว ทั้งกินเหล้า ทุรนทุราย
ใจแทบขาด เมื่อครั้งลงแดง
หมดความหวัง หมดพลังจะขวนขวาย
กอดลูกชาย น้ำตาไหล
โรยแรงอ่อนล้า แทบสิ้นตัว สิ้นกำลัง
หมดความแข็งแกร่ง
แม่สิ้นแรง เมื่อเจ้าสิ้นลม สิ้นใจไปต่อหน้า..
เจ้าจากไปแล้ว ใครเล่าใครจะอยู่กับแม่
ดั่งฝนหล่นพรำ น้ำตาแม่ไหล แทบเป็นสายเลือด
Dr.Ka-poom
ซาบซึ้งเช่นกันครับ แต่ตอนนี้แม่ผมไม่อยู่แล้วนี่สิครับ เลยรู้สึกเหมือนว่าจะสายไปครับ
คุณรุ่งศักดิ์
ขอบคุณมากนะครับ ที่เข้ามา ลปรร.กัน
ด้วยรักนี้ที่แม่ให้
เราเกิดมา.........มีชีวิตเพื่อกันและกัน
สายเลือดอันอบอุ่น...........สายน้ำนมอันยิ่งใหญ่
เป็นสายใจ ถักทอด้วยใยรัก และผูกพัน
รวมเป็น....เส้นทางใจ....ไหลรวม .....เป็นเส้นทางชีวิต
ที่จิตวิญญาณมิอาจจะพรากจากกันได้
แม่ เปรียบเสมือนลมหายใจของธรรมชาติ
ที่ก่อให้เกิดชีวิตอันยิ่งใหญ่ของมวลมนุษยชาติ
สำหรับฉัน เรียนรู้ ที่จะรักโลก .....และ....ทุกสรรพสิ่ง
ฟ้ากว้าง...ภูเขา...ท้องทะเล...แมกไม้......สายน้ำ...
ด้วยใจดวงพิเศษพิสุทธิ์.................
ที่แม่หล่อหลอมให้ฉันมี.....ให้ฉันเป็น...
และให้ฉันเห็นทุกสิ่งจาก.......
ตาภายใน.คู่พิเศษ ที่ไม่จำเป็นต้องงามงด
แต่หมดจดเพื่อเก็บรายละเอียดของความงามบริสุทธิ์
ที่รายล้อมรอบตัวเรา.......
ด้วยมิติที่ล้ำลึก.............
เห็นชีวิต จิตวิญญาณของผู้คน โดยการให้ความรัก ......
ความเข้าใจ..ให้อภัย ให้ความเมตตา และแน่นอน
ให้กำลังใจสำหรับผู้ยากไร้มากมายที่ไร้หวัง.......................
โลกของชีวิตฉันจึงเงียบ สงบงาม กว้างใหญ่
มากล้นด้วยน้ำใจ ที่พร้อมจะเป็น....ผู้ให้..........
ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของชีวิต
ในโลกอันสับสนวุ่นวายของการแสวงหาใบนี้..............
แม่ของฉันคือธารน้ำใสไหลเย็น ที่ชุ่มฉ่ำ
พร้อมจะรินรดหยดลงบนใจทุกดวงที่ได้ชิดใกล้..........
ถ้าฉันจะเปรียบแม่เป็น ...ดอกไม้งาม......
แม่ของฉันคือ....ดอกมะลิ เป็นพันธุ์ไม้ไทย ที่มีกลิ่นหอมละมุน
ดอกสวยสะอาดตา ดูบอบบาง แต่อ่อนหวาน และอ่อนโยน..........
ในขณะเดียวกันเธอเปรียบประดุจ....พุทธะ..ประจำใจของฉัน
เธอคือผู้รู้ ผู้ตื่น ผู้เบิกบาน
ที่บานไสวอยู่ในใจของฉันเพื่อนำทางชีวิตให้สว่างไสว ตลอดมา ...
และ....ตลอดไป
ฉันขอสดุดี ผู้หญิงที่เป็นแม่ทุกคนในโลกนี้
ที่ได้สอนให้ลูกได้เรียนรู้จากการกระทำที่เสียสละ
ดูแลลูกด้วยความอดทน ด้วยความรัก ด้วยความเข้าใจ
ด้วยดวงใจที่ไม่เคยหวังสิ่งใดใดตอบแทน.......
เพียงเพื่อขอให้ลูกทุกคนได้เติบโตอย่างแข็งแรง
ทั้งร่างกายและจิตใจที่มีคุณค่า.......
เพื่อยังประโยชน์ให้แก่ ครอบครัว
แก่สังคม และเพื่อจรรโลงโลกใบนี้ให้มีแต่ความดีงาม
ความสงบสุข ตราบนานเท่านาน.....
ร้อยมาลัย ด้วยความดี มีคุณค่า
แทนคำว่า กตัญญู ในใจฉัน
โลกหมุนเวียน เปลี่ยนเดือน ปี ชั่วกัปป์กัลป์
ด้วยรักนี้ ที่แม่ให้ นั้นยิ่งใหญ่เอย ..
คุณน้องจตุพร
ผมก็คิดถึงแม่เช่นกันครับ
ที่เฝ้าหวงห่วงลูกแต่หลังเมื่อยังนอนเปล
แม่เราเฝ้าโอ้ละเห่
กล่อมลูกน้อยนอนเปลไม่ห่างหันเห ไปจนไกล
แต่เล็กจนโตโอ้แม่ถนอม
แม่ผ่ายผอมย่อมเกิดจากรักลูกปักดวงใจ
เติบ โตโอ้เล็กจนใหญ่
นี่แหละหนาอะไร มิใช่ใดหนาเพราะค่าน้ำนม
ควร คิดพินิจให้ดี
ค่าน้ำนมแม่นี้ จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสม กลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกิน ทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย
ควร คิดพินิจให้ดี ค่าน้ำนมแม่นี้
จะมีอะไรเหมาะสม
โอ้ว่าแม่จ๋า ลูกคิดถึงค่าน้ำนม
เลือดในอกผสมกลั่นเป็นน้ำนมให้ลูกดื่มกิน
ค่าน้ำนมควรชวนให้ลูกฝัง
แต่เมื่อหลังเปรียบดังผืนฟ้าหนักกว่าแผ่นดิน
บวช เรียนพากเพียรจนสิ้น
หยดหนึ่งน้ำนมกินทดแทนไม่สิ้นพระคุณแม่เอย...
........................
โอบอุ้มเฝ้าฟูมฟัก
ถนอมรักร่วมแรงสร้าง
ทุ่มเทถากถางทาง
ถ่ายทอดสิ้นทิ้งวิญญาญ์
เจ้าเจ็บก็เจ็บด้วย
ยามล้มป่วยปรารถนา
แบ่งเบาเอามันมา
เหมือนชีวิตผูกติดกัน
เคี้ยวข้าวขาวอุ่นๆ
ค่อยค่อยป้อนเจ้าจอมขวัญ
เติบโตขึ้นตามวัน
และติดตามด้วยความรัก
..................
คุณจิระนันท์..พิตรปรีชา
http://www.kapook.com/musicstation/newmusicstation/play.php?id=3541
เนื้อร้อง
อุ่นใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อุ่นอกอ้อมแขนอ้อมกอดแม่ตระกอง
รักเจ้าจึงปลูก รักลูกแม่ย่อมห่วงใย
ไม่อยากจากไปไกล แม้เพียงครึ่งวัน
ให้กายเราใกล้กัน ให้ดวงตาใกล้ตา
ให้ดวงใจเราสองเชื่อมโยงผูกพัน
อิ่มใดๆ โลกนี้มิมีเทียบเทียม
อิ่มอกอิ่มใจ อิ่มรักลูกหลับนอน
น้ำนมจากอก อาหารของความอาทร
แม่พร่ำเตือนพร่ำสอน สอนสั่ง
ให้เจ้าเป็นเด็กดี ให้เจ้ามีพลัง
ให้เจ้าเป็นความหวังของแม่ต่อไป
ใช่เพียงอิ่มท้อง
ที่ลูกร่ำร้องเพราะต้องการไออุ่น
อุ่นไอรัก อุ่นละมุน
ขอน้ำนมอุ่นจากอกให้ลูกดื่มกิน
.............
แก้ตัวหนังสือให้เด็กเล็กลงหน่อยค่ะยิ้ม
เป็นภาพและเรื่องที่ดีมากเลยค่ะ
อ่านแล้วอยากเขียนเรื่องแม่สักเรื่อง..
คุณ ............ ครับ
ขอบคุณมากเลยครับ ผมนั่งอ่านเนื้อเพลงนี้ "ค่าน้ำนม" จะอึ้งเสมอ
ซาบซึ้งใจมากๆสุดยอด....อย่าลืมแม่นะครับ.วันแม่ปีนี้ท่านจะให้อะไรตอบแทน?
เห็นภาพแล้วทำให้นึกถึงเวลาเราดื้อกับแม่ เรามักจะชอบเถียงหรือไม่ก็นิ่งเหมือนคนไม่มีชีวิตจิตใจเมื่อเวลาเราไม่พอใจ ต่อไปเวลาจะดื้อกับแม่คงต้องคิดถึงภาพและเพลงค่านำนมค่ะ
ใครที่ยังมีแม่ให้ดูแล อย่าลืมให้ช่วงเวลาดี ๆ เหล่านี้หายไปนะคะ สำหรับตัวเองถึงแม้จะไม่มีแม่ให้ดูแลแล้ว แต่จะพยายามทำตัวเป็นแม่ที่ดี และเป็นลูกสะใภ้ที่ดี ค่ะ
คุณ ปภังกร วงศ์ชิดวรรณ
โทรศัพท์ทำให้ห่างหรือใกล้ชิดกัน ผมมองว่าใกล้ชิดครับ ส่วนที่ทำให้ห่างเพราะเราหวังพึ่งพามากเกินไป พ่อผมจะสบายใจครับหากได้พบปะกันทางโทรศัพท์ เมื่อยามห่าง ๆ กัน ทำให้ใกล้ชิดกัน แต่พ่อก็พูดเสมอว่าเมื่อถึงโอกาสที่สมควรตามประเพณี ควรอย่างยิ่งที่จะต้องเดินทางมาด้วยตัวเองเพื่อพบกัน พ่อ-แม่-พี่-น้อง
ที่บ้านหากมีใคร(ลูก)สักคน ก็เพียงพอแล้ว เพราะยังไงพ่อก็ถือว่าเป็นตัวแทนของลูกคนอื่นด้วย ด้วยสังคมทุกวันเป็นไปไม่ได้ที่ลูกทุกคนจะมาอยู่รายรอบ สำหรับผมก็เช่นเดียวกัน หากต้องเดินทางไปไหนหลาย ๆ วันติดต่อกัน ก็จะยังมีน้องสาวที่อยู่ใกล้ ๆ ผมจะไปคุยว่ากี่วันถึงกลับ หรือรายละเอียดอื่น ๆ ที่ทำก็เพราะคำพูดพ่อที่ว่า "ใคร(ลูก)สักคน ก็เพียงพอแล้ว เพราะยังไงพ่อก็ถือว่าเป็นตัวแทนของลูกคนอื่นด้วย พ่อเข้าใจ"
การใช้โทรศัพท์เพราะเราจำเป็น เน้นว่าจำเป็นใช่ละเลย ดีกว่าในสมัยก่อนครับ สมัยผมออกจากบ้านไปเรียนหนังสือ เราติดต่อกันยากมาก มีปีหนึ่งน้ำท่วมหนักมากที่พัทลุง ผมกับน้องชายติดกันอยู่ที่ตัวเมือง เรากลัวว่าที่บ้านจะเป็นห่วง เราจึงชวนกันเดินตามทางรถไฟตั้งแต่ช่วงเช้า จนถึงบ้านในช่วงบ่าย เพียงเพราะเราติดต่อกันไม่ได้ และอยากกลับบ้านครับ