สัปดาห์ที่แล้วดิฉันถูกภาระหน้าที่ พาไปให้อยู่บนเขาสูง ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์มือถือ ไม่มีร้านค้า ไม่มี gotoknow  2 วัน ที่อยู่ที่นั่นปิดโทรศัพท์เก็บไว้ก้นกระเป๋า ไม่คิดถึงมันอีกเลยขากลับ พอออกจากภูเขามาได้ เสียงโทรศัพท์มือถือเพื่อนร่วมทางดังทุก ทุก 2 นาที ดูเหมือนธุระจะประเดประดังเข้ามาทันทีเมื่อมีสัญญาณโทรศัพท์ ส่วนของดิฉันก็ยังคงเก็บอยู่ในกระเป๋าเดินทางเหมือนเดิม ดิฉันลืมมันไปแล้ว เพิ่งจะนึกได้ตอนที่มีเสียงเรียกเข้าของเพื่อนๆ นี่หล่ะ
         "รู้สึกกังวลขึ้นมา ว่าจะมีคนต้องการธุระกับดิฉันมั๊ยถ้าไม่เอามาไว้กับตัว จึงอยากได้โทรศัพท์มาไว้ที่ตัวมาก แต่เกรงใจคนขับรถก็เลยนั่งนิ่งๆ เก็บความกังวลไว้ซะ" 
         "อยากกินกาแฟ แล้วไม่ได้กิน มันดูเฉา ๆ ไม่มีแรงยังไงพิกล"
         
        หันไปชวนเพื่อนสนทนาว่า "ติด" สองอย่างนี้เหมือนกันมั๊ย  แบบว่าไม่ยอมรับค่ะ   คู่สนทนาของดิฉันแสดงความเห็นว่า อาการติดกาแฟ เป็นอาการทางกาย ที่อยากกินให้กระปี้กระเปล่า อาศัยตัวคาเฟอีนเป็นกระตุ้น  อาการกังวลเรื่องโทรศัพท์ เป็นอาการทางใจ แต่ดิฉันคิดดูแล้ว มันเป็นอาการทางใจทั้งคู่นั่นแหล่ะ ติดกาแฟเพราะเราติดกลิ่น ติดรสชาดยี่ห้อที่คุ้นลิ้น คุ้นกลิ่น ติดโทรศัพท์ติด เพราะเราติดเพื่อนติดความห่วงหาอาทรจากคนใกล้ชิดที่จะส่งเสียงมาตามสาย ติดชื่นใจที่ได้รู้ว่ามีคนคิดถึงเรา

            ในวันนั้นอีกหนึ่งความรู้สึกที่ไม่ได้บอกคู่สนทนา คือ 2 วันที่ผ่านมา ดิฉันยัง "คิดถึง กังวลถึง gotoknow นึกในใจว่ากลับถึงบ้านเมื่อไรจะเปิดอ่านก่อนทำอย่างอื่น"   นี่ก็น่าจะเป็นอาการทางใจเช่นกัน