ไปฟังเยาวชนพูด เรื่องการดูแลเด็ก

          ผมได้รับการเชิญจากกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(สำนักงาน สท.) ให้ไปช่วยดำเนินการปลุกเร้าเยาวชนทั้งหลายให้แสดงความคิดเห็นในเรื่องการดูแลปกป้องเด็ก  ช่วงต้นเดือนเดินทางไปที่พิษณุโลก เป็นโซนภาคเหนือที่เยาวชนหลายจังหวัดทางภาคเหนือเดินทางเข้ามาร่วมประชุม จันทร์ที่ผ่านมาไปที่อยุธยาเป็นโซนของจังหวัดต่างๆ ในภาคกลาง

          เยาวชนแต่ละภาคจำนวน 150 คน  ส่วนใหญ่เป็นผู้นำจากสภาเด็กและเยาวชนจังหวัด หรือไม่ก็เป็นประธานสภาเด็กนักเรียน  มิติของการแสดงออกและความคิดความอ่านจึงฉะฉานและแหลมคมไม่น้อย  สรุปโดยสังเขปได้ดังนี้

          -ครอบครัว พ่อแม่ให้เวลากับลูกน้อยลง  ทะเลาะและหย่าร้างกันมากขึ้น เด็กก็เชื่อฟังพ่อแม่น้อยลง

          -การศึกษา แม้จะเรียนฟรี แต่ครูก็ทุ่มเทน้อย โรงเรียนและเด็กชนบทยังถูกทอดทิ้ง ได้รับการสนับสนุนไม่เท่าโรงเรียนและเด็กในเมือง

          -ศาสนา  ยังห่างไกลจากเด็กและเยาวชน คำสอนเข้าใจยากและเป็นนามธรรม

          -สังคม  เต็มไปด้วยอบายมุข สถานบันเทิงมีมากมาย ยาเสพติดซื้อหาง่าย

          -สื่อ  ยังลงแต่เรื่องไร้สาระ ส่วนสื่อที่เด็กได้ดูนั้นส่วนมากเป็นสื่อลามก

          ผู้นำเยาวชนเหล่านี้  ยังได้นำเสนอทางป้องกันแก้ไข ไว้อย่างน่าสนใจ

          1.ครอบครัวต้องได้รับการเตรียมความพร้อม หากจะมีครอบครัวต้องพร้อมจะดูแลเด็กที่เกิดมา ครอบครัวที่อ่อนแอต้องมีหน่วยงานให้คำปรึกษาหารือ 

          2.การปฎิรูปการศึกษานั้น คิดถึงโรงเรียนและเด็กชนบทให้มาก และอย่าลืมเรื่องพื้นฐานที่เด็กทุกคนต้องได้เรียนอย่างจริงจัง โรงเรียนชนบทต้องได้รับการสนับสนุนและส่งเสริมเต็มที่

          3.ศาสนาเป็นเรื่องสำคัญ ต้องเข้าถึงเด็กและเยาวชน การเผยแพร่ศาสนาต้องทำให้สนุกและเข้าใจง่าย

          4.สังคมต้องทำให้สะอาด ต้องใช้กฎหมายควบคุมและจัดการสิ่งไม่ดี พร้อมสร้างสังคมและพื้นที่แห่งการเรียนรู้ให้มีอยู่ทั่วไป

          5.ต้องมีกองทุนส่งเสริมให้สื่อที่ดีดีเกิดขึ้นมากๆ ให้เด็กและเยาวชนได้ร่วมในการผลิตสื่อที่ดี ส่วนสื่อลามกนั้นให้จัดการอย่างเด็ดขาด 

          พวกเขาทิ้งท้ายได้อย่างคมคายว่า เด็กและเยาวชนเองก็ต้องเรียนรู้เข้าใจในเรื่องสิทธิของตนเอง  จัดการหน้าที่ที่มีอยู่ให้เรียบร้อย  ฝึกการมีวินัยในตนเองและต้องหมั่นเรียนรู้และรับผิดชอบต่อสังคมอยู่เสมอ

          ช่วงท้ายนี้ เป็นเป้าหมายที่ผู้ใหญ่ใฝ่ฝันให้เด็กในประเทศของเราเป็นเช่นนี้มิใช่หรือ