เด็กๆได้เห็นประเพณีที่ชาวหนองบัวสืบทอดกันมาแต่โบราณ

    วันนี้นักสืบค้นที่น่ารักของเราทำงานกันค่อนข้างหนัก และเหน็ดเหนื่อยตลอดทั้งวันเพราะต้องเดินตามขบวนพ่อครูแม่ครูเพลงที่สาธิตพิธีร่อยพรรษาไปด้วย ช่วยกันแบกอุปกรณ์ และผลัดกันบันทึกภาพทั้งเบื้องหน้าเบื้องหลังไปด้วย แม้จะเหน็ดเหนื่อยแต่ก็ถือว่าคุ้มค่า เพราะเด็กๆได้เห็นประเพณีที่ชาวหนองบัวสืบทอดกันมาแต่โบราณ ในปัจจุบันถือได้ว่าแทบจะไม่มีให้เห็นกันแล้ว(จากคำบอกเล่ามีเหลืออยู่แค่ 2 แห่งเท่านั้นในกาญจนบุรี) นั่นคือประเพณีการ"ร่อยพรรษา"

     พิธีกรรมก็คือพ่อครูแม่ครูเพลงเหล่านี้จะนัดหมายกันออกมาในเวลาพลบค่ำจนถึงดึก แต่งตัวสวยงามถือขันรับบริจาค และร้องเพลงไปตามถนนในหมู่บ้าน แล้วแวะตามบ้านต่างๆ เพื่อเชิญชวนทำบุญ บทเพลงจะผลัดกันร้องผลัดกันรับ ฟังแล้ววังเวงชอบกล ขนาดครูเพลงเองสมัยเด็กๆ ยังกลัวเลย ครูเพลงเล่าว่าเมื่อก่อนคนร่อยพรรษาจะปิดหน้าให้เห็นแต่ลูกกะตา ไม่ให้ใครรู้ ทุกบ้านจะไม่รู้เลยว่าขบวนร่อยพรรษาจะมาเมื่อไหร่ กระทั่งเสียงร้องแว่วมากับสายลมยามค่ำคืน เย็นยะเยือกจับใจ แล้วเสียงเพลงมาดังอยู่ตรงหน้าบ้านนั่นแหละถึงได้รู้  คนในบ้านก็จะรีบนำเงินมาร่วมทำบุญ ขบวนร่อยพรรษาก็จะร้องเพลงอวยพรให้ ก่อนที่จะเคลื่อนขบวนออกไป

    พ่อครูแม่ครูเพลงเหล่านี้อายุอานามแต่ละท่านก็มากแล้ว ยังมองไม่เห็นคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาสืบทอดประเพณีเก่าแก่นี้เลย อีกไม่นานมันก็คงจะสูญหายไปตามกาลเวลา..เหลือไว้แต่เพียงตำนานที่เล่าต่อๆไปสืบลูกสืบหลานคนหนองบัวในวันข้างหน้า... จึงหวังเพียงว่าเด็กๆ นักสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนเหล่านี้เขาจะได้ซึมซับสิ่งดีงามเหล่านี้เอาไว้บ้าง ..อย่างน้อยเหตุการณ์วันนี้ เขาก็มีส่วนได้บันทึกเรื่องราวสำคัญนี้ไว้เป็นอนุสรณ์ และมอบไว้ให้เป็นสมบัติของคนตำบลหนองบัวต่อไป...(คอยติดตามชมสารคดีสืบค้นประวัตศาสตร์ชุมชนตำบลหนองบัว โดยฝีมือเด็กหนองบัวเร็วๆ นี้..)