E-Commerce
E-Commerce
E-Commerce หมายถึง การค้าขายผ่านทางเครือข่ายอินเตอร์เนต อินเตอร์เนตจะเปลี่ยนวิถีทางการดำรงชีวิตของทุกคน อินเตอร์เนต จะเปลี่ยนวิธีการศึกษาหาความรู้ อินเตอร์เนตจะเปลี่ยนวิธีการทำมาค้าขาย อินเตอร์เนตจะเปลี่ยนวิธีการหาความสุขสนุกสนาน อินเตอร์เนตจะเปลี่ยนทุกสิ่งทุกอย่าง และทุกสิ่งทุกอย่างจะรวมกันเข้ามาหาอินเตอร์เนต ในการทำอีคอมเมิร์ซนั้นไม่ใช่เพียงแค่เป็นเว็บเพจหรือช่องทางการจำหน่ายสินค้า แต่อีคอมเมิร์ซยังมีความหมายรวมไปถึงการนำเทคโนโลยีมาใช้ในกระบวนการทางธุรกิจ เพื่อลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับผู้บริโภค และผู้ค้าส่ง สำนักวิจัยไอดีซี (IDC) ได้ประมาณรายได้ของการทำธุรกิจอีคอมเมิร์ซแบบธุรกิจต่อธุรกิจ (B-to-B) ว่าเพิ่มขึ้นจาก 80 พันล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 3,200 พันล้านบาทในปี พ.ศ. 2542 เป็น 1 ล้านล้านเหรียญสหรัฐหรือประมาณ 40 ล้านล้านบาทในปี พ.ศ. 2546
ประวัติ
การค้าอิเล็กทรอนิกส์นั้นเริ่มขึ้นบนโลกครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2513 ซึ่งได้มีการเริ่มใช้ระบบโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์หรืออีเอฟที (EFT = Electronic Fund Transfer) แต่ในขณะนั้นมีเพียงบริษัทขนาดใหญ่และสถาบันการเงินเท่านั้นที่ใช้งานระบบโอนเงินทางอิเล็กทรอนิกส์ ต่อมาอีกไม่นานก็เกิดระบบการส่งเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือ อีดีไอ (EDI = Electronic Data Interchange) ซึ่งสามารถช่วยขยายการส่งข้อมูลจากเดิมที่เป็นข้อมูลทางการเงินอย่างเดียวเป็นการส่งข้อมูลแบบอื่นเพิ่มขึ้น เช่น การส่งข้อมูลระหว่างสถาบันการเงินกับผู้ผลิต หรือผู้ค้าส่งกับผู้ค้าปลีก เป็นต้น หลังจากนั้นก็มีระบบสื่อสารรวมถึงโปรแกรมอื่นๆ เกิดขึ้นมากมายตั้งแต่ระบบที่ใช้ในการซื้อขายหุ้นจนไปถึงระบบที่ช่วยในการสำรองที่พัก ซึ่งเรียกได้ว่าโลกได้ก้าวเข้าสู่ยุคของการสื่อสาร และเมื่อยุคของอินเตอร์เนตมาถึงเมื่อประมาณปี พ.ศ. 2533 จำนวนผู้ใช้อินเตอร์เนตก็เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว การค้าอิเล็กทรอนิกส์ก็ได้เกิดขึ้น เหตุผลที่ทำให้ระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์เติบโตอย่างรวดเร็วคือโปรแกรมสนับสนุนการค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นมามากมาย รวมถึงระบบเครือข่ายด้วย พอมาถึงประมาณปี พ.ศ. 2537 – 2542 ก็ถือได้ว่าระบบการค้าอิเล็กทรอนิกส์หรืออีคอมเมิร์ซก็เป็นที่ยอมรับและได้รับความนิยมอย่างมากและรวดเร็ว ซึ่งวัดได้จากการที่มีบริษัทต่างๆ ในอเมริกาได้ให้ความสำคัญและเข้าร่วมในระบบอีคอมเมิร์ซอย่างมาก
วัตถุประสงค์
E - commerce กลายเป็นมากขึ้นทั่วไปในแต่ละวัน เป็นเขตแดนการสื่อสารและการขนส่งล่วงหน้าเทคโนโลยีเป็นพาณิชย์ที่น้อยลงของอุปสรรคและแลกเปลี่ยนสินค้าและบริการผ่านทางอินเทอร์เน็ต
หน้าเว็บตอนนี้เป็นวิธีที่พบมากได้รับผลิตภัณฑ์หรือบริการที่คุณต้องการ และคุณสามารถมีได้จัดส่งให้คุณจากประเทศจากทั่วโลก คนในเม็กซิโกอาจจะใช้การเสนอราคาเว็บไซต์ที่โฮสต์ในประเทศสหรัฐอเมริกาเพื่อซื้อแผ่นดีวีดีจากคนในประเทศญี่ปุ่น และหลังจากซื้อไม่กี่คนในเม็กซิโกจะข้ามเว็บไซต์การเสนอราคาครบถ้วนและเพียงไปที่เว็บไซต์ของบุคคลที่ประเทศญี่ปุ่น
เป้าหมาย
การทำ E-commerce เพื่อคนในประเทศ การทำเว็บ E-commerce ประเภทนี้ ไม่ต้องทำเว็บใหญ่มากนัก ให้ทำง่ายๆ และเว็บธุรกิจออนไลน์ของคุณควรเป็นแบบนี้
1. เป็นเว็บ E-commerce ที่มีกลุ่มเป้าหมายเป็นคนไทย และให้คุณเจาะลึกอีกสักหน่อยว่า ควรเป็นกลุ่มคนประเภทไหน
2. การออกแบบเว็บ ควรออกแบบให้ค้นหาภายในเว็บง่ายๆ ไม่ยุ่งยากมากนัก
3. คุณอาจจะลองใช้พื้นที่ในการสร้างเว็บฟรีก่อนก็ได้ เมื่อเห็นผลตอบรับที่ดีแล้วค่อย เช่าซื้อพื้นที่จัดเก็บ
4. ถ้าคุณมีสินค้าไม่มากนัก ก็ควรให้ลูกค้าสั่ง Order ทาง E-mail ก็ได้ แต่ถ้าอยากมีระบบตะกร้าสินค้า ก็ไม่ผิดอะไร
5. การจัดส่ง ก็ใช้บริการไปรษณีย์ไทยก็ได้
6. เรื่องการชำระเงิน ก็ใช้การโอนเงินผ่านธนาคารดีกว่า เพราะเป็นการค้าในประเทศ และสินค้าที่อยู่บนเว็บ E-commerce ของคุณ คุณต้องสามารถออกแบบได้นะ
ข้อดี
1. เปิดดำเนินการค้า 24 ชั่วโมง
2. ดำเนินการค้าอย่างไร้พรมแดนทั่วโลก
3. ใช้งบประมาณลงทุนน้อย
4. ตัดปัญหาด้านการเดินทาง
5. ง่ายต่อการประชาสัมพันธ์โดย สามารถประชาสัมพันธ์ได้ทั่วโลก
ข้อเสีย
1. ต้องมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ
2. ประเทศของผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีกฎหมายรองรับอย่างมีประสิทธิภาพ
3. การดำเนินการด้านภาษีต้องชัดเจน
4. ผู้ซื้อและผู้ขายจำเป็นต้องมีความรู้พื้นฐานในเทคโนโลยีอินเทอร์เนต
วิเคราะห์สาเหตุที่E-commerce เกิดขึ้น
กล่าวกันว่าในปัจจุบันนี้ถ้าบริษัทห้างร้านใดไม่มีหน้าโฮมเพจในอินเตอร์เนต บริษัทห้างร้านนั้นก็ไม่มีตัวตน นั่นคือไม่มีใครรู้จัก เมื่อไม่มีใครรู้จักก็ไม่มีใครทำมาค้าขายด้วย แล้วถ้าไม่มีใครทำมาค้าขายด้วยก็อยู่ไม่ได้ต้องล้มหายตายจากไป ในยุคที่โลกกำลังก้าวสู่คริสต์ศตวรรษใหม่ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ เกิดขึ้นอย่างรุนแรง รวดเร็ว หากผู้ใด หรือประเทศใด ไม่อาจติดตามกระแสแห่งความเปลี่ยนแปลงนี้ได้อย่างทันท่วงที ย่อมตกเป็นฝ่ายเสียเปรียบและพ่ายแพ้บนเวทีการแข่งขันอันเข้มข้นในที่สุด ซึ่งสามารถลดค่าใช้จ่าย ลดเวลาที่ต้องสูญเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ และยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการดำเนินธุรกิจ รวมไปถึงการพัฒนาความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับผู้บริโภค และผู้ค้าส่งอีกด้วย
ในด้านสังคม E-Commerce จะส่งผลกระทบต่อการคุ้มครองผู้บริโภค อาจส่งเสริมให้เกิดสารสนเทศที่ก่อปัญหา (harmful content) และปัญหาอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ นอกจากนี้ ในด้านการเมือง E-Commerce ยังจะส่งผลต่อความมั่นคงทางการเมือง และการทหารจากปัญหาความปลอดภัยของข้อมูลเมื่อ E-Commerce เชื่อมโยงกับกิจกรรมด้านต่างๆ อย่างหลากหลาย ทำให้หน่วยราชการไทยหลายแห่งต้องเข้ามามีบทบาทเกี่ยวข้อง อย่างไรก็ตาม ด้วยเหตุที่ E-Commerce ยังเป็นเรื่องใหม่มากสำหรับสังคมไทย ทำให้แนวนโยบายเรื่องนี้ยังคงไม่ชัดเจน และอยู่ในสภาพของการลองผิดลองถูก คณะวิจัยพบว่า ปัญหา E-Commerce เป็นเรื่องที่มีความเร่งด่วนสูง แต่ยังไม่มีความชัดเจน