การประสานโรงเรียน
และแล้วการขับเคลื่อนโครงการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนเพื่อถ่ายทอดเป็นสารคดี ก็ผ่านไปด้วยดี (ปาดเหงื่อหลายตลบ) พวกเราได้ไปเชื่อมกับโรงเรียนในชุมชนเพื่อเป็นต้นแบบใน 2 โรงเรียนคือโรงเรียนวัดศรีอุปลาราม ตำบลหนองบัว อำเภอเมือง จังหวัดกาญจนบุรี และโรงเรียนวัดดอนเจดีย์ ตำบลดอนเจดีย์ อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ทั้งสองโรงเรียนที่เลือกนั้น โรงเรียนแรกเกิดจากพวกเรารู้มาว่าโรงเรียนนี้ได้ร่วมทำโครงการยุววิจัยซึ่งเป็นโครงการของ ม.มหิดลร่วมกับสกว. ที่ให้เด็กๆได้สืบค้นประวัติศาสตร์ของชุมชนตนเอง และในโรงเรียนที่สองเกิดมาจากการที่พวกเราได้เข้าไปทำโครงการหนุนเสริมสภาองค์กรชุมชนฯ ที่บ้านหนองสาหร่าย อำเภอพนมทวน จึงได้มีโอกาสได้ร่วมแลกเปลี่ยนพูดคุยเรียกว่าสนิทสนมกับชุมชนพอสมควรจึงง่ายที่จะเข้าไปทำกิจกรรม
หลังจากที่ประสานกับคุณครูในโรงเรียนแรกคือวัดศรีอุปลาราม คุณครูท่านดีใจที่เด็กๆจะได้มีโอกาสเรียนรู้เรื่องการผลิตสื่อ และร่วมสืบค้นประวัติศาตร์ชุมชนของตนไปด้วย แต่คุณครูก็แปลกใจว่าพวกเราเข้ามาทำเพื่ออะไร ตอนแรกท่านก็แบ่งรับแบ่งสู้เกรงว่าจะมีเรื่องอื่นแอบแฝงท่านบอกว่ามีหลายๆคนที่เข้ามาทางโรงเรียนชวนทำกิจกรรมต่างๆ พอทำเสร็จก็จะขายโน่นนี่ให้ ซึ่งคุณครูท่านก็เลยระแวงพวกเราไปด้วย ทั้งที่ท่านบอกว่าหน้าตาพวกเราก็ดูซื่อๆบริสุทธิ์ (ท่านพูดเปิดใจตอนหลัง)
ทั้งที่ระแวงแต่โรงเรียนก็อนุญาตให้เข้ามาทำกิจกรรมแบบมาราธอนเพราะต้องนัดเด็กๆทุกวันศุกร์ เสาร์ และช่วงวัดหยุดพิเศษ คุณครูเห็นโครงการระยะยาวอย่างนี้ก็เกรงอีกว่าเด็กๆจะเบื่อซะก่อนที่จะทำสำเร็จ (แบบว่ากลัวแทนเด็กๆ)
พวกเรารับปากว่าจะไม่เน้นทฤษฎี เรียนรู้ด้วยการปฎฺบัติจริงก่อน เมื่อเด็กได้ลงมือทำกันแล้วก็ง่ายที่สอนทฤษฎี คุณครูเห็นวิธีการที่เรานำเสนอน่าสนใจจึงได้คัดเลือกเด็กๆที่สนใจ และก็ได้เด็กหญิงล้วน 20 คนสำหรับโรงเรียนแรกนี้
และมาถึงโรงเรียนที่สอง เราได้ทำหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนเพื่อเสนอให้โรงเรียนได้ร่วมกับเราในการจัดทำโครงการสืบค้นประวัติศาสตร์ชุมชนเพื่อนำมาทำสารคดี ท่านผู้อำนวยการ เห็นชอบเพราะที่โรงเรียนนี้เป็นโรงเรียนขยายโอกาส เด็กๆส่วนใหญ่ ยากจน และเรียนค่อนข้างอ่อน โครงการนี้จึงน่าจะเป็นการให้โอกาสแก่เด็กในการเรียนรู้เรื่องการผลิตสื่อซึ่งถือเป็นนวัตกรรมการศึกษาอย่างหนึ่ง
แต่อาจารย์ท่านก็กังวลว่าเด็กๆกลุ่มนี้ไม่สามารถมาเรียนในวันเสาร์ได้เพราะต้องช่วยผู้ปกครองทำงาน ในไร่นาบ้าง ดูแลน้องบ้าง จึงตกลงว่าจะขอให้ทางเรามาสอนในช่วงวันศุกร์ครึ่งวันทุกสัปดาห์ เราก็ยอมตกลง ทางโรงเรียนจึงได้คัดเลือกเด็กๆที่สนใจมา 20 คน ที่โรงเรียนนี้มาแบบคละทั้งนักเรียนหญิงและชาย
แล้วก็ผ่านด่านแรกเรื่องการประสานงานมาได้ ก็มีลุ้นบ้าง เพราะข้อจำกัดของพื้นที่ และคน ที่แตกต่างกันนั่นเอง โครงการที่วาดไว้สวยหรูในกระดาษ จึงต้องมีการปรับให้ลงตัว และจึงเริ่มลุย..
ต่อภาคสอง
สวัสดีค่ะป้าเหมียว
มาชื่น มาชม มาส่งกำลังใจ กิจกรรมดีๆ สื่อสร้างสรรค์ค่ะ รักษาสุขภาพนะคะป้าเหมียว คิดถึงค่ะ
เจริญพรคุณป้าเหมียว
น้องปูจ๋า
วันนี้ป้าเหมียวว่าง เลยมานั่งเล่าอะไรนิดๆหน่อยๆค่ะ ป้าเหมียวจะทยอยเล่าให้ฟัง ไม่ให้มันยาวเกินเดี๋ยวไม่มีคนมาอ่านอิอิ ขอบคุณน้องปูมากนะค่ะที่มาส่งแรงใจกันแต่หัววัน...
น้องนกบุษรา
คนนี้ไม่ขาดทักทาย แม้ป้าเหมียวไม่ได้มาเยี่ยมมาเยียน ทุกเทศกาลงานบุญ ก็แวะมาทัก มาอวยพร มาหนุนใจกัน อย่างนี้คนรักจึงเยอะแยะแน่นบันทึกไปหมดเลย และที่สำคัญน้องนกเป็นผู้ตั้งใจถ่ายทอดเรื่องราวบันทึก และมีพัฒนาการการเขียนที่ยอดเยี่ยม ป้าเหมียวจึงขอชม และส่งแรงใจไปหนุนอีกแรงเช่นกันจ้า
พระมหาแล ขำสุข
ขอบพระคุณท่านค่ะ ป้าเหมียวมีกำลังใจที่จะทำในสิ่งที่เป็นประโยชน์ในชุมชนที่ป้าเหมียวอยู่ต่อไป และจะทยอยเล่าเรื่องราวตามลำดับเผื่อจะเป็นแง่คิดให้ผู้อื่นได้บ้าง
สวัสดีค่ะ ป้าเหมียว :
มาเชียร์ป้าเหมียว ผมนะคุ้นๆๆทั้งสองโรงเรียนเลย อะไรพอช่วยได้บอกนะครับ เย้ๆๆ
ขอชื่นชมและให้กำลังใจนะคะ..ดีใจแทนเยาวชนที่มีผู้ใหญ่ใจดีมาสนับสนุนค่ะ..
เยาวชนคนเก่งของโครงการกล้าใหม่-ใฝ่รู้ ปี ๕
มาอ่านเรื่องการทำงานของป้าเหมียวค่ะ และมาให้กำลังใจมากๆด้วยนะคะ
เรื่องน้ำมันมะพร้าวที่บอกไว้ ว่าถ้าข้างขวดเขียนไว้ 100% ทานได้นั้นถูกต้องแล้วค่ะ แต่ถ้าไม่เขียน ไม่ต้องทานนะคะ ใช้กับผิวเท่านั้น มาบอกช้า ขอโทษ ด้วยนะคะ วันที่ 11กย.53 นี้ไปสัมนาที่กรุงเทพค่ะ จะนำเรื่องประสบการณ์ของผู้ใช้มาบอกกล่าวให้ทราบอีกนะคะ
สวัสดีค่ะ
ประสบการณ์ ผู้ใช้น้ำมันมะพร้าวมาฝากนะคะ คิดถึงค่ะ
http://gotoknow.org/blog/kanda01/394297
ป้าเหมียวขา ตอนนี้ชีพจรลงเท้า ณ แห่งหนตำบลใด มาหย่อนความคิดถึงไว้ ให้เนิ่นนาน ;)
สวัสดีค่ะพี่เหมียว
หายไปนานเลย มีคนทางนี้คิดถึงนะคะ ^v^
แวะมาส่งกำลังใจค่ะ
หวัดดีครับ
สบายดีไหมครับ
คิดถึงนะครับ
คิดถึงป้าเหมียวค่ะ ;)