(ต่อ ๒)
สรุปเวทีรับฟังความคิดเห็น
(ร่าง) พระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะพ.ศ. ….
ครั้งที่ ๒/๒๕๕๓ วันอังคารที่ ๑๗ สิงหาคม ๒๕๕๓ เวลา ๐๘.๓๐-๑๓.๓๐ น.
ณ โรงแรมบีพี สมิหลา บีช โฮเต็ล แอนด์ รีสอร์ทอำเภอเมือง จังหวัดสงขลา
จัดโดย คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
ร่วมกับคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
มูลนิธิสาธารณสุขแห่งชาติ (มสช.)
สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย
และสมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทย
-----------------------------
นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ เลขาธิการสำนักงาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นายแพทย์ชูชัย ศุภวงศ์ได้กล่าวว่าในฐานะกรรมการปฏิรูปกฎหมายและสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ได้ร่วมร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มีข้อสังเกตและข้อเสนอ ๔ ประเด็น ดังนี้
๑. ควรมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะฉบับนี้ออกมาหรือไม่ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ ได้ให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะได้ แต่ต้องมีเจตนารมณ์เพื่อสนับสนุนส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมโดยได้เปรียบเทียบกับกีฬาฟุตบอล การเล่นต้องมีกติกาชัดเจน มีกลไกคือกรรมการคอยควบคุมกฎกติกาและตัดสินว่าใครผิดใครถูก ถ้าหากมีได้และเป็นเช่นนี้ เราสามารถเล่นฟุตบอลได้ทั่วโลก ทำไมคนข้างล่างจึงมีส่วนกำหนดเพราะเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญเป็นของปวงชนชาวไทย แต่ปัจจุบันยังเป็นไปไม่ได้ ในฐานะผู้ดูคือประชาชนมีส่วนร่วมในการสร้างกรอบกติกา
๒. ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ถ้าไม่เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญต้องปรับเปลี่ยน เจตนารมณ์ของกฎหมายไม่ใช่การควบคุมต้องขออนุญาต ประเทศไทยนั้นยังเป็นการรวมศูนย์อำนาจ ไม่ใช่กระจายอำนาจ การรวมศูนย์อำนาจเป็นปัญหาของประเทศที่ไม่มีที่สิ้นสุด
๓. การออกแบบเครื่องมือชิ้นเดียวสำหรับการชุมนุมแต่ใช้ได้กับการชุมนุมที่มีหลากหลายประเภทมีความยุ่งยาก ดังนั้น ในฐานะที่เป็นผู้มีส่วนได้เสีย ต้องช่วยกันว่าจะออกแบบว่าเครื่องมือดังกล่าวควรอย่างไร ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๕๐ มาตรา ๖๓ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต้องสนับสนุนให้ประชาชนมีสิทธิการส่งเสียงเรียกร้องความถูกต้อง เครื่องมือกรอบกติกาต้องออกแบบให้ดี
๔. ความพร้อมของเจ้าหน้าที่ เจ้าหน้าที่ของรัฐมองผู้ชุมนุมไม่ถูกต้อง ถ้าไม่เดือดร้อนจริงคงไม่มาชุมนุมกัน ต้องปรับเปลี่ยนทัศนคติเป็นการส่งเสริม สนับสนุน อำนวยความสะดวก และต้องมีการฝึกทักษะการยุติการชุมนุมโดยไม่ต้องใช้อาวุธ ให้เป็นไปตามหลักสากล เรื่องนี้ต้องเห็นใจเจ้าหน้าที่ตำรวจต้องเตรียมความพร้อมให้ดี การใช้อำนาจหน้าที่ของรัฐต้องถูกต้องเป็นขั้นตอน มีความโปร่งใสสามารถตรวจสอบได้
ในตอนท้ายของการอภิปราย นายแพทย์ชูชัยฯ ได้แสดงความคิดเห็นว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้อาจมีปัญหาต่อหลักการพื้นฐานที่สำคัญในการร่างกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนั้น คือ ต้องไม่เป็นการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนในการชุมนุมที่สงบปราศจากอาวุธ อีกประการหนึ่งคือ กฎหมายว่าด้วยการนี้ต้องเป็นกฎหมายที่มีลักษณะเป็นการสนับสนุนและเอื้ออำนวยแก่ผู้ชุมนุม และคำนึงถึงดุลยภาพของเสรีภาพประชาชนผู้ชุมนุมและประชาชนผู้ใช้ทางสาธารณะให้ไปด้วยกันได้
นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ
นายไพบูลย์ วราหะไพฑูรย์ มีความเห็นว่า ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ มุ่งเน้นแต่การชุมนุมสาธารณะทางการเมือง ควรที่พิจารณาถึงการชุมนุมในมิติเชิงเศรษฐกิจและอื่น ๆ ด้วย นั้นจะต้องมีลักษณะที่ส่งเสริม เอื้ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ชุมนุม และส่งเสริมสิทธิเสรีภาพในการชุมนุมตามที่รัฐธรรมนูญรองรับเสรีภาพดังกล่าวไว้ ให้มากไปกว่าการกำกับหรือควบคุมซึ่งจะทำให้การใช้เสรีภาพในการชุมนุมนั้นยากลำบากขึ้น มีข้อสังเกตว่าการกำหนดหน้าที่ของผู้จัดการชุมนุมหรือผู้ชุมนุมให้มีหนังสือแจ้งล่วงหน้าต่อผู้รับแจ้งนั้นเป็นไปไม่ได้ในทางปฏิบัติ และเกี่ยวกับการขอขยายระยะเวลาชุมนุมนั้นเห็นควรให้มีจุดการขยายเวลาการชุมนุม มิฉะนั้น การชุมนุมที่ได้มีการแจ้งโดยชอบและผู้รับแจ้งได้รับทราบแล้วจะเป็นการชุมนุมที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยทันที
ผลสรุปความคิดเห็น ข้อเสนอแนะ จากเวทีรับฟังความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการประชุม
กลุ่มรับฟังความเห็นได้มีส่วนร่วมในการอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง ต่อเนื่องโดยไม่มีการพักประชุม และบรรยากาศค่อนข้างตึงเครียด สรุปประเด็นได้ดังนี้
๑. กฎหมายไม่ควรกำหนดให้ฝ่ายตุลาการหรือศาลเกี่ยวข้องกับการใช้อำนาจสั่งห้ามและเลิกการชุมนุม
๒. สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาควรมีการวิจัยเหตุแห่งความเดือดร้อนของประชาชนอันเป็นที่มาของการใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องต่อรัฐเพื่อให้แก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชน
๓. ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นมีความกังวลว่าการจัดเวทีรับฟังความเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้จะเป็นการรับรองความชอบธรรมของรัฐบาลในฐานะเป็นผู้เสนอร่างกฎหมาย เพราะประชาชนไม่ต้องการกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะนี้
๔. ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นได้สะท้อนความรู้สึกว่าเจ้าหน้าที่ของรัฐมีทัศนคติในเชิงลบต่อองค์กรพัฒนาเอกชน (NGOs) และผู้นำชุมชนหรือผู้จัดการชุมนุม
๕. คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรปฏิรูประบบกฎหมายให้การดำเนินการของรัฐดำเนินการตอบสนองต่อความต้องการและการแก้ไขปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในฐานะผู้อยู่ภายในบังคับของกฎหมายด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ นอกจากนั้น การปฏิรูปกฎหมาย คณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายควรยกเลิกกฎหมายที่ล้าหลังและยกเลิกคำสั่งคณะปฏิวัติต่าง ๆ ด้วย
๖. ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) และกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะลิดรอนเสรีภาพประชาชน
๗. คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติไม่ควรที่จะมาดำเนินการเกี่ยวกับกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเนื่องจากแนวคิดของกฎหมายว่าด้วยการนี้กระทบต่อเสรีภาพของประชาชน
๘. การชุมนุมสาธารณะเป็นเรื่องของประชาชน ประชาชนในท้องถิ่นภาคใต้มีความกังวลเนื่องจากมีโครงการใหญ่หลายโครงการกำลังจะเกิดขึ้นในท้องที่ต่าง ๆ เช่น โครงการท่าเรือน้ำลึกในจังหวัดสตูล เป็นต้น ซึ่งกระทบต่อวิถีชีวิตของประชาชนท้องถิ่นอย่างรุนแรง ดังนั้น หากมีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะแล้ว ประชาชนจะไม่สามารถใช้เสรีภาพในการชุมนุมเพื่อเรียกร้องประท้วงต่อรัฐบาลหรือเจ้าของโครงการใหญ่ดังกล่าวได้เลย
๙. ไม่ประสงค์ให้ร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็น ผู้เสนอ) นี้ออกมาบังคับใช้ เนื่องจาก เป็นกฎหมายที่จำกัดสิทธิ เสรีภาพในการชุมนุม และเป็นกฎหมายที่รัฐบาลเร่งรัดให้ออกมาเพื่อจำกัดการชุมนุมทางการเมืองมากกว่า โดยที่ไม่คำนึงถึงการชุมนุมเพื่อเรียกร้องปัญหาความเดือดร้อนของประชาชนในเรื่องอื่นๆ เช่น ปัญหาปากท้อง ความเป็นอยู่ ปัญหาทางการเกษตร ปัญหาสิ่งแวดล้อม เป็นต้น
๑๐. ไม่เห็นด้วยกับแนวทางการกำหนดประเด็นของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติและคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายที่กำหนดประเด็นให้ผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็น เนื่องจากผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นไม่รับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... (คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้
เป็นต้น ทั้งนี้ ผู้เข้าร่วมแสดงความเห็นซึ่งเป็นผู้นำชุมชนและคนท้องถิ่นได้แสดงจุดยืนด้วยการถือป้ายแสดงเจตจำนงว่าไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ทั้งหมด ไม่ต้องการร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) และไม่ต้องการให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ เนื่องจากเป็นการให้อำนาจแก่รัฐที่จะมาควบคุมและจำกัดเสรีภาพของประชาชน
ในการนี้ ผศ.ดร.จันทจิรา เอี่ยมมยุรา ในฐานะอนุกรรมการพิจารณากฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะในคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ได้แสดงความชัดเจนและความกังวลต่อจุดยืนของประชาชนผู้เข้าร่วมแสดงความคิดเห็นที่ได้แสดงเจตจำนงว่าไม่เห็นด้วยกับร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) ทั้งหมด ไม่ต้องการร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) และไม่ต้องการให้มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะ และได้อธิบายให้ความรู้แก่เวทีสาธารณะเพิ่มเติมว่า อยากให้ประชาชนได้พิจารณาให้เห็นถึงผู้ที่ไม่มีส่วนร่วมในการชุมนุมสาธารณะที่ได้รับผลกระทบ ถูกละเมิดสิทธิจากการใช้เสรีภาพ และได้รับความเดือดร้อนอันเนื่องมาจากการใช้ที่สาธารณะในวิถีปกติในการดำรงชีวิตประจำวันด้วย[1] เนื่องจากเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญนั้นเพื่อคุ้มครองความสะดวกของประชาชนที่จะใช้ที่สาธารณะ ดังนั้น เสรีภาพดังกล่าวย่อมถูกจำกัดได้โดยกฎหมายเพียงเท่าที่จำเป็นเท่านั้น หากไม่มีกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะเพื่อจำกัดเสรีภาพด้วยเหตุผลดังกล่าวเท่านั้น รัฐก็จะใช้อำนาจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวโดยไม่มีขอบเขตและอาจใช้กฎหมายใกล้เคียงซึ่งมีระดับที่รุนแรงกว่าก็จะกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนมากยิ่งขึ้น การให้เสรีภาพแก่ประชาชน รัฐไม่จำเป็นต้องตราเป็นกฎหมาย แต่การจำกัดเสรีภาพนั้นรัฐจำเป็นต้องตราเป็นกฎหมายและให้มีเท่าที่รัฐธรรมนูญกำหนดกรอบไว้เท่านั้น ซึ่งกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมสาธารณะที่ควรมีนั้นควรจะต้องเป็นการจำกัดกรอบอำนาจหน้าที่ในการปฏิบัติหน้าที่ของรัฐให้ชัดเจนด้วยนั่นเอง
อย่างไรก็ตาม มีผู้เข้าร่วมบางส่วนได้เล็งเห็นถึงความจำเป็นที่ต้องมีกรอบกติกาเพื่อให้การชุมนุมเป็นไปโดยความสงบ และบรรลุวัตถุประสงค์ในการชุมนุม จึงได้เสนอให้ผู้จัดโครงการเวทีรับฟังความเห็นนี้นำเสนอร่างกฎหมายว่าด้วยการชุมนุมในที่สาธารณะที่มีลักษณะตามหลักการพื้นฐานที่ดีกว่าร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมในที่สาธารณะ พ.ศ. ....(คณะรัฐมนตรีเป็นผู้เสนอ) นี้ และนำเสนอต่อที่ประชุม เพื่อให้มีข้อเปรียบเทียบและแสดงความคิดเห็นต่อร่างดังกล่าวต่อไป
สำนักงานคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมาย
----------------------------------
[1] ข้อสังเกตตามประเด็นอภิปรายของกรรมการปฏิรูปกฎหมาย ในการประชุมคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายในการประชุมครั้งที่ ๕/๒๕๕๓ เมื่อวันศุกร์ที่ ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๕๓ ที่ว่า จากการรับฟังความคิดเห็นร่างพระราชบัญญัติการชุมนุมสาธารณะ พ.ศ. .... ณ สถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ กรุงเทพฯ ที่ผ่านมานั้น ประชาชนมีความเป็นห่วงในเรื่องของการใช้กฎหมายนี้เพื่อการลิดรอนสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นประเด็นหลัก ขณะเดียวกัน ประเด็นเรื่องการชุมนุมจะไปละเมิดสิทธิของผู้อื่นกลายเป็นประเด็นมีคนกล่าวถึงน้อย ฉะนั้น ในการจัดเวทีในภูมิภาคในครั้งต่อไป หากคณะกรรมการปฏิรูปกฎหมายกำหนดประเด็นเหล่านี้ให้เกิดความชัดเจนก็จะทำให้มีข้อสรุปที่ชัดมากขึ้น
http://ilaw.or.th/node/1115