บันทึกนี้ต่อเนื่องจากบล็อกใจเป็นนายกายเป็นบ่าวhttp://gotoknow.org/blog/patipan/385425

        กิจกรรมค่ายคุณธรรมสานฝันจิตอาสาน้อยสู่ชุมชนผ่านไปแล้ว และกำลังจะสิ้นสุดกระบวนการ    เป็นกระบวนการให้ที่พวกเราร่วมใจกันสานฝันมอบให้เด็กน้อย  อีกทั้งยังก่อให้เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน แม้ว่าสิ่งที่พวกเราทำจะเป็นเพียงjigsawตัวเล็กๆก็ตาม แต่ก็ก่อให้เกิดความสุขทั้งผู้รับและผู้ให้   จึงอยากแบ่งปันความสุขที่เกิดจากการทำงานโดยผ่านการบันทึกนี้

          ย้อนความไปเมื่อได้รับการติดต่อจากผอ.สมชาย จริตไทยทางโทรศัพท์ ให้ช่วยจัดทำโครงการค่ายกิจกรรมจิตอาสาน้อย ฉันรู้สึกยินดีถือว่านี้เป็นโอกาสที่ดีที่ฉันจะได้ทำบุญ ด้วยสิ่งที่ฉันมีพอแก่การแบ่งปัน ฉันเริ่มเก็บข้อมูลของโรงเรียน สภาพปัญหา และความต้องการโดยอาศัยการพูดคุยแบบทีเล่นทีจริงกับเพื่อนครูโดยเฉพาะ     ครูสุพัตรา นาวิก รวมทั้งการสนทนาทีเล่นทีจริงกับเพื่อนเดินทางบนรถเมล์สายบ้านไร่ เป็นเวลาเกือบ 1 สัปดาห์

         ไม่ยุ่งยากเลยที่รวบรวมข้อมูลพื้นฐานที่ไม่ลึก ต่อจากนั้นเป้าหมายคือหาผู้ใหญ่ใจดี ที่พร้อมจะให้มาช่วยประสานและเติมเต็ม  เป้าหมายแรกคือคนพื้นที่ คนใกล้ และคนไกล    คนพื้นที่คือคณะครูผู้สอนในโรงเรียน  ประชาชน   คนใกล้หมายถึงเพื่อนเรียน เพื่อนทำงาน เพื่อนร่วมงาน เพื่อนเครือข่าย   คนไกลหมายถึงจิตอาสาผู้สามารถที่อยู่นอกพื้นที่ และพอมีช่วงเวลาว่างตรงกับกำหนดงาน   เมื่อประสานความเข้าใจและข้อตกลงในการทำงานกันแล้ว

      ฉันใช้เวลาว่างหลังเลิกงาน เดินทางไปหาน้องแหม่ม นักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์  ซึ่งเคยร่วมงานกันหลายครั้ง  น้องแหม่มคือกุญแจที่ไขทุกสิ่งที่เกิดขึ้นกับเด็กมีปัญหา ด้วยบุคคลิกที่เป็นกันเอง ยึดเด็กเป็นสำคัญ ยิ้มง่าย เอื้ออาทร และมีความเข้าใจ    และยังสามารถนำศาสตร์ของการอยู่ร่วมกันมาใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างมีศิลปะเกิดสุขได้

       เราวางแผนการทำงานครั้งนี้ร่วมกัน  โดยใช้ข้อมูลพื้นฐานที่ฉันรวบรวมได้เล็กน้อย   ฉันมีโอกาสพบน้องจุ๊ หัวหน้านักสังคมสงเคราะห์ทางการแพทย์โรงพยาบาลสมุทรสาคร  เมื่อคราวประชุมคณะกรรมการชุมชนของโรงพยาบาลและอีกหลายครั้ง  เธอเอื้ออารีมาก ด้วยบุคลิกที่อ่อนหวาน เป็นนักฟังที่ดีและสุขุมรอบคอบ  สุนทรีย์สนทนาในวันนั้น จึงก่อให้เกิดความคิดในการทำงานร่วมกัน

        ฉันกำหนดกิจกรรมขึ้นมาคร่าวๆ  เหมือนเมื่อครั้งที่แลกเปลี่ยนทัศนะกับน้องแหม่ม เราแลกเปลี่ยนมุมคิดกัน สิ่งที่ฉันได้จากการแลกเปลี่ยนมุมคิดนำไปสู่การศึกษาเทคนิคการให้คำปรึกษาเพิ่มเติมหลังจากน้องแหม่มได้กรุณาถ่ายทอดกลวิธีให้

     ส่วนน้องนุ้ยนั้นเธอเต็มด้วยบุคลิกที่ร่าเริงวัยสดใส ใจเย็นและมีอารมณ์ขัน  เธอสามารถนำเสนอกิจกรรมต่างๆได้อย่างดี จริงๆแล้วอยากจะบอกว่าแนบเนียนไหลลื่นได้ดีทีเดียว

        เมื่อกิจกรรมแต่ละกิจกรรมผ่านไป เราจะมานั่งคุยและร่วมกันสรุปผลที่เกิดขึ้นในการสรุปผลจะเริ่มจากความคาดหวังที่ตั้งไว้ และวัตถุประสงค์ของกิจกรรม วิธีดำเนินกิจกรรม และผลที่เกิดขึ้นระหว่างกิจกรรม เป็นไปในทางที่วางไว้หรือไม่ ด้วยการประเมินจากการสังเกตอย่างใกล้ชิด รวมทั้งการสอบถามอย่างไม่เป็นทางการ เพื่อไม่ให้เกิด   ความตึงเครียดในการทำงาน  ในการสังเกตนั้นผู้ถูกสังเกตจะไม่รู้ตัว นี่เป็นกลเม็ดที่พวกเราใช้เก็บข้อมูล และดูเหมือนว่าน้องแหม่มเธอจะทำได้ดีมากๆ เราได้เสนอแนวทางให้กับเพื่อนครูผู้ร่วมงานไปพร้อมๆกับการแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันในบรรยากาศพี่น้อง

        การถ่ายภาพ เก็บภาพขณะดำเนินกิจกรรมจะช่วยให้เราระลึกถึงเหตุการณ์ สภาวะที่เกิดขึ้นในขณะนั้นได้ ขณะเดียวกันก็สามารถต่อยอดความคิด สู่การปฏิบัติได้เช่นกัน

          ผลที่เกิดขึ้นเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ต้องการมากน้อยเพียงไร และมีผลข้างเคียงเหมือนกินยาแก้ปวดก่อนอาการ แล้วเกิดแสบท้อง หรือปวดกระเพาะอาหารขึ้นมาหรือไม่อย่างไร และสิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมีผลต่อเด็กน้อยอย่างไร มากน้อยแค่ไหน ควรนำมาแก้ไข หรือนำมาต่อยอดต่อไปหรือไม่เป็นเรื่องที่ทีมงานเก็บข้อมูลได้ค่อนข้างละเอียด

         การสรุปบทเรียน(Lesson learned) ครั้งนี้เป็นบทเรียนที่ฉันเรียนรู้จากการทำงาน คือการฝึกหัดให้เด็กน้อยได้ช่วยกันแสดงความคิดเห็นของตนเองออกมา มันไม่ง่ายเลยที่จะทำให้เด็กที่ไม่เคยฝึกมาก่อนสามารถพูดบอกความคิดที่เกิดขึ้นในใจเขาออกมาเป็นประโยค  หากสิ่งที่ได้ยินนั้นเป็นคำสั้นๆ เช่นชอบครับ  ดีค่ะ   แต่เมื่อถามต่อไปว่าบอกได้ไหมว่าชอบอย่างไร ดีอย่างไร เด็กน้อยไม่สามารถใช้คำพูดอธิบายได้ แต่สิ่งที่พวกเราได้รับคือภาษากาย ที่เด็กๆมอบให้แทนคำตอบเมื่อเขาได้รับความพึงพอใจในบทเรียน เด็กๆจะมาใกล้ชิดเรามากขึ้นโดยผ่านกิจกรรมที่สร้างความสนุก และพวกเขาเริ่มพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นได้มากขึ้น เมื่อกิจกรรมเข้าสู่วันที่สอง

       มันเป็นการดีมากๆที่ฉันจะถือโอกาสทำความสนิทสนม สร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีซึ่งมันจะจะเกิดขึ้นได้  เมื่อคนทั้งสองฝ่ายมีความพร้อมที่จะรับ และให้

          ดังนั้นเมื่อความฝันของฉันคือจิตอาสาน้อยควรมีความสามารถถ่ายทอดความคิดออกมาเป็นคำพูดให้ได้นั้น ฉันจึงต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อให้เกิดการกระตุ้นให้เด็กน้อยเกิดความมั่นใจว่าสิ่งที่พวกเขาพูดนั้นจะเป็นสิ่งสำคัญที่ทีมงานกำลังฟัง และจะได้รับการยอมรับทันที

        ฉันต้องระมัดระวังในการฟังคำตอบ หรือคำพูดของเด็กที่ด้อยโอกาสบางคนและพยายามให้กำลังใจให้เขารู้สึกว่าเขาเป็นส่วนหนึ่งของฉันฉันเห็นความสำคัญของเขา และจะไม่มีคำตอบของใครผิดเลย  หากเราเรียนรู้ที่จะใช้ประโยชน์จากมัน  การสรุปความรู้และความรู้สึกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจของพวกเขาในขณะนั้น  ทำให้ฉันมองเห็นการแนวทางในการต่อยอดความรู้ และพัฒนาแกนนำจิตอาสา  ซึ่งฉันคงมีโอกาสได้ลงมือปฏิบัติในโอกาสต่อไป

           ทักษะเบื้องต้นที่ถูกนำมาใช้มากในการประเมินผลการทำงานครั้งนี้ คือการสังเกตเพื่อค้นหาจิตอาสาน้อย ซึ่งจะได้รับการพัฒนาให้เป็นแกนนำจิตอาสที่ดีต่อไป การจดบันทึกข้อมูลทั้งของฉัน และทีมงานจึงมีความจำเป็นไม่น้อยไปกว่าสิ่งที่เรากำลังฝึกเด็กน้อยให้ขีดเขียนสิ่งที่เขาอยากบอกหลังการเรียนรู้ลงบนแผ่นกระดาษ โดยใช้เทคนิคการสรุปข้อมูลแผนผังความคิด(mine  mapping)เป็นการสรุปประเด็นทั้งความรู้ ความคิดที่ได้จากบทเรียน(Lesson learned) ที่ได้เรียนรู้ผ่านมา ซึ่งการสรุปลักษณะนี้ จะเป็นการสรุปที่มีคำถามปลายเปิดให้สามารถนำมาอภิปรายร่วมกันได้และต่อยอดความรู้ได้ในภายหลัง

             เด็กๆได้รับการฝึกให้มีสมาธิในการฟัง ครั้งแรกๆพวกเขาเพียงนิ่งฟัง บ้างก็หลับตา เข้าใจว่าถูกฝึกมาบ้างแล้ว การหลับตาของเด็กน้อยจะช่วยลดการกระตุ้นจากการเห็นด้วยตา  เมื่อตาไปสัมผัสสิ่งที่นอกเหนือจากประเด็นที่กำลังฟังเพราะเด็กน้อยยังไม่สามารถแยกแยะสิ่งที่ตาไปสัมผัส ซึ่งจะเป็นการทำลายสมาธิในการฟังของเด็กนั่นเอง

            เมื่อเข้าใจเช่นนี้ ฉันจึงเห็นว่านี่ก็คือข้อสังเกตหนึ่ง ที่เราอาจนำไปจัดกิจกรรมฝึกฟังให้มีความขัดเจนมากขึ้นและทำให้ฉันนึกถึงกิจกรรม Deep Listening ที่ผ่าน

            ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าฉันจะจัดกิจกรรมอย่างไรให้เป็นเรื่องที่ใกล้ตัวเด็กมากที่สุด และเรื่องนั้นสามารถสะท้อนความคิด ความรู้จากบทเรียนที่ได้รับ ซึ่งบทเรียนในที่นี้หมายถึงกิจกรรมที่เกิดขึ้นจากโครงการนี้ การบ้านสำหรับฉันคืออะไรที่ควรเป็นบทเรียน และบทเรียนดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นในใจเด็กน้อยที่มีความแตกต่างกันและให้ผลต่างกันอย่างไร

บทเรียนแรกเราเรียกว่าactive process

บทเรียนที่สองคือ Passive process

         การวิเคราะห์จุดประสงค์การเรียนรู้ ว่าสิ่งที่พวกเขาเรียนรู้ไปแล้วนั้น ว่าเรียนแล้วได้รู้อะไรมากน้อยเพียงไร แน่นอนคำตอบทุกคนทราบดีอยู่แล้วเพราะการจัดโครงการในลักษณะนี้ เป็นเสมือนการหว่าน และชาวนาจะเฝ้าสังเกตเมล็ดพันธุ์ที่หว่านไปในนาเดียวกันว่ามีความแตกต่างกันมากน้อยเพียงใร และเพื่อไม่ให้การหว่านครั้งนี้ศูนย์หายไปเมื่อเมล็ดพันธุ์เติบโตขึ้น เขาย่อมต้องเก็บเมล็ดพันธ์ดีที่สุดเท่าที่จะพบได้ในนาแปลงนั้น แล้วนำมาปรับปรุง พัฒนา เพื่อเป็นทุนที่จะขยายผล และต่อยอดให้เกิดผลดี เกิดความยั่งยืน

           และเมื่อเด็กน้อยเรียนรู้แล้ว และได้รับการฝึกให้จัดลำดับความสำคัญเรื่องที่เขาเรียนรู้ร่วมกัน ในสถานะการณ์ที่เป็นอยู่ ฉันจำเป็นต้องจับเด็กน้อยมาคละกัน โดยใช้เกณฑ์ของระดับชั้นเรียนมาเป็นตัวกำหนดให้นักเรียนรวมกลุ่มกัน  ซึ่งเป็นวิธีที่ฉันคิดว่าแม้มันจะหยาบไปหน่อย แต่มันก็ดีที่สุดที่จะให้เด็กโตได้ดูแลเด็กเล็กกว่า คงไม่ต่างกับเด็กที่พ่อแม่ให้ลูกคนโตเลี้ยงน้อง 

          ฉันไม่อาจรู้ได้ก่อนว่าศักยภาพของเด็กนั้นมีความแตกต่างกันเพียงไร นอกจากการคาดหวังว่าน่าจะเป็นเท่านั้นๆ   การจัดชั้นเรียน ร่วมกันในครั้งนี้ จึงมีเด็กอายุตั้งแต่ 9 ขวบ ถึง 12 ขวบ ที่ร่วมเรียนรู้ และทำกิจกรรมเหมือนกันในกลุ่มเดียวกัน  แต่เมื่อมองในแง่มุมหนึ่งฉันพบว่ากลับมีความงดงามเกิดขึ้น เป็นความเอื้ออาทร ความห่วงใย การให้เกียรติ การให้อภัย การเป็นผู้มีความซื่อสัตย์ มีระเบียบ และมีวินัย การตรงต่อเวลา การให้โอกาส และเกิดการยอมรับซึ่งกันและกัน ซึ่งนี่แหละคือความงดงามของการอยู่ร่วมกันในสังคม ซึ่งเด็กๆได้เรียนรู้นอกเหนือจากสิ่งที่ถูกกำหนดขึ้น และพวกเขาแสดงออกมาให้เห็น แม้ว่าเขาจะมีความต่างกันในเรื่องอายุ ความรู้ ความสามารถในการผลึกความคิด ฉันเห็นว่าการปลูกฝัง เติมเต็ม และต่อยอดโดยผ่านกระบวนการในแต่ละกิจกรรม ยังก่อให้เกิดศิลปะการอยู่ร่วมกันได้อย่างไร้กรอบ

         สิ่งหนึ่งที่ทีมงานของเราไม่เคยพลาดเลย คือการร่วมวงพูดคุยแลกเปลี่ยนกันถึงการทำงานที่ผ่านไปแล้ว และกำลังเกิดขึ้น เป็นสุนทรีย์สนทนา ที่ก่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ และพัฒนาความคิดสู่กระบวนการทำงานอย่างเป็นระบบมากขึ้น มุมมองเห็นชัดเจนมากขึ้น แม้จะเป็นกระบวนการที่ไร้กรอบ แต่สิ่งที่เกิดขึ้นนั้นมันกลับทำให้เกิดความรู้สึกว่าพวกเราได้สานฝันให้เด็กน้อยตามเจตนารมย์ของโครงการแล้ว

        กระบวนการAAR (After Action Review)เป็นการสรุปการทำงาน และเรียนรู้เด็กน้อยกลุ่มนี้ร่วมกัน ภาพในใจของทุกคนที่ตกผลึกทางความคิด(mental Model)ได้ถูกนำมาหลอมรวมกันทั้งภาพแห่งความสำเร็จตรงตามที่เราคาดหวังไว้ และภาพความล้มเหลวที่ทำให้เราต้องปรับเปลี่ยนกิจกรรมหรือแนวทางนำเสนอก็ได้ถูกบันทึกลงเพื่อให้เป็นข้อมูลในการทำงานในครั้งต่อไป

        ความสำเร็จที่เกิดขึ้นในการทำงานจึงเป็นเสมือนBest Practice ที่จะได้นำไปใช้เพื่อการพัฒนาต่อไป และความล้มเหลวที่เป็นเสมือนจุดอ่อนกลับทำให้เกิดมุมคิดเชื่อมโยงไปสู่การแก้ไขปรับปรุง เกิดความคิดใหม่ เกิดการปรับ และปรุงใหม่ให้มีรสชาติเหมาะสมกับผู้บริโภคมากยิ่งขึ้น

         ชุมชนจะได้อะไรจากการจัดทำโครงการนี้ เมื่อเด็กน้อยได้เรียนรู้ และร่วมกำหนดกิจกรรมเพื่อสังคม Word ในครั้งนี้จึงเป็นภาพสะท้อนให้เห็นภาพจิตอาสาน้อยทีจะได้รับการพัฒนาอย่างเป็นขั้นบันได เมื่อพวกเขาผ่านการทำกิจกรรมแต่ละขั้นตอน เราจะได้สัมผัสความดีที่ปรากฏ และพวกเขาเองก็สัมผัสได้เช่นเดียวกัน สิ่งแรกที่เราสัมผัสได้คือความกระตือรือร้น ที่จะเรียนรู้ และความคิดที่มุ่งมั่นจะสร้างความดี ฉันมองเห็นว่านี่เป็นเส้นทางของการพัฒนา มันเริ่มขึ้นแล้วที่ต้นน้ำ กระบวนการต้นน้ำเกิดจากเหตุ และเมื่อเด็กน้อยได้เรียนรู้ และผ่านกิจกรรมกระตุกความคิดโดยไม่รู้ตัว และมันได้สร้างความรู้สึกมั่นใจ และกล้าหาญขึ้นในใจพวกเขาแล้วทำให้เราได้เห็นความสามารถในตัวที่ซ่อนไว้  รอวันไหลไปตามสายธารแห่งความดี บนพื้นฐานของการได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และจริงใจ เขาอาจเป็นสายน้ำที่ยิ่งใหญ่ในอนาคต และนำพาความสวยงามสู่ผู้คนในชุมชน ฉันหวังอย่างนั้นนะ แล้ววันหนึ่ง เราอาจจะพบว่าที่ปลายน้ำนั้นอุดมไปด้วยทรัพยากรที่พร้อมใช้ แล้วจริงๆ

มีภาพมาฝากค่ะ

โรงเรียนวัดบ้านไร่ค่ะ น้องครูวิกับเด็กน้อยถ่ายกันคนละมุมคิด

เด็กน้อยกำลังหัดทำหนังสือพับได้ค่ะ เนื้อหาในหนังสือเป็นนิทานที่พวกเขาชื่นชอบ ฉันจึงสอนให้เขาเอามารวมเล่ม และทำเป็นหนังสือ pop up ก็ไม่ได้คิดเองหรอกนะ ไปร้านหนังสือเด็กเห็นน่ารักๆก็เอามาเปิดอ่าน แล้วกลับไปนั่งร้านกาแฟเอากระดาษมานั่งพับเลียนแบบ วิ่งขึ้นลงร้านหนังสือกับร้านกาแฟ จนพับได้ เบิกบานหัวใจไม่ใช่เพราะลอกเลียนเขาได้สำเร็จหรอกนะ แต่ดีใจที่จะได้เห็น เด็กน้อยจะเบิกบานยิ้มรับหนังสือเล่มใหม่ด้วยฝีมือตัวเอง ดีจังเลยงานนี้ได้น้องครูเจ้าของโครงการมาช่วยสอน แป๋บเดียวก็ได้หนังสือนิทานรวมเล่ม แต่เสียดายนิดหนึ่งที่นิทานแต่ละเรื่องสะกดผิดบ้างเล็กน้อย ซึ่งคุณครูที่สอนได้ช่วยกันให้คำแนะนำเพิ่มเติม และแก้ไขค่ะ

ดูภาพสไลด์เพิ่มเติมที่นี่นะคะ http://photopeach.com/album/5uddoo#

ขอขอบคุณ photopeach ที่เอื้อเฟื้อฟรี