ชมชนคนพัฒนา2

                                      

                            นก

                    (ภาพประกอบจาก Internet)

      สวัสดีครับ มาพบกันหลังวันแม่ ผมเชื่อแน่ว่าหลายท่านคงได้กลับไปกราบแม่ หรือท่านที่ไม่ได้ไปอาจส่งของขวัญ หรือเสียงเจื้อยแจ้วแหวกว่ายไปในอากาศพร้อมกับความรักเต็ม ๆ ไปหาท่าน คนที่ได้ไปหาก็อาจได้กอดท่านให้ชื่นใจ  การแสดงความรักต่อแม่นับว่าเป็นเรื่องที่ต้องรีบทำครับ เอาไว้ก่อน(นะ)ไม่ได้  ส่วนท่านที่พึ่งแวะมาอ่าน แล้วยังงงว่าอะไร เอาไว้ก่อน เอาไว้หลัง ก็อาจกลับไปอ่านบันทึก “เอาไว้ก่อน พ่อสอนไว้” ที่ผมพึ่งเขียนไปก่อนวันแม่ครับ (โฆษณานิดหน่อย)  วันนั้นเขียนไม่เสร็จก็เพราะเจ้า “เอาไว้ก่อนนี่”แหละครับ เรียกว่าทำอะไรครึ่ง ๆ กลาง ๆ เขียนไปเขียนมาจะเข้าตัวเอง หรือที่เรียกว่า “ว่าแต่เขาอิเหนาเป็นเอง”  ซึ่งสิ่งที่ผมเขียนค้างไว้อีก สองด้านที่เหลือในการจัดการเพื่อให้ชีวิตพัฒนาและมีความสุข คือเรื่องการงาน และครอบครัว ครับ

      มาถึงเรื่องการงานก่อน โดยเฉพาะท่านที่เป็นข้าราชการ ที่จัดอยู่ในกลุ่มประเภทวิชาการ (ส่วนประเภทอำนวยการ และบริหาร ต้องขอ “เอาไว้ก่อน” ไม่ขอกล่าวถึงเพราะเป็นของร้อน) ท่านจะมีความก้าวหน้าได้ต้องทำผลงานทางวิชาการเพื่อประกอบการเลื่อนระดับ นั่นก็คือ ต้องเขียนผลงานทางวิชาการออกมานั่นเองครับ เพื่อแสดงว่าท่านมีความรู้ความสามารถที่จะเลื่อนจากระดับปฏิบัติการ มาเป็นระดับชำนาญการ  ชำนาญการพิเศษ เชี่ยวชาญ หรือพัฒนาถึงขีดสุดคือระดับทรงคุณวุฒิ พอพูดถึงตรงนี้บางคนอาจเริ่มเครียดนิด ๆ อยากเอาไว้ก่อน เพราะเป็นเรื่องละเอียดอ่อน กระทบถึงความรู้สึกใครหลายคน และการจะทำได้สำเร็จนั้นต้องใช้แรงจูงใจสูง แต่ผมมีแนวทางอย่างนี้ครับ เนื่องจากเส้นทางข้าราชการยาวไกล แต่ไม่ไปเรื่อย ๆ การไม่กำหนดจุดหมายชีวิตของการทำงาน จะทำให้เราทำงานเพลิน ลืมคิดเรื่องความก้าวหน้าไป ดังนั้นจึงต้องกำหนดเป็นบันไดชีวิต หรือเข็มทิศชีวิตอะไรก็แล้วแต่จะเรียกครับ ว่าเราจะพัฒนาตนเองให้เลื่อนระดับให้สูงขึ้นเมื่อไหร่ เช่น ทุกสองปี ทุกสี่ปี เอาตามกรอบที่ระเบียบเขากำหนดเลยครับ ไม่ต้องครอบครองหรือยึดตำแหน่งไว้นาน ๆ ขนาดสส.ได้เงินเดือนมากกว่าเราเป็นแสน เขาก็ให้ครองตำแหน่งแค่สี่ปี เราอย่าไปครองนานกว่านั้นครับ (อันนี้บอกตนเองด้วยครับ) ปัญหาคือ แล้วจะทำอย่างไร เอ...หรือจะถาม google ดี เพราะขนาดดูดวง ทายผลบอล ถามเลขเด็ด ทำนายฝัน ทำนายเนื้อคู่ สารพัดจะถาม ก็ยังถามได้นี่นา ก็อาจถามได้บางส่วนครับ แต่ข้อแนะนำที่ดีที่สุด คือ การไปขอคำแนะนำ หรือถามหัวหน้าของเราครับเพราะท่านเป็นผู้ประสบความสำเร็จมาก่อนเรา  หรือถามผู้ที่ประสบการณ์ที่ทำแล้วประสบความสำเร็จมาก่อน ย้ำว่าต้องถามผู้ที่ประสบความสำเร็จนะครับ เพราะถ้าท่านไปถามผู้ที่ทำแล้วไม่สำเร็จแทนที่จะจุดไฟในตัวเรา จะกลับกลายเป็นเอาน้ำมาดับไฟที่มีน้อยนิดในตัวเราให้ดับสนิทแทนครับ หนาวแน่นอนงานนี้  

      แต่อย่างไรก็ตามสรุปแล้ว ถ้าจะพัฒนาตนเองเองเรื่องการงานให้ก้าวหน้า ก็ต้องเริ่มมาจากการขวนขวายหาความรู้ให้ตนเอง เริ่มทำเดี๋ยวนี้ ตอนนี้ และทำอย่างสม่ำเสมอ ถ้าเอาไว้ก่อน(นะ) เมื่อไหร่ เสร็จแน่แย่เมื่อนั้นครับ ส่วนเรื่องสุดท้ายคือเรื่องครอบครัว  การมีครอบครัวที่อบอุ่นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก ดังนั้นจึงต้องเติมความรักให้ครอบครัว คนในครอบครัวต้องมีเวลาพูดคุยกันทุกวัน ทำกิจกรรม(ที่สร้างสรรค์)ร่วมกัน การได้รับประทานอาหารร่วมกันและได้พูดคุยถึงเรื่องต่าง ๆ นับว่าสำคัญมากครับ รวมถึงการแสดงความรักต่อกัน การชมเชย การสัมผัส การโอบกอด (ห้ามคิดลึกครับ) เป็นการสร้างพลังในครอบครัวครับ  ต้องรีบทำ สิ่งที่บั่นทอนความรักของครอบครัวคือ การไม่เข้าใจกันแล้วไม่พูดกัน ดังนั้น มีอะไรต้องพูดกันและที่สำคัญต้องมีอารมณ์ขันในครอบครัว ถ้าได้ชื่อว่าเป็น “ครอบครัวสุขสันต์" ยิ่งจะดีมาก

      ส่วนท่านที่โสดจะโดยตั้งใจหรือไม่ตั้งใจก็ตามที่อยากมีครอบครัวฟังทางนี้ครับ ถ้าอยากมีคู่ พยายามให้โอกาสตนเอง อย่าปิดตนเอง แต่ก็อย่าเปิดหมดจนเกินไป เอาแค่พอดีพองามครับ โดยเฉพาะสาว ๆ ที่อยากมีคู่ มีครอบครัว  ถ้าคิดจะรอเหมือนในนางเอกละครเรื่องปลาบู่ทอง ที่เจ้าชายหลงมาเจอในพนา ก็อาจจะรอเก้อไปตลอดชีวิต  ขนาดซินเดอเรลล่า ยังต้องออกไปพบเจ้าชาย แล้วทิ้งรองเท้าแก้วให้เจ้าชายตามหา สุดท้ายถึงได้แต่งงานสมใจ เคยมีคำกล่าวที่ว่า 30 ลิขิตฟ้า 70 ต้องฝ่าฟัน ดังนั้นฟ้าอาจกำหนดรูปร่างหน้าตาเรามาแค่ 30 ส่วนอีก 70 ที่เหลือเรากำหนดเอง ดังนั้นถือว่าเราเป็นคนกำโชคชะตาของตัวเองเพราะถือเป็นเสียงข้างมาก แต่ก็ไม่ควรไม่กำหนดโชคชะตาหาคู่ตอนอายุ 70 ครับ เรื่องหาคู่ครอง สร้างครอบครัวถ้าจะคิดเอา “เอาไว้ก่อน” ไม่ได้ครับเดี๋ยว มคปด. = มันคอยไปโดน(โดนภาษาอีสานแปลว่านานครับ)