กลเม็ดเด็ดของผู้ป่วย บทเรียนสอนเจ้าหน้าที่สุขภาพเพื่อประโยชน์ของตนเอง (ต้องการใช้สิทธิ์รักษาฟรี โดยความยินยอมของเจ้าของบัตรทอง)

ในรอบ 2-3 ปีที่ผ่านมา รพ.สูงเนินพบปัญหา การคัดกรองและตรวจผู้ป่วยผิดคน, เจาะ LAB ผิดคน, เวรเปลรับผู้ป่วยที่ ER ไป Admit เข้าตึกผิดคน, จ่ายยาหรือฉีดยาผิดคน ปัญหาเหล่านี้อาจเกือบพลาด หรือพลาดจนต้องเฝ้าระวัง รักษากันทีเดียว สาเหตุเกิดจากข้อผิดพลาดในการ บ่งชี้ตัวบุคคลของผู้รับบริการ ในทุกขั้นตอนของการบริการทางการแพทย์ เราร่วมกันทบทวนหาแนวทางแก้ไขหลายครั้งหลายครา จนได้แนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน คือ

- ห้องบัตรใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลักเป็นหลักฐานในการทำบัตรผู้ป่วย (สำหรับเด็กใช้ใบรับรองการเกิด หรือทะเบียนบ้าน)

- ต้องใช้ตัวบ่งชี้ อย่างน้อย 2 ตัวคือชื่อ-สกุล (ถือเป็น 1 ตัวบ่งชี้) ร่วมกับวันเดือนปีเกิด, อายุ, ชื่อพ่อ-แม่ หรือที่อยู่ ทุกครั้งก่อนทำกิจกรรมหรือหัตถการต่างๆกับผู้ป่วย เช่นการคัดกรอง, ตรวจรักษา, การผ่าตัดทุกชนิด, การให้ยาระงับความรู้สึกทุกประเภท, ฉีดยา, ทำแผล, แจกยา, เจาะเลือด, เอ็กซเรย์, การรับผู้ป่วยเพื่อพา Admit เข้าตึกเป็นต้น

- ใช้คำถามปลายเปิดคือชื่ออะไร นามสกุลอะไร (ห้ามถามปลายปิดว่าชื่อ..ใช่หรือไม่)

- ให้ผู้ป่วยและญาติมีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของกระบวนการบ่งชี้ผู้ป่วย

หลังจากมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจน ปัญหาเหล่านี้มีแนวโน้มลดน้อยลงเรื่อยๆ

แต่ที่เพิ่งจะเกิดขึ้นคือผู้ป่วยนำบัตรทองของคนอื่นมายื่นรับบริการ แจ้งว่าไม่ได้นำบัตรประจำตัวประชาชนมา (ต้องการใช้สิทธิ์รักษาฟรี โดยความยินยอมของเจ้าของบัตรทอง) เราทำบัตรผู้ป่วยจากคำบอกเล่าและเช็คสิทธิ์จากเลข 13 หลักในบัตรทอง ขณะนอนรพ.ผู้ป่วยสามารถตอบตัวบ่งชี้ 2 ตัวได้ และรับการรักษาจนสามารถกลับบ้านได้ โดยที่เราไม่ทราบว่าเราให้บริการ “ผิดสิทธิ์ผิดบัตรถูกคน” จนวันหนึ่งเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลไปได้ยินคนในหมู่บ้านคุยกัน

เราจึงนำประเด็นนี้มาทบทวน (บทเรียนสอนใจ) เพื่อเฝ้าระวังโดยกรณีนอนรพ.ทุกราย ผู้ป่วยต้องนำบัตรประจำตัวประชาชนมายืนยันตัวบุคคล (บัตรที่มีรูป, ใบรับรองการเกิด, ทะเบียนบ้าน กรณีที่ไม่ได้ยืนยันตั้งแต่แรก) และวางแผนระยะยาว (ยาวมากๆ) ว่าอาจต้องใช้วิธีถ่ายภาพผู้ป่วยทุกราย