เด็กผู้ชายเล่นลูกก๋ง

            เสียงของแม่ที่ลุกขึ้นมานึ่งข้าวในตอนเช้าตรู่  และเสียงร้องเอะอะอย่างตกใจของน้าว่า รถหาย!!...ปลุกให้ทุกคนตื่น ครู่เดียวญาติข้างๆบ้านก็วิ่งมาดูเหตุการณ์เมื่อดูจนทั่วแล้วว่ารถเครื่องของน้าที่เก็บล็อคกุญแจไว้ในห้องน้ำได้หายไปจริงๆ จากร่องรอยที่คนร้ายงัดประดูห้องน้ำแล้วยกรถครูดกับพื้นดินเป็นทางเลียบลำน้ำเหมืองและข้ามขัวหรือสะพานไปตามทางเดินในสวนที่มีแต่ดินโคลน จนไปออกถนนใหญ่  ตลอดเช้าวันนี้ฉันเห็นคนมาบ้านฉันมากมายบางคนรู้ข่าวที่ตลาดก็มาดูในขณะที่ยังถือใบตองห่ออาหารอยู่  ตอนสายๆมีคนที่เดินทางไปทำงานมาแวะถามข่าว ฉันเห็นครูผู้ชายแก่ๆสวมเสื้อขาวที่ถีบจักรยานไปโรงเรียนมาด้วยกันหลายคน มายืนคุยกันที่ลานบ้านรวมกับคนอื่นๆด้วย  ฉันได้ยินแม่อุ้ยบอกให้แม่ว่าหาอะไรให้เด็กกินแล้วจะได้ไปโรงเรียน ก่อนที่ฉันและน้องชายจะหิ้วกระเป๋า และสะพายย่ามนกยูงไปโรงเรียนก็สายกว่าทุกวัน   เย็นวันนั้นทุกบ้านจะเปิดวิทยุฟังข่าวรอบฟ้าลานนาที่พูดถึงคนร้ายขโมยรถเครื่องที่บ้านด้วย                  

            ต่อมาได้รถกลับคืนมาในสภาพที่เก่าๆไม่น่าดู มีรอยขีดข่วนไปทั่ว ฉันไม่รู้ว่ามันไปอยู่ที่ไหนจึงทำให้เปลี่ยนสภาพจากที่ใหม่ๆกลายเป็นอย่างนี้ ฉันมองหน้าแม่และน้าก็คงรู้สึกเหมือนฉันจึงไม่ถามอะไร และต่อมาบ้านเราจึงมีงานที่ต้องช่วยกันทำทุกเช้าและค่ำ คือยกรถเครื่องขึ้นไว้บนบ้าน และยกลงในตอนเช้า ฉันกับน้องช่วยยกล้อหน้าคนละข้าง แม่กับน้ายกด้านหลัง บางวันที่น้ากลับบ้านดึกฉันกับน้องก็จะถูกปลุกให้ตื่นและมาช่วยกันยกรถขึ้นบ้าน บางครั้งยกรถขึ้นบนบ้านแล้วน้องยังละเมอว่ากำลังจับปลาดุกอยู่แม่จึงต้องพยุงตัวไปนอนต่อ

             วันศีลแม่อุ้ยไปนอนวัด ตอนเย็นแม่ทำแกงอ่อมกบ ขณะที่แม่ดูแลให้ฉันกับน้องกินข้าว แม่จะบอกว่าขาอุยนี่อร่อยนะและแบ่งขากบให้ลูกทุกคน และร้องทักแม่อุ้ยเอ้ยที่เป็นญาติเดินถือร่มไปวัดท่ามกลางสายฝนอย่างคล่องแคล่ว ขณะที่ฉันและน้องๆอร่อยกับแกงกบและหัวเราะที่เห็นแม่อุ้ยแบกผ้าป๊กไปนอนวัดแล้วเดินเร็วๆ แล้วพูดว่าฟั้ง... ฟั้ง...(เร็วๆ)     ภาระกิจที่เด็กๆทุกคนชอบก็คือการได้ร่วมวงคุยกันในตอนเช้ามืดขณะไปรอรับแม่อุ้ยหรือพ่ออุ้ยกลับจากนอนวัด ก่อนที่แม่อุ้ยจะไหว้พระเสร็จเด็กๆก็มีเรื่องต่างๆมาคุยกันได้มากมาย  แม้ว่าบางครั้งรู้สึกเย็นที่เดินลัดน้ำค้างที่เกาะตามใบหญ้าคาข้างทางจนชายเสื้อเปียกทำให้มานั่งสั่นขณะรอรับผ้าป๊ก สาดนอนวัด และซ้าใส่ข้าวตอกดอกไม้ แต่ไม่เคยมีใครขาดวงเสวนารอบเช้ามืดเลย

            ช่า...ตุ๊บ ...ตุ๊บ !!สิ้นเสียงเด็กที่วิ่งกุมหัวออกไปจากทางเดินใต้ทิวมะพร้าวก็กลับเข้ามาลากทางมะพร้าวออกไปให้พ้นทาง บางคนก็จับลูกมะพร้าวอ่อนที่เพิ่งหล่นโยนออกไป แล้วเข้ามาเล่นลูกก๋งรอบใหม่  ก๋งคือหนังสติ๊กที่เด็กผู้ชายชอบใช้สำหรับยิงนก ยิงมะม่วงที่อยู่สูงๆให้หล่นลงมา ฯลฯ ลูกก๋งคือก้อนดินที่ปั้นเป็นลูกกลมๆแล้วนำไปตากให้แห้งใช้เป็นกระสุน สำหรับยิงหนังสติ๊ก  เด็กผู้ชายจะรู้ว่าลูกกระสุนดีต้องใช้ดินข้างน้ำเหมืองมาทุบจนเหนียว แล้วจึงแบ่งมาปั้นเป็นลูกกลมๆ เอาไปผึ่งให้ค่อยๆแห้ง ลูกก๋งจึงจะไม่แตกและเก็บใส่กระป๋องไว้เล่นได้หลายวัน วิธีการเล่นลูกก๋งก็คือเอากระสุนดินเหนียวมาวางเรียงกันเป็นจุมหรือชุด วางไว้ข้างล่างสามลูกวางไว้ข้างบนหนึ่งลูก เป็นหนึ่งจุม  เมื่อตกลงกันว่าเกมนี้จะเล่นสามจุมก็จะเรียงลูกก๋งเป็นแถวคนละสามชุด การโยนลูกก๋งก็โยนเหมือนเล่นเปตอง ถ้าของใครโยนได้ใกล้จุดศูนย์กลางก็ให้เป็นคนเล่นก่อนมีสิทธิ์โยนลูกก๋งของตัวเองก่อน โดยเล็งไปที่ลูกก๋งจุมที่อยู่หัวแถว ถ้าโยนถูกก็ชนะและได้เป็นเจ้าของลูกก๋งทั้งหมดที่เล่นในเกมนี้   เด็กผู้ชายจะโยนแม่นมาก บางคนที่เล่นเก่งเขาจะเป่าคาถาใส่ลูกก๋งลูกที่ใช้โยนอยู่ทุกครั้งที่ชนะ เพราะลูกก๋งลูกนี้แต่ละคนจะปั้นอย่างพิถีพิถันมากเป็นพิเศษ จึงต้องเป่าคาถาและบางครั้งก็พ่นน้ำลายใส่นิดหน่อยด้วย  ใต้ต้นมะพร้าวนี้บางครั้งก็เปลี่ยนมาเป็นลานเล่นตี่จับ และในสมัยน้องคนเล็กจนถึงสมัยลูกๆที่ไม่นิยมเล่นลูกก๋งกันแล้ว ก็เปลี่ยนมาใช้เป็นที่เล่นโปงโลงคือใช้กระป๋องนมแทนลูกก๋งตัวที่ใช้โยน และใช้ซองบุหรี่แทนลูกกงที่วางเรียงเป็นจุม เวลาโยนกระป๋องไปกระทบกัน จะเกิดเสียงดังโปงโลง ก็เรียกว่ากันว่าเล่นโปงโลง ที่แต่ละคนจะสะสมซองบุหรี่แทนสะสมลูกก๋ง   

            ลำไยโตแล้วออกผลเต็มต้น หัวค่ำมีการดักอีบ่างคือค้างคาวที่ออกมากินผลไม้กลางคืนทำความเสียหายให้กับชาวสวนมาก  ผู้ใหญ่ชี้ให้ดูมะพร้าวต้นสูงที่อยู่ในสวนทางทิศตะวันตกแสงพระอาทิตย์สีส้มตัดกับเงาดำๆของต้นมะพร้าวและตัวอีบ่างเห็นชัดเจนเงาดำๆกำลังไต่ต้นมะพร้าวสูงขึ้นไปเรื่อยๆแล้วก็โผลงมาพวกที่ถือตาข่ายรอไว้ก็ยกขึ้นอีบ่างหรือค้างคาวปะทะกับตาข่ายก็ตกลงมาก่อนจะถึงต้นลำไย การจับค้างคาวนี้จะมีทุกวันในตอนหัวค่ำที่เรียกเสียงเชียร์จากกลุ่มเด็กๆให้ช่วยกันยกไม้ที่ขึงตาข่ายให้ทันกับจังหวะที่ค้างคาวโผลงมาพอดี จนหมดฤดูลำไยก็เปลี่ยนไปเป็นเก็บตั๊กแตนหรืออย่างอื่นแล้วแต่ฤดูกาล

               เด็กๆที่บ้านฉันจึงมีงานที่ผู้ใหญ่ให้ทำอยู่เสมอหมุนเวียนไปตามฤดูกาลต่างๆตลอดทั้งปี