เราฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์กรมาใช้ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจขององค์กร

           เป็นธรรมเนียมหรือเป็นประเพณีปฎิบัติในองค์กร ทุกปี เมื่อคนเก่าจากไป  คนใหม่เข้ามา ย่อมมีงานรับ  เลี้ยงส่งต้อนรับ   กับคำขวัญ "มารักไคร่ ไปคิดถึง"หรือจากลาอาลัย มาใหม่รักใคร่" ตามแต่ใครจะสรรหาข้อความประทับใจ สรุปรวบยอดความคิดออกมาเป็นข้อความบนผ้าม่าน ให้อ่าน ให้เห็น เป็นส่วนสำคัญของงาน

     หลังจาก ผอ.คนใหม่แถลงนโยบาย "ล่องสำเภาสู่ทะเลนอก" พวกเรา ซึ่งเป็นคนงานและพยาบาล ได้ประชุมกัน โดยไม่มีผอ. ไม่มีหมอ ไม่มีพ่อบ้าน(หัวหน้าบริหาร) และไม่มีหัวหน้าฝ่ายการพยาบาล  มีแต่ หัวหน้าศูนย์เวชปฎิบัติครอบครัว เข้ามารับร่วมปรึกษา  ประชุมโดยไม่มีประธาน มีการให้มูล

       สรุปความได้ว่าทางโรงพยาบาล เศรษฐกิจไม่ดี ไม่เอื้อให้จัดงานเลี้ยง   ถ้าจะจัดก็ต้องจัดแบบประหยัดๆ ผู้เขียนห่างหายการประชุมการปรึกษางานของโรงพยาบาลไปนาน ได้ให้ข้อมูลว่า โรงพยาบาลปากพะยูนมีจุดเด่นในเรื่องวัฒนธรรมองค์กร คือในงานเลี้ยงทุกครั้งในอดีต พวกเรานำอาหาร"ข้าวหม้อแกงหม้อ"มาร่วมงาน ถึงไม่มีงบประมาณ เราก็มีงานเลี้ยงกันอย่างสนุกสนาน

     เพราะฉะนั้นในงานนี้เราฟื้นฟูวัฒนธรรมองค์มาใช้ให้สอดคล้องกับเศรษฐกิจขององค์กร ในที่สุดเราได้ข้อสรุปโดยไม่ต้องมีมติว่า เราจะจัดงานเลี้ยงรับ เลี้ยงส่ง โดยให้แต่ฝ่ายแต่ละแผนก ไปจัดอาหารและการแสดงด้วยงบประมาณแผนกละหนึ่งพันบาท ส่วนเครื่องดื่ม มีการพูดคุยกันว่าเราน่าจะงดเพราะอยู่ในเทศกาล"งดเหล้าเข้าพรรษา" แต่ที่ประชุมหลายคนแย้งว่า งานเลี้ยงถ้าขาดสุรา ก็หาความบันเทิงได้ยาก  เรามาพบกันครึ่งทาง โดยการจัดงบฯเครื่องดื่มให้อย่างประหยัด ถึง งดไม่ได้เพียงลดลงได้ ถือว่าได้ปฎิบัติตาม การงด ลด ละ เลิก ในเทศกาลเข้าพรรษา

     ผู้เขียนบอกว่าเรามาฟื้นสิ่งดีงามที่เป็นประสบการณ์ในอดีต ที่ทุกคนเป็นเจ้าของงาน ดังนั้นงานในครั้งนี้ คืองาน "ร่วมจ่าย ร่วมกิน ร่วมเก็บ "ให้เราร่วมกันรับผิดชอบในขยะที่นำเข้ามาในงาน  ท่ามกลางเศรษฐกิจที่ไม่อำนวย เมื่อนำปัญหามาช่วยกันคิด หาทางออก เราก็พบหนทางที่ดีงาม เพราะ

        "ความขาดแคลน 

                ไม่เป็นปัญหา

 ถ้ามีปัญญาและความอดทน"

 เราจบการพูดคุยด้วยวัฒนธรรมองค์กรในการประชุมทุกครั้ง เราเปล่งเสียงพร้อมกันว่า

" เราทำได้

เรามีความสุข

ประสบความสำเร็จ"