หลายท่านคงคุ้นเคยกับคำว่า “เนื้อดี พิมพ์นิยม” ในการโฆษณาทางทีวีมาบ้าง แต่อาจจะไม่เข้าใจว่า หมายความว่าอย่างไรกันแน่
ผมก็กำลังเรียนรู้และเข้าใจมากขึ้นเรื่อยๆ ตั้งแต่ เข้าใจ/มีคนบอกผมว่า
- เป็นลักษณะของพระแท้ และมักมีรูปและคำอธิบายในหนังสือและตำราเกี่ยวกับพระกรุต่างๆ
ต่อมา เข้าใจ/มีคนบอกว่า
- เป็นลักษณะของพระที่สวย มีน้อย คนต้องการมาก ราคาสูง
ต่อมา เข้าใจ/มีคนบอกว่า
- เป็นพระที่ระดับผู้กุมบังเหียนของสมาคมพระเครื่องมีมาก คนอื่นๆมีน้อย กำหนดและคุมราคาได้
- จึงได้รับการยกให้เป็นระดับ “เนื้อดี พิมพ์นิยม” เพื่อการกุมตลาด กำหนดและปั่นราคาได้ตามสบาย
จึงทำให้เกิดข้อสงสัยว่า ผู้นิยมพระเครื่องทั้งหลายกำลังทำอะไร
- กำลังเรียนรู้ หรือกำลังหลงทาง
-
อยู่กับความเชื่อ (ที่ส่วนใหญ่มาจากการ
“ถูกปั่นหัวให้เชื่อ” แบบวิชามาร ให้เป็นสมุนและเหยื่อของเขา)
โดยไม่ใฝ่หาความจริง
- ภายใต้คำพูดว่า “การเล่นพระเครื่องแบบสากล”
- ที่แม้กิเลสของเราเองก็ยังให้ผู้อื่นเป็นคนกำหนดให้
- พัฒนาความรู้เพื่อการพัฒนาตนเอง หรือพัฒนาความรู้เพื่อสนับสนุนกิเลส และความร่ำรวยของผู้อื่น
ถ้าทำอย่างนี้ มีแต่จะเป็นเหยื่อของนักปั่นตลาด ที่ทำให้คนที่ไม่รู้ทันหลงทางและกลายเป็นเหยื่อธุรกิจของเขาได้
แบบเดียวกับที่เกษตรกรที่ขาดความรู้ ถูกปั่นหัวให้เชื่อว่า
- สารเคมีของบริษัทไหนดีกว่ากัน
- ทั้งๆที่ ไม่ใช้เลย แต่..หันกลับมาพึ่งธรรมชาติดีกว่า
สำหรับกรณีที่ผมเข้ามาศึกษาพระกรุ เพื่อให้เข้าใจประวัติศาสตร์ไทยในอีกมุมหนึ่ง ทำให้ผมได้เข้าใจ ทั้ง
- สังคมและการพัฒนาการของกลุ่มคนในแผ่นดินสุวรรณภูมิ (เฉพาะกลุ่มผู้นับถือศาสนาพุทธ)
- การพัฒนาการทางศิลปะ วัฒนธรรม เทคโนโลยีเครื่องปั้นดินเผา โลหะ จากยุคเมื่อพันกว่าปีเป็นต้นมา
- เพิ่มเติมจากการศึกษาเหรียญกษาปณ์จากยุคฟูนันเป็นต้นมา
ทำให้ผมต้องพยายามหลบหลีกวิชามาร เพื่ออยู่กับวิชาการ เพื่อให้เข้าใจความจริง ก่อนที่จะนำมาประมวลเป็นชุดความรู้ตามหลักการของวิทยาศาสตร์และการวิเคราะห์ สังเคราะห์ความจริง
เพื่อการหลบเลี่ยงปัญหาดังกล่าว ผมจึงกลับไปศึกษาเนื้อพระกรุเก่าแท้ๆว่าเป็นอย่างไร
- โดยไม่จำเป็นต้องเป็น “เนื้อดี” และ “พิมพ์นิยม” ตามกระแสการปั่นของผู้แสวงผลประโยชน์
- เพราะ ทั้งสองประเด็น ทำให้ผมเกือบหลงทางไปไกล
ตั้งแต่
- ต้องใช้เงินจำนวนมากในการศึกษาครั้งนี้ โดยเฉพาะช่วงที่เข้าไปเป็น “หมูสนาม” ในตอนแรกๆ
- แถมยังได้พระโรงงาน ที่ไม่เกี่ยวข้องกับวัตถุประสงค์เดิมในการศึกษาของผม
จึงต้องกลับมาทบทวนตัวเอง กึ่งเลียแผล กึ่งเรียนรู้
ทำให้ได้ข้อสรุปตามหลัก "วิชาการ" ว่า พระกรุแท้ๆ ต้อง
- เริ่มต้นที่เนื้อวัสุที่ถูกต้อง เป็นธรรมชาติ ไม่จำเป็นต้อง “เนื้อดี” ตามตำราและการปั่นกระแสของผู้หวังผลประโยชน์
- ศิลปะถูกต้อง โดยไม่จำเป็นต้องเป็น “พิมพ์นิยม” อันเนื่องมาจากผู้ปั่นมีเก็บสำรองไว้มาก คนอื่นมีน้อย
ผมจึงเริ่มศึกษาเนื้อพระกรุแท้ๆอย่างจริงจัง ทั้งเนื้อตะกั่วสนิมแดง ชินเงิน ชินเขียว สำริด ทองคำ ดินเผา
ว่าพระกรุแท้ๆนั้นต่างจากพระโรงงานอย่างไร ที่ผมบันทึกชุดความรู้เหล่านี้โดยละเอียดที่สุดพร้อมรูปภาพประกอบการศึกษาไว้แล้ว ในบล็อกนี้ ก่อนหน้านี้
ด้วยหลักการที่ว่า “เนื้อ” สำคัญกว่า “พิมพ์”
แต่ถ้าพิมพ์เพี้ยนถึงระดับ "ศิลปะ" ก็ยิ่งเป็นการเตือนให้กลับมาดูเนื้อให้ชัดๆ
ถ้าดูเนื้อชัดแล้ว พิมพ์ก็เป็นความแปรปรวนของแม่พิมพ์แต่ละแม่ หรือช่างแกะแต่ละท่าน ที่อาจจะมีมากกว่าหนึ่งท่าน และแม่พิมพ์นั้น น่าจะมากกว่าหนึ่งแน่นอน
เพราะ ไม่น่าจะมีใครมาใช้แม่พิมพ์เดียว ทำทีละองค์ๆ จนได้ แปดหมื่นสี่พันองค์หรือเป็นร้อยๆองค์อย่างแน่นอน
เท่าที่มีหลักฐานเชิงวัตถุโบราณ จะมีการสร้างพระเป็นชุดๆ (พวง) โดยใช้แม่พิมพ์อย่างน้อยห้าแม่พิมพ์ต่อชุดขึ้นไป
- บางชุดใช้ถึงกว่าสิบแม่พิมพ์ ที่แต่ละแม่พิมพ์ก็น่าจะมีความแตกต่างกันไปในรายละเอียด
- ทำให้บางแม่พิมพ์ (ที่เซียนบางท่านเก็บสำรองไว้ได้มาก) กลายมาเป็น "พิมพ์นิยม" ปั่นกระแสกิเลสนักสะสมที่วิ่งตามกระแสปั่นของเขาได้ในปัจจุบัน
ยกเว้นพระทองคำที่มีการสร้างน้อย และอาจจะหล่อเพียงองค์เดียวก็ได้
เพราะในระดับโรงงานทำพระนั้น เขามีระดับความรู้สูงมากที่จะทำพิมพ์ให้เหมือนอย่างไรก็ได้ แต่เนื้อยังทำไม่ได้ดีนัก เพราะ ความเป็นธรรมชาตินั้นเลียนแบบยาก
และก่อนที่เขาจะผลิตพระโรงงานแบบสวยกว่าพระแท้นั้น เขาทำวิจัยมามากกว่านักเล่นพระบางคนด้วยซ้ำ
ไม่มีตำหนิใดที่นักวิศวกรประจำโรงงานผลิตพระเก๊ เขาไม่รู้
เพียงแต่ทำได้ดีที่สุดแค่นี้เท่านั้น
ถ้ายิ่งเป็นเหรียญจากเกจิอาจารย์รุ่นดังๆ ราคาหลักแสนเป็นล้านนั้น เขาทำได้เหมือนเกือบ ๑๐๐ % ทั้งด้านหน้า ด้านหลัง และรอยตัดขอบ และความเก่า
เพราะของเหล่านี้อายุไม่มาก อย่างมากก็แค่ร้อยกว่าปี ทำเลียนแบบได้ง่าย
ถ้ายังไม่เหมือน เขาว่ากันว่าเป็นโรงงานหรือวิศวกรรุ่นเด็กๆ
หรือโรงงานหลังบ้านที่ไม่มีวิศวกรมีฝีมือพอ
เขาทำได้ในระดับ “ปาดคอเซียน” เฉพาะที่กำลังหลงกระแสการปั่นได้เลย
และยังยากที่จะหลอกคนที่ไม่หลงไปกับ “วิชามาร” ภายใต้ คำพูด “เนื้อดี พิมพ์นิยม”
ในกรณีพระกรุนั้น เขาก็กำลังหาวิธีเลียนแบบกันอย่างเอาเป็นเอาตาย
ที่ไม่ทราบว่าผู้ปั่นกระแสระดับเซียนทั้งหลาย ได้มีส่วนให้ข้อมูลและความรู้หรือไม่ ถ้าไม่มีก็น่าจะปรามๆกันบ้าง เพื่อศักดิ์ศรีของกลุ่มอาชีพ
ฉะนั้น
ในระยะนี้ที่ยังเป็นกระแสการปั่น และสร้างพระโรงงานออกมาตามกระแส “เนื้อดี พิมพ์นิยม” ผู้เข้ามาใหม่ต้องระวังตัวมากๆ
อย่าเข้าไปในกระแสการปั่น หรือหลงเข้าไปแล้วให้พยายามหาทางออกให้ได้
โดยการอยู่กับความรู้ที่เป็นจริง อย่าเอาสมองที่มีค่าของเราเข้าไปรับ “วิชามาร” จนปนเปื้อน เสียชาติเกิดเปล่าๆเลยครับ
ขอให้โชคดี อยู่รอดปลอดภัยกับความรู้ที่เป็นจริง กันทุกๆท่านครับ
สวัสดีครับ ความรู้ระดับเซียนจริง ๆ ครับ มีค่ามาก ๆ ขอบคุณที่แบ่งปันครับ
ขอบคุณครับ
ไม่ขนาดนั้นหรอกครับ
ผมก็กำลังเรียนอยู่เหมือนกันครับ
สวัสดีครับท่านอาจารย์
พระกรุปลอมยากกว่าพระเกจิ โดยเฉพาะเหรียญต่างๆที่อายุน้อย จะทำปลอมได้ง่ายกว่ามาก
ในกลุ่มพระกรุ เนื้อดินปลอมง่ายกว่าเนื้อโลหะ (เนื้อชิน) เนื้อชินที่ปลอมยากที่สุดก็คือสนิมแดง
แต่เนื้อชินปลอมจะดูง่ายครับ
ผมแขวนอยู่นาน แล้วครับ แต่ความรู้ยังน้อบ ช่วยผมหน่อยครับอาจารย์
ด้านหลังคับอาจารย์
เพิ่มสมัครเป็นสมาชิก เพราะถูกใจการอธิบายของอาจารย์ หลาย ๆ เรื่อง โดยเฉพาะ เรื่องการบ้าจี้ตามการปั่นกระแสของวงการพระเครื่อง ซึ่งต้องยอมรับว่าได้เข้าไปเสพอยู่พักใหญ่ หลงทาง เสียเงิน เสียเวลา พอพ้นจากจุดนั้นได้ ตาก็เห็นแสงสว่าง ผมขอเสริมอาจารย์อีกนิดคือ เรื่องความโลภ ผมเห็นว่าทุกท่านที่หลงทางอยู่ขณะนี้ ร้อยทั้งร้อย เกิดจากความโลภทั้งนั้น จึงขอให้ทุกท่านละความโลภ มาศึกษาเหมือนอาจารย์แบบเริ่มเรียน ก ข ค ง กันดีกว่า ถึงจุดจุดหนึ่งแล้วท่านจะเห็นความเขลาของตัวเราเองในอดีตที่ผ่านมานะครับ
ถูกต้องแล้วครับ