my life my family
ความรู้สึกเมื่อได้กลับบ้านคงต้องบอกว่าความรู้สึกเเรกคือดีใจ ในวันที่เดินทางออกจากสิงคโปร์ ทันทีที่ล้อเครื่องบินเเตะรันเวย์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ น้ำตามันไหลโดยไม่รู้ตัว ทำให้รู้ว่าเรารักประเทศไทย บ้านเกิดเมืองนอนของเราขนาดไหน จะไปอยู่ที่ไหนก็ไม่เหมือนบ้านเรา จะสุขสบาย อาหารอร่อย  พบเจอสิ่งเเปลกใหม่  ก็ไม่เหมือนบ้านเราเเต่ทุกอย่างถือเป็นประสบการณ์ชีวิต ที่อาจหาซื้อที่ไหนไม่ได้ เเต่โอกาสที่ได้รับก็ต้องขอขอบคุณทุกฝ่ายในโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะเเพทยศาสตร์ เเห่งนี้
       วันเเรกที่มาถึงขอนเเก่น คืนนั้นหลับสลบ เเละได้นอนกอดลูกชายสมใจ หายคิดถึง เช้าตื่นเเต่เช้า เเละเตรียมตัวตระเวนหาของกินที่อยากมานาน เชื่อมั้ยคะว่า สิ่งที่อยากทานมากที่สุด คืออะไร กาเเฟค่ะ เพราะกาเเฟที่สิงคโปร์ ไม่มีร้านไหนถูกปากคนไทยอย่างเราเลย จากนั้นจึงชวนน้องเเคนไปยืมหนังสือ ที่ร้านอ่านเต็มอิ่ม เราเเม่ลูกต่างก็มีหนังสือเล่มโปรดคนละเเบบ เเม่กุ้งจะอ่านนิตยสาร ส่วนลูกชายก็อ่านการ์ตูน หนังสือช่วยทำให้ผ่อนคลาย ส่วนเเคนก็บอกว่าผ่อนคลายจากการเรียนเหมือนกัน

 

 

นี่ค่ะกาเเฟอร่อยที่รอทานมา 1 เดือน

 

 

ร้านหนังสือเช่าที่อ่านประจำทุกวัน

 

 

ได้หนังสือที่ชอบเเล้วครับ

 

 

จากนั้นเราไปไหว้ขอบคุณเเละขอพรเจ้าพ่อมอดินเเดง
 สิ่งศักสิทธิ์คู่บ้านมหาวิทยาลัยขอนเเก่น
ที่อำนวยอวยพรให้เเม่กุ้งปลอดภัยกลับมาบ้านเรา

 

 

ถวายช้างเจ้าพ่อมอดินเเดงครับ

 

 รอยยิ้มของลูกชาย ดีใจจังครับเเม่กุ้งกลับบ้านเเล้ว

 

ตกเย็นเรานัดทานข้าวกับตา-ยาย เเม่กอย น้องปุณย์ครับ
ที่ร้านอาหารบ้านต้นไม้ตรงข้ามหมู่บ้านพิมานธานี โนนม่วง

 

 

อาหารที่นี่อร่อยใช้ได้ทีเดียว เมนูเเนะนำที่เราสั่งทาน
ปลาทอดสมุนไพร กุ้งเเช่น้ำปลา ต้มยำปลาคัง
กุ้งชุบเเป้งทอด กุ้งอบวุ้นเส้น  เป็นร้านเปิดใหม่ มีดนตรีฟังเริ่มตอน 1 ทุ่ม

 

 

บรรยากาศที่ร้านช่วงเย็นจะดีมาก

 

ทานอาหารใกล้บ้าน อร่อยด้วยครับ ต้อนรับเเม่กุ้งกลับบ้าน
เเละฉลองวันเกิดย้อนหลัง