ช่วงนี้ดิฉันห่างหายไปจากหน้า Web blog นานทีเดียว คำพูดนี้อยู่ในใจของตัวดิฉันเอง และคุณหมอนนทลีก็ยังคุยกับดิฉันเช่นกันว่า ไม่รู้ช่วงนี้เป็นอะไรหลายๆ คนในกรมอนามัยเงียบไปกับการเขียน Web blog มีอะไรๆ เข้ามาแยะจนจัดคิวและสมองตัวเองไม่ทัน มีเรื่องราวอยากเล่าสู่กันฟัง แต่เวลามันเหนื่อยอารมณ์ของคนอยากเขียนมันก็หดหายไปบ้าง อาการเงียบๆ จึงเกิดขึ้น ดิฉันไม่ได้หยุดตัวเองกับงาน KM เลยค่ะ เวียนวนอยู่กับการนำเครื่องมือ KM มาใช้ในหลายๆ งาน

   เมื่อวันที่ 29 พ.ค.จนถึง 1 มิ.ย. 49 ณ โรงแรมเวียงใต้ เราทำการสรุปบทเรียนโครงการอาหารปลอดภัยครบวงจรในโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพ โดยนำ success story มาใช้เป็นเครื่องมือในการสกัดบทเรียนความสำเร็จของ 5 โรงพยาบาลนำร่อง ที่มีการดำเนินงานดังกล่าว ซึ่งได้แก่ โรงพยาบาลแพร่ โรงพยาบาลสงขลา โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา โรงพยาบาลพนมสารคาม และโรงพยาบาลสนามชัยเขต ซึ่ง 2 โรงพยาบาลนี้ อยู่ในจังหวัดฉะเชิงเทรา และเชิญคุณกิจตัวจริง มาเล่าสู่กันฟังถึงความสำเร็จในการดำเนินงาน ซึ่งครั้งนี้เป็นการทำงานต่อจากครั้งที่แล้วที่เคยนำ stakeholder เข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ตามที่ดิฉันเคยเขียนเล่าไปบ้างแล้ว ในหัวข้อ Fa จะอย่างไรเมื่อสมาชิกในกลุ่มเกือบวางมวยกัน

   การทำงานถูกวางแผนกันอย่างเข้มข้น โดยหัวหน้าทีม อาจารย์ พญ.นันทา อ่วมกุล เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ คือ เรื่องเล่าความสำเร็จที่มี Tacit Knowledge เป็นรายละเอียดสำคัญในการเป็นบทเรียนถ่ายทอดสู่ผู้ฟัง เพื่อการเรียนรู้แก่ผู้สนใจ ทั้งนี้ถือเป็นความพยายามแปลงTacit knowledge ให้เป็น Explicit knowledge โดยพยายามคัดสรรผู้ทำหน้าที่ Facilitator และ note taker รวมถึงการกำหนดเงื่อนไขด้านเวลา (4 วัน) เพื่อให้ทีมงานเร่งเครื่อง เขียนต้นฉบับให้เสร็จ ภายในระยะเวลาที่กำหนด เราใช้เวลา 1 วัน สำหรับการพูดคุย เพื่อสกัดบทเรียนจากคุณกิจที่เดินทางมาจาก 5 โรงพยาบาล ซึ่งในตอนเย็น note taker ต้องเร่งพิมพ์สาระที่พูดคุยออกมา ให้เสร็จเป็นเค้าโครง ในวันที่2 เป็นเวลาสำหรับการเติมเต็ม ซึ่งยังพูดคุยขอรายละเอียดเพิ่มเติมจากคุณกิจได้อีก หากสาระของเรื่องราวยังไม่สมบูรณ์ และในวันที่ 3 และ 4 นั่นคือ วันที่31 พ.ค. และ 1 มิ.ย.49 เป็นเวลาของ Fa สำหรับการลงมือร้อยเรียงเขียนเรื่องราว และขัดเกลาให้สมบูรณ์เกือบสุดๆ แล้วจัดส่งต้นฉบับให้อาจารย์หมอนันทา เพื่ออ่าน และให้ข้อเสนอแนะ เพื่อปรับปรุงบทเขียนให้เป็นรูปร่างที่สมบูรณ์ยิ่งขึ้น และตอนนี้ต้นฉบับของทุกท่าน ถึงมืออาจารย์หมอนันทาแล้ว เหลือแต่การเก็บตก และแต่งเติมรูปภาพประกอบให้สวยงามก่อนจัดพิมพ์

   งานนี้ทีมงานเราเลยได้เรียนรู้การทำหน้าที่หลายๆ อย่าง และเพื่อให้คุณกิจที่เดินทางมาได้เข้าใจกระบวนการ KM ภายใน 2 วันที่คุณกิจอยู่กับเรา อาจารย์หมอนันทาก็ได้ปูพื้นความรู้ความเข้าใจ เกี่ยวกับ KM และทักษะการเล่าเรื่องให้กับคุณกิจทั้ง 5 โรงพยาบาลฟัง ก่อนเข้าสู่การสัมภาษณ์ และหลังจากเล่าเรื่องจบ อาจารย์หมอนันทา ดิฉัน คุณวิมล โรมา ก็ช่วยกัน 3 คนให้กลุ่มคุณกิจ สรุปปัจจัยสู่ความสำเร็จ ทำตารางอิสรภาพ ประเมินตนเองและเรียนรู้ธารปัญญา และแผนภูมิขั้นบันได สำหรับท่านอื่นๆ ก็ทยอยกันเริ่มลงมือเขียนเรื่องเล่า ส่วนดิฉันหลังจากเสร็จงานกลุ่มทั้งหมด ถึงค่อยมาตะลุยเรียบเรียง และเขียนเรื่องเล่าทีหลังท่านอื่นๆ งานก็สนุกค่ะ ได้หัวเราะกันบ้างเล็กน้อยกับนักเขียนมือใหม่ๆ อย่างพวกเรา

สำหรับการแบ่งทีมงานนั้น

ทีมที่ 1 มีคุณฉัตรลดา กาญจนสุทธิแสง “พี่อ้วน” นักวิชาการสาธารณสุข 8 จากศูนย์อนามัยที่ 1 ทำหน้าที่เป็น Fa (หนึ่งใน KM Team กรมอนามัยค่ะ) และคุณสิริรัตน์ จำปี “พี่แดง” ผู้ช่วยเจ้าหน้าที่อนามัย จากสำนักส่งเสริมสุขภาพ เป็น note taker รับผิดชอบสกัดบทเรียนโรงพยาบาลแพร่

ทีมที่ 2 มีคุณเพชรัตน์ คีรีวงค์ “พี่จิ๋ว” นักวิชาการสาธารณสุข7 จากศูนย์อนามัยที่ 1 เป็น Fa และ “พี่เป้า” คุณจารีรัตน์ ชูตระกูล นักวิชาการสาธารณสุข7 จากกองอนามัยการเจริญพันธ์ เป็น note taker รับผิดชอบสกัดบทเรียนโรงพยาบาลสงขลา ซึ่งพี่เป้าเป็นมือ note taker ชั้นเยี่ยม จับประเด็นและ เขียนหนังสือได้เร็วมากๆ ค่ะ

ทีมที่ 3 พี่จารุวรรณ  จงวณิช  “พี่จู๊ด” นักวิชาการสาธารณสุข 8 จากสำนักส่งเสริมสุขภาพ เป็น Fa โดยมี “พี่แจ๋” คุณรัตนา ตั้งชลทิศ นักสังคมสงเคราะห์8 จากสำนักส่งเสริมสุขภาพเช่นกัน ทำหน้าที่เป็น note taker รับผิดชอบโรงพยาบาลพนมสารคาม

ทีมที่ 4 คุณ “คุณพรทิพย์ กาสลัก "พี่ติ๋ม”  เป็น Fa และ “น้องนก” คุณศิริพร นักวิชาการสาธารณสุข 7 จากสำนักส่งเสริมสุขภาพเช่นกัน เป็น note taker รับผิดชอบโรงพยาบาลสนามชัยเขต

ทีมที่ 5 ดิฉัน ศรีวิภา เลี้ยงพันธุ์สกุล นักวิชาการสาธารณสุข 7 เป็น Fa คุณชุติวรรณ ขยันการนาวี “น้องป๋อมแป๋ม” พนักงานธุรการ ของสำนักที่ปรึกษา ทำหน้าที่ note taker รับผิดชอบโรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา

ดิฉันระบุชื่อ และตำแหน่งของผู้ทำหน้าที่ note taker ให้รับทราบ เพราะอยากเชิญชวนทุกท่านให้เชื่อมั่นในสมมุติฐานที่ว่า ทุกคนมีความสามารถค่ะ เพราะงานนี้ ทั้งคุณสิริรัตน์ จำปี หรือพี่แดง และคุณชุติวรรณ น้องป๋อมแป๋ม ทำหน้าที่ note taker ได้เป็นอย่างดี ไม่แพ้นักวิชาการเลยค่ะ เราเคยให้ทั้ง 2 ท่านนี้ ทำหน้าที่เช่นนี้ในหลายๆ เวทีและก็ confirm ในทุกๆ ครั้งว่า เธอทำได้ดีและดีขึ้นเรื่อยๆ และเช่นกันเมื่อมีเวทีอื่น เราก็เสนอชื่อเธออีกเพื่อให้ทุกคนได้เห็นศักยภาพของมืออาชีพกับบทบาท note taker กับการบันทึกเรื่องเล่าโดย note taker

ถ้าย้อนกลับมามองในภาพรวมๆ ของประสบการณ์ในการทำหน้าที่นี้ของกลุ่มชนคนกรมอนามัย จะพบว่า แต่ละท่านจะมีเทคนิคในการบันทึกที่แตกต่างกันไป พี่ติ๊ก (สร้อยทอง) พี่จู๊ด (จารุวรรณ) พี่เป้า (จารีรัตน์) และดิฉัน จะชอบบันทึกด้วยลายมือเขียน โดยไม่ใช้เทปบันทึกช่วย คุณหมอนนทลี สุดยอดของมือ Blogger กรมอนามัย นิยมบันทึกโดย MP3 และแกะจากเทปโดยฟังไปพิมพ์ไป เพราะคุณหมอพิมพ์ได้เร็วมาก พี่แดง (สิริรัตน์) และน้องป๋อมแป๋ม ชอบบันทึกด้วยลายมือ และอัดเทปด้วย แล้วมาพิมพ์อีกครั้ง เรียกว่า งานละเอียดมาก อาจารย์หมอนันทา จะนิยมบันทึกเป็นแบบ Mind Map ค่ะ

สำหรับอีกท่านอาจารย์หมอสมศักดิ์ ก็ฟังไปพิมพ์ไปบนโน๊ตบุ๊ค ก็ ... สุดแต่ความถนัดของแต่ละท่านนะคะ