สภาพแวดล้อมมีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของคนแต่ละท้องถิ่น  ทำให้ความเป็นอยู่ของคนในชุมชนนั้น ๆ ขึ้นอยู่กับสภาพแวดล้อมทางธรรมชาติ  และการยึดถือแบบแผนปฏิบัติตามประเพณีที่สืบต่อกันมา

       ชาวลาหู่  ที่บ้านห้วยปลาหลด  ซึ่งเป็นหนึ่งใน ๒๓ เผ่าของชาวเขาเผ่ามูเซอร์  มีวิถีชีวิตความเป็นอยู่ที่เรียบง่ายขึ้นอยู่กับธรรมชาติ  และแบบอย่างของบรรพบุรุษ วัฒนธรรม ประเพณี  เสมือนเป็นมรดกตกทอด

         ชุมชนบ้านเรือนของชาวบ้านห้วยปลาหลด  ตั้งอยู่ก้นหุบเขาแวดล้อมไปด้วยต้นไม้เขียวสดชื่น อากาศเย็นสบาย  ที่อยู่อาศัยของชาวลาหู่บ่งบอกฐานะและความมั่นคงของครอบครัวได้เช่นเดียวกับสังคมไทยโดยทั่วไป  ทุกบ้านมีใต้ถุนสูง ใช้เป็นสถานที่เลี้ยงหมู เลี้ยงไก่  ไม่มีเล้าโดยปล่อยให้เดินออกหากินเอง  ส่วนบ้านที่เลี้ยงหมูเป็นอาชีพจะมีเล้าหมูขนาดใหญ่  แต่ละบ้านจะมีที่เก็บฟืนไว้สำหรับก่อไฟทำอาหาร  และไม่มีห้องนอนเป็นสัดส่วน 

        ชุมชนบ้านห้วยปลาหลดมีประชากร ๑๐๓๗ คน จาก  ๒๒๕ ครอบครัว มีแนวเขตการทำมาหากินอยู่ในความควบคุมของอุทยานตากสินมหาราช  ๑๔๐๐๐ ไร่  ทุกครอบครัวมีอาชีพมั่นคงที่มีตลาดรองรับผลิตผล  มีผู้ไปทำงานในเมืองเพียงส่วนน้อยพียง ๓ คน  รายได้โดยเฉลี่ยต่อคนต่อครัวเรือนผ่านเกณฑ์มาตรฐาน จปฐ. คนจนจะหมายถึงคนชราเป็นผู้ที่ไม่มีญาติหรือลูกหลานซึ่งมีส่วนน้อยมาก  นักเรียนเมื่อจบการศึกษาภาคบังคับแล้วจะนิยมทำงานภาคเกษตรมากกว่าไปเรียนต่อ  และส่วนที่ไปเรียนต่อจบแล้วกลับมาพัฒนาท้องถิ่นของตนเองและเป็นแบบอย่างของเยาวชนในชุมชน

         อาหารการกินของชาวลาหู่ขึ้นอยู่กับธรรมชาติ ได้แก่ผักทุกชนิดที่ปลูกกันเองถือเป็นอาชีพ ได้แก่ผักกาด คะน้า สลัด ผักชี ต้นหอม แครอท กะหล่ำปลี หัวหอม กระเทียม มะเขือเทศ  หน่อไม้หวานและผักที่ขึ้นอยู่ตามธรรมชาติ  ส่วนเนื้อสัตว์ได้แก่หมูและไก่ที่เลี้ยงไว้  หรือปลาที่มีอยู่ในลำห้วยและปลาที่เกิดจากการเลี้ยงเป็นส่วนน้อย

           อาชีพที่สำคัญและเป็นที่นิยมของชาวลาหู่  นอกจากการปลูกผักก็คือ การทำไร่ปลูกข้าวตามฤดูกาล ปลูกกาแฟ และปลูกชา

          นอกจากนี้  ยังมีการปลูกอโวคาโด้  ชาวลาหู่มีการพัฒนาการสายพันธุ์อโวกาโด้ที่สามารถจำหน่ายเป็นรายได้ของชุมชนมี ๓ สายพันธุ์คือ

๑.พันธุ์ที่ออกในฤดู  ระหว่างเดือนมิถุนายน -สิงหาคม  จะมีทั้งลูกเล็กละลูกใหญ่ เนื้อหนาเมล็ดในเล็ก ราคากิโลกรัมละ ๑๐-๑๘ บาท

๒.พันธุ์ที่ออกก่อนฤดู  ระหว่างเดือนพฤษภาคม ลูกเล็กและเมล็ดข้างในค่อนข้างใหญ่ มีรสชาติหวานมัน ขายได้ราคาดี กิโลกรัมละ ๓๐-๕๐ บาท

๓.พันธุ์ที่ออกหลังฤดู  ระหว่างเดือนตุลาคมเป็นต้นไป  ลูกแหลมมีขนาดเล็ก ราคากิโลกรัมละ ๒๕-๓๐ บาท

                     

         "ผักกาดดอย" เป็นชื่อของผักกาดชนิดหนึ่ง  หากอยู่ในห้างจะเรียกว่าผักขมจีน  นิยมนำมาแกงใส่หมู ใส่ไก่  จะเด็ดเป็นก้านยาว ๆ สำหรับใช้ตะเกียบคีบ  และลวกจิ้มน้ำพริกก้ได้

         ผักอื่น ๆ มีผักที่ชาวลาหู่นิยมนำมาทำอาหารหรือเป็นเครื่องเคียง  ได้แก่ต้นหอม ผักชี โหรพา สระแหน่  และผักส่วนใหญ่ที่ขึ้นตามธรรมชาติได้แก่ผักหนาม ผักกูด ผักคาด ผักก้านจอง

        "ผัดมะเขือพวง"  นำมะเขือพวงมาทุบพอบุบ  นำลงไปผัดในน้ำพริกและใส่เกลือเล็กน้อย  หรือบางสูตรอาจใส่ไข่ด้วยก็ได้

         "น้ำพริกมูเซอ"  เป็นที่โปรดปรานของพวกเรา  มีสูตรและส่วนผสมง่าย ๆคือเผาพริกสดกี่เม็ดก็ได้ตามต้องการ หัวหอม กระเทียมเผา  โขลกรวมกัน  และใส่มะเขือเทศเผาตามลงไป  เติมเกลือ ต้นหอม ผักชี ตักขึ้นใส่ถ้วยรับประทานได้เลย  จะสังเกตเห็นได้ว่าชาวลาหู่ไม่นิยมบริโภคน้ำปลาและสารปรูงแต่ง

        

           อาหารตามสภาพท้องถิ่นและธรรมชาติของชาวลาหู่  แม้ว่าจะมีอาหารซ้ำ ๆ กันทุกวัน  แต่พวกเราก็เรียกร้องที่จะทานน้ำพริกมูเซอและผักต้มทุกมื้อ  นับเป็นวิถีชีวิตที่เรียบง่าย สมาชิกคนหนึ่งของพวกเราพูดว่า "เหมือนกับการมาปฏิบัติธรรม เพราะสัญญาณโทรศัพท์ก็ไม่สามารถติดต่อได้" 

           "ธรรมชาติ"  ที่บ้านห้วยปลาหลด  นับเป็นสิ่งที่มีคุณค่า  นอกจากอุดมสมบูรณ์ไปด้วยป่าไม้หนาแน่น  อากาศเย็นสบายและสงบเงียบ  ยังเป็นท้องถิ่นที่เต็มไปด้วยแหล่งอันอุดมด้วยอาหารการกิน  มีคุณค่าต่อการดำรงชีวิตของคนที่นั่น  และสามารถสัมผัสได้ใน "ความงดงาม" ของวิถีชีวิต ผู้คน และสังคมของบ้านห้วยปลาหลด