รัฐ-ราษฎร์ร่วมใจพัฒนาชุมชนอำเภอพระยืน

เมื่อวันที่ 2 สิงหาคม 2553 ผมได้เดินทางไปร่วมประชุมหัวหน้าส่วนราชการฯครั้งที่ 7/2553 ณ โรงเรียนอนุบาลพิกุลทิพย์ ต.บ้านโต้น  โดยมีนายภูมิจิตร ศรีวงษ์ราช นายอำเภอพระยืนเป็นประธานการประชุมฯ และมีผู้เข้าร่วมประชุมประกอบด้วยกลุ่มหัวหน้าส่วนราชการ เช่น เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์อำเภอ สาธารณสุขอำเภอ วัฒนธรรมอำเภอ สถานีตำรวจภูธรฯ ฯลฯ กลุ่มองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กลุ่มกำนัน และกลุ่มผู้บริหารโรงเรียน ฯลฯ

เลยอยากเล่าสู่กันฟังว่า เป็นการประชุมที่มีประโยชน์จริงๆต่อการพัฒนาชุมชนทั้งอำเภอ เพราะมีเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นทั้งดีและไม่ดี และร่วมกันแสดงความคิดเห็น ภาพเหล่านี้ประทับใจผมมาก จึงวิเคราะห์ขอนำประเด็นที่สามารถหยิบนำไปใช้ในการประชุมที่มีประสิทธิภาพได้ดังนี้

(1) ผู้เข้าร่วมประชุม เข้าร่วมประชุมอย่างพร้อมเพรียงจากหลายๆฝ่าย เรียกว่าครบองค์ประชุม เพราะการให้ความสำคัญต่อการประชุม และส่วนใหญ่ตรงต่อเวลา ต่างคนต่างมา พบเห็นกันก็ทักทาย ยิ้มแย้มแจ่มใส จับมือถามไถ่แลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องงานกัน ตัวอย่างเช่น เกษตรอำเภอพระยืนก็ขอให้ กศน.ตำบลพระบุช่วยร่วมจัดทำวิดิทัศน์การพัฒนากลุ่มแม่บ้านให้หน่อย เป็นต้น และผมก็ขอให้ทางตำรวจแวะผ่านไปดูคอมพิวเตอร์ที่ กศน.ตำบลหน่อย (บางครั้งในเดือนๆหนึ่งเราแทบไม่พบกันเลย จะพบกันก็ประชุมประจำเดือนนี่แหละครับ)

(2) ประธานที่ประชุม(นายอำเภอพระยืน) ท่านจัดการประชุมได้ดีมาก ท่านถามท่านให้คนในที่ประชุมได้ตอบและแสดงความคิดเห็นอย่างทั่วถึง โดยเฉพาะวาระที่ท่านเวียนไมค์ให้ทุกหน่วยได้พูด หน่วยใดไม่พูด ท่านจะถามนำให้พูดในเรื่องของหน่วยงานนั้น สอบถามว่าเรื่องนั้นๆไปถึงไหน สิ่งเหล่านี้ที่ท่านถามทำให้ทุกคนได้รับรู้รับทราบร่วมกัน และท่านจะสรุปมอบหมายหน้าที่ให้ชัดเจน (สมเป็นนายอำเภอจริงๆ ประสบการณ์การประชุมท่านมีมาก จึงจัดการประชุมได้ดีครับ)

(3) เนื้อหาและเรื่องในการประชุม ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องสำคัญ และเป็นงานสำคัญระดับอำเภอ จัดไว้เป็นเอกสารตามระเบียบวาระการประชุมและรายงานการประชุมที่ผ่านมาอย่างชัดเจน  คนที่เข้าร่วมประชุมจะรู้ขั้นตอนการประชุมเป็นอย่างดี ผู้เข้าร่วมประชุมเป็นผู้มีอำนาจตัดสินใจได้ สามารถรับผิดชอบได้ หลายงานที่ได้ตกลง แบ่งงาน มอบหมายงานกันในที่ประชุมเลย แต่บางเรื่องก็ถูกนัดหมายไปประชุมต่อไป

(4) การประชุมสัญจรไปตามสถานที่ต่างๆ ทำให้ได้เห็น ได้รู้ ได้ทราบเรื่องราวของสถานที่นั้นๆ อย่างเช่น โรงเรียนอนุบาลพิกุลทิพย์นี้ เป็นของท่าน สจ.สมาส นามพิกุล โรงเรียนของท่านมีความสง่างาม มีนักเรียน 196 คนจากหลายหมู่บ้านและมีครู 15 คนจากคนในชุมชน ท่านเป็นคนในชุมชนนี้มุ่งหวังทำเพื่อชุมชน ท่านหวังว่าเด็กๆจากหลายหมู่บ้านที่มาเรียนร่วมกันนี้ โตขึ้นจะไม่ตีกันและทะเลาะวิวาทกันข้ามหมู่บ้านเช่นทุกวันนี้ และการประชุมครั้งต่อไป เป็นโรงเรียนประชารัฐวิทยาเสริม ผอ.โรงเรียนเสนอตัวขอเป็นเจ้าภาพ

(5) ความร่วมมือร่วมใจ กล้าคิด กล้าพูด กล้าแสดงออกด้านความคิดเห็น ทำให้มองเห็นรับรู้เรื่องราวได้ดี เป็นสิ่งที่ผมคิดว่าสำคัญที่สุด ที่จะทำให้ปัญหาที่เกิดขึ้นหมดไปได้ อย่างที่เรียนว่า "ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมรับผลประโยชน์" และ"รู้ รัก สามัคคี"

ผมเองก็คิดนำหลายเรื่องหลายประเด็นเหล่านี้ไปใช้ในการประชุมครู กศน.เช่นกันครับ