การศึกษาเทร็ชโฮลด์(Threshold)ของความรู้สึก

  ติดต่อ

  การวิจัยเรื่องนี้เป็นงานของนักจิตวิทยาในช่วงต้นๆของการศึกษาทางจิตวิทยา  

        นักจิตวิทยาในอดีตบางกลุ่มที่มุ่งสนใจศึกษาเรื่องเกี่ยวกับจิต  มีความต้องการที่จะรู้ว่า   ความเข้มของสิ่งเร้าระดับตำที่สุดที่ทำให้คนเริ่มมีความรู้สึกสัมผัสต่อสิ่งเร้านั้น  มีความเข้มเท่าไร    และเรียกระดับความเข้มที่ตำที่สุดของสิ่งเร้าที่ทำให้คนเริ่มรู้สึกว่ามีอะไรมาสัมผัสนี้ว่า  เทร็ชโฮลด์   เช่น   เราจะต้องใส่นำตาลลงไปในแก้วที่มีนำอยู่ครึ่งแก้วปริมาณอย่างตำที่สุดเท่าไร  จึงจะทำให้คนรู้สึกว่านำนั้นหวาน  เราจะต้องเพิ่มอุณหภูมิเข้าไปในนำนั้นอย่างตำที่สุดเท่าไรที่ทำให้เราเริ่มรู้สึกว่านำนั้นอุ่น  ฯลฯ  และผลการทดลองเป็นดังนี้

         การเริ่มรู้สึกหวาน เมื่อเอานำตาล ๑ ช้อนชา  ผสมกับน้ำ ๗.๕ ลิตร

         การเริ่มรู้สึกได้กลิ่นเมื่อใช้น้ำหอม ๑ หยด ภายในบ้านขนาด ๖ ห้อง

                                           ฯลฯ

         ขอให้สังเกตว่า  ในขณะนั้น  ผู้สัมผัสอยู่ในภาวรู้สึกตัว  คือมีความรู้สึก(Conscious)อยู่ก่อนแล้ว  เพราะเขาตื่นอยู่   การรู้สึกหวาน หรือการได้กลิ่นหอม จึงเป็นการรู้สึกสัมผัส

         ข้อสังเกตอีกประการหนึ่งก็คือ  นักจิตวิทยาดังกล่าว  ไม่ได้ศึกษาว่า  ความรู้สึกเกิดขึ้นได้อย่างไร?     บุคคลมีความรู้สึกเพราะว่าเทวดาได้ประทานความรู้สึกให้มาแล้วพร้อมกับการเกิด?  หรือว่ามีอยู่แล้วใน Genes ?   หรือว่าเกิดขึ้นใหม่จากกิจกรรมของนิวโรน?

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน HUMAN MIND

หมายเลขบันทึก: 38037, เขียน: , แก้ไข, 2012-06-24 03:07:30+07:00 +07 Asia/Bangkok, สัญญาอนุญาต: สงวนสิทธิ์ทุกประการ, ความเห็น: 8, อ่าน: คลิก

คำสำคัญ (Tags) #threshold#เทร็ชโฮลด์#gene

บันทึกล่าสุด 

ความเห็น (8)

     ผมตอบตัวเองใหม่ว่าหรือนี่คือสิ่งที่ผมสนใจ และอยากรู้ เมื่อติดตามอ่านบันทึกของอาจารย์ แต่ผมยังไม่พร้อมที่จะ ลปรร.ด้วยเลยครับ ขอเวลาทำความเข้าใจอีกสักเล็กน้อยครับ
     ผมมีเรื่องสงสัยมาก ๆ คือ เรื่อง "ความรู้สึก" ที่เหมือนไม่มีอะไรกระตุ้นและเราอยู่ในภาวะหลับ หรือไม่อยู่ในสถานการณ์นั้น ๆ ด้วย ประมาณที่จะเรียกว่า "สังหรณ์ใจ" ประมาณนั้นครับ ที่สังสัยใคร่รู้มาก ว่าเกิดอะไรอย่างใร ที่เป็นวิทยาศาสตร์นะครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.188.1.111
เขียนเมื่อ 

        ความรู้สึก(Conscious) เป็นพฤติกรรมภายใน  เช่นความรู้สึกคิด  ความรู้สึกเจ็บ  เราสังเกตโดยตรงไม่ได้  เป็นเรื่องส่วนตัว  ใครมาเห็นเรารู้สึกเจ็บไม่ได้ ตรงข้ามกับพฤติกรรมภายนอก  เช่นการเดิน  การพูด ที่เราสังเกตได้โดยตรง  ใครๆก็เห็นได้

        พฤติกรรมภายในที่คุณชายขอบกล่าวนั้น  สามารถจะกระตุ้นได้จากสิ่งเร้าภายนอก  และสิ่งเร้าภายใน  การรู้สึกสังหรณ์ใจดังกล่าว  เป็นความคิดอย่างหนึ่ง ที่หาต้นตอของสิ่งเร้าได้ยาก  และเราตั้งชื่อมันว่า  การสังหรณ์ใจ  เป็นมโนทัศน์

         ถ้าอธิบายเชิงวัตถุ  ก็อาจอธิบายได้ว่า  ในขณะนั้นกลุมเซลล์ที่ชื่อนิวโรนในบริเวณของเซเรบรัลคอร์เท็กซ์บางแห่งเกิดแสดงกิจกรรมขึ้นมา  ทำให้เกิดความรู้สึกคิด  เราเรียกว่าการสังหรณ์ใจ  เป็นต้น

         ที่ว่าเกิดอะไร  อย่างไรที่เป็นวิทยาศาสตร์ นั้น  เราพิจารณาที่กระบวนการ  ที่เริ่มต้นจากการสังเกต  เกิดปัญหา  ตั้งสมมุติฐาน  รวบรวมข้อมูล  วิเคราะห์ข้อมูล  และได้ความรู้  ซึ่งเราเรียกว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์  ที่สำคัญก็คือ ขั้นที่หนึ่ง  คือการสังเกต สิ่งนั้นจะต้องสังเกตได้ จะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม  ถ้าสังเกตไม่ได้ ก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์  เพราะชาววืทยาศาสตร์เขายอมรับเฉพาะสิ่งที่สังเกตได้  หรืออย่างน้อยมีความเป็นไปได้ที่จะสังเกต  ใครที่มีพฤติกรรมอย่างนี้  คิดอย่างนี้เป็นนิสสัย  ก็เรียกว่านักวิทยาศาสตร์  สิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตแล้ว  สิ่งนั้นอยู่นอกขอบเขตของวิทยาศาสตร์  เราใช้เกณฑ์นี้ในการพิจารณาว่าอะไรจะเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่

         เราพยายามที่จะนำวิธีการวิทยาศาสตร์มาใช้ในการศึกษาจิต  แต่จิตนั้น  เราสังเกตโดยตรงไม่ได้  จึงเกิดปัญหาดังกล่าว  ดังนั้น  เราจึงใช้พฤติกรรมภายนอกที่สังเกตได้มาเป็นข้อมูลในการศึกษาจิต  จึงเข้ากันได้กับกระบวนการขั้นที่หนึ่งดังกล่าว  ทำให้เรานำวิธีการวิยาศาสตร์มาใช้ค้นหาความรู้ในสาขาจิตวิทยา ทำให้ได้ความรู้ในสาขานี้มากมาย

         แต่ยังมีปัญหาที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า  พฤติกรรมภายนอกนั้นคือสิ่งเดียวกันกับพฤติกรรมภายใน  เช่น  การร้องโอย  คือสิ่งเดียวกันกับการรู้สึกเจ็บ!!

        

     อาจารย์ครับ คำอรรถาธิบายของอาจารย์ ทำให้ผมกล้าขึ้นที่จะร่วม ลปรร.ครับ ด้วยแต่เดิมผมก็ติดตรงที่กลัวว่าจะไม่เป็นวิทยาศาสตร์ (เชื่อด้วยลม ๆ แล้ง ๆ) พอได้อ่านแล้ว ผมมองเห็นเลยว่าที่แท้ก็คือสิ่งที่ผมพยายามที่จะสื่อคือสิ่งที่ยังสังเกตโดยตรงไม่ได้ ทำให้ขาดขั้นตอนแรกของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ไป และตรงนี้แหละที่ผมคงยังไม่หลุดกรอบ ทำให้ไม่กล้าผลีผลามกล่าวออกมา
     อาจจะยังไม่ลึกซึ้งอะไรมากนักนะครับ แต่อย่างน้อยก็กล้ามากขึ้นแล้วล๊ะครับ ขอบพระคุณอาจารย์มากครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.188.42.222
เขียนเมื่อ 
รู้สึกดีใจครับ  เรามาช่วยกันขอขอบคุณ ดร.จันทวรรณ น้อยวัน  และทีมงาน  ที่ทำให้เราได้มีช่องทางแลกเปลี่ยนความคิดกัน ดีไหมครับ

     เห็นด้วยครับที่เราต้องขอบคุณทีมงาน GotoKnow.Org และ สคส. ซึ่งทำให้เกิดเวทีนี้ขึ้นครับ โดยเฉพาะที่ผมชอบมาก ๆ คือ ผมรับรู้ว่าความต่างของระดับการศึกษาเพื่อการ ลปรร.กัน แทบไม่มีเหลืออยู่เลย ทุกคนล้วนแลกกันได้อย่างอิสระและเป็นกันเองมากในเวทีแห่งนี้

ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.114.127.59
เขียนเมื่อ 

เป็นคุณค่าของคำว่า  เสรีภาพ  ที่ใครๆไผ่หา

     อาจารย์ครับ ผมไปต่อปากต่อคำไว้กับอาจารย์จันทรรัตน์ที่บันทึก วันแม่...พิธีที่ทำให้ขนลุกซู่ อยากเชิญอาจารย์ไปร่วมแจมด้วยครับ เรื่องประเด็นต่อยอดจากบันทึกนี้ครับ
ดร.ไสว เลี่ยมแก้ว
IP: xxx.114.119.225
เขียนเมื่อ 

ไปเยี่ยมมาแล้วครับ  ขอบคุณที่แนะนำ ช่วงนี้ติดรายการรับเชิญครับ