ความรู้สึก(Conscious) เป็นพฤติกรรมภายใน เช่นความรู้สึกคิด ความรู้สึกเจ็บ เราสังเกตโดยตรงไม่ได้ เป็นเรื่องส่วนตัว ใครมาเห็นเรารู้สึกเจ็บไม่ได้ ตรงข้ามกับพฤติกรรมภายนอก เช่นการเดิน การพูด ที่เราสังเกตได้โดยตรง ใครๆก็เห็นได้
พฤติกรรมภายในที่คุณชายขอบกล่าวนั้น สามารถจะกระตุ้นได้จากสิ่งเร้าภายนอก และสิ่งเร้าภายใน การรู้สึกสังหรณ์ใจดังกล่าว เป็นความคิดอย่างหนึ่ง ที่หาต้นตอของสิ่งเร้าได้ยาก และเราตั้งชื่อมันว่า การสังหรณ์ใจ เป็นมโนทัศน์
ถ้าอธิบายเชิงวัตถุ ก็อาจอธิบายได้ว่า ในขณะนั้นกลุมเซลล์ที่ชื่อนิวโรนในบริเวณของเซเรบรัลคอร์เท็กซ์บางแห่งเกิดแสดงกิจกรรมขึ้นมา ทำให้เกิดความรู้สึกคิด เราเรียกว่าการสังหรณ์ใจ เป็นต้น
ที่ว่าเกิดอะไร อย่างไรที่เป็นวิทยาศาสตร์ นั้น เราพิจารณาที่กระบวนการ ที่เริ่มต้นจากการสังเกต เกิดปัญหา ตั้งสมมุติฐาน รวบรวมข้อมูล วิเคราะห์ข้อมูล และได้ความรู้ ซึ่งเราเรียกว่ากระบวนการวิทยาศาสตร์ ที่สำคัญก็คือ ขั้นที่หนึ่ง คือการสังเกต สิ่งนั้นจะต้องสังเกตได้ จะโดยตรงหรือโดยอ้อมก็ตาม ถ้าสังเกตไม่ได้ ก็ไม่ใช่วิทยาศาสตร์ เพราะชาววืทยาศาสตร์เขายอมรับเฉพาะสิ่งที่สังเกตได้ หรืออย่างน้อยมีความเป็นไปได้ที่จะสังเกต ใครที่มีพฤติกรรมอย่างนี้ คิดอย่างนี้เป็นนิสสัย ก็เรียกว่านักวิทยาศาสตร์ สิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ที่จะสังเกตแล้ว สิ่งนั้นอยู่นอกขอบเขตของวิทยาศาสตร์ เราใช้เกณฑ์นี้ในการพิจารณาว่าอะไรจะเป็นวิทยาศาสตร์หรือไม่
เราพยายามที่จะนำวิธีการวิทยาศาสตร์มาใช้ในการศึกษาจิต แต่จิตนั้น เราสังเกตโดยตรงไม่ได้ จึงเกิดปัญหาดังกล่าว ดังนั้น เราจึงใช้พฤติกรรมภายนอกที่สังเกตได้มาเป็นข้อมูลในการศึกษาจิต จึงเข้ากันได้กับกระบวนการขั้นที่หนึ่งดังกล่าว ทำให้เรานำวิธีการวิยาศาสตร์มาใช้ค้นหาความรู้ในสาขาจิตวิทยา ทำให้ได้ความรู้ในสาขานี้มากมาย
แต่ยังมีปัญหาที่จะต้องแสดงให้เห็นว่า พฤติกรรมภายนอกนั้นคือสิ่งเดียวกันกับพฤติกรรมภายใน เช่น การร้องโอย คือสิ่งเดียวกันกับการรู้สึกเจ็บ!!