แม่ ความทรงจำ

แม่...ในความทรงจำ

 

           วันที่  10  สิงหาคม  2542  พี่ชายพาแม่ไปโรงพยาบาลเจ้าพระยายมราชเพื่อตรวจอาการ แม่มักปวดหัวบ่อย และอาการล่าสุด แม่บังคับมือ เท้าตัวเองไม่ได้ ก้าวเดินไม่ถนัด ใช้มือหยิบสิ่งของไม่คล่อง เย็นวันนั้นพี่ชายส่งข่าว "หมอให้แม่นอนที่โรงพยาบาล"

        ทุกเย็น(หลังโรงเรียนเลิก)พวกเราที่เหลือที่บ้านก็เดินทางไปสบทบ  2 วัน พี่ชายกับพี่สาวบอกว่า "ยังไม่พบหมอ แต่หมอสั่งให้ตรวจเช็คสมองก่อน" เพราะอาการแบบนี้ น่าจะมีสิ่งผิดปกติที่สมอง ตอนนั้นเจ้าอิฐ 2 ขวบพอดี หอบเอาเค้กวันเกิดไปเป่ากันในห้องที่โรงพยาบาล และยายก็ได้อวยพรวันเกิดลูกอิฐครั้งสุดท้าย..แค่ครั้งนั้น

        วันต่อมา พี่ชายไปดักรอหมอที่เป็นเจ้าของไข้แม่ แต่ไม่พบ กลับไปพบคุณหมออีกท่านหนึ่งคือ "นายแพทย์อำนาจ บุญเกิด" ท่านเป็นหมอด้านประสาทเหมือนกัน พี่ชายขอเข้าพบและเล่าอาการให้ฟัง คุณหมอขอรับโอนแม่เป็นคนไข้ของท่านทันที และให้ส่งแม่ไปเอ็กซเรย์สมอง

         เย็นวันนั้นคุณหมอขอพบญาติคนไข้เพื่อแจ้งข้อมูลบางอย่าง แม้จะเตรียมใจกันไว้แล้ว แต่พวกเราก็ทำใจไม่ได้"แม่มีเนื้องอกในสมอง" ทางรักษาก็คือ การผ่าตัดสมอง  แม่ไม่อ่อนแอสักนิด แม่บอกว่า"ผ่าก็ผ่า แม่ไม่กลัว" แต่ลูกๆกลัว...กลัวแม่จะทนไม่ไหว

       23  สิงหาคม  2542 แม่เข้าห้องผ่าตัด 4 ชั่วโมงที่ลูกๆนั่งรอแม่หน้าห้องผ่าตัด มันช่างนานเหลือเกิน จนกระทั่งคุณหมอออกมา บอกว่า"น่าพอใจ" แม่ออกจากห้องผ่าตัด 3  ชั่วโมงจึงฟื้น แม้จะเจ็บแผล แต่แม่ก็ดีใจ ที่ได้พบหน้าลูกๆอีก พวกเราดีใจมาก  แม่รักหมอมาก กอดหมอและขอเรียกหมอว่า"ลูกชาย"ซึ่งคุณหมอก็ยินดี

         แต่เนื้อร้ายไม่ยอมหยุดแค่นั้น 2 เดือนต่อมา แม่มีอาการเหมือนเดิมอีก คุณหมอบอกว่า"พวกเราโชคร้าย เนื้อร้ายแพร่ออกไปมาก"และที่สำคัญมันเกาะไปถึงก้านสมอง ซึ่งเป็นจุดที่"ไม่สามารถตัดได้" ถึงกระนั้นคุณหมอก็ขอผ่าตัดอีกครั้งหนึ่ง แม่ไม่ดีขึ้น การผ่าตัดทำได้ไม่มาก เนื้อร้าย ชนะพวกเรา

              24 พฤศจิกายน 2542 แม่นอนหลับ ไม่ลืมตาขึ้นมามองพวกเราหลังจากที่พวกเรานำแม่กลับบ้านมาได้ 7 วันพอดี เนื่องจากคุณหมอบอกว่า เนื้อร้ายกดทับก้านสมอง ซึ่งเป็นประสาทสั่งงาน สมองแม่ไม่ทำงานแล้ว ร่างกายแม่ไม่มีบาดแผล ร่างกายแม่ยังอบอุ่น แต่สมองไม่ทำงาน ไม่สามารถกินอาหารหรือดื่มน้ำได้ เมื่อสมองหยุด ร่างกายก็ต้องหยุด

         ไม่มีน้ำตาจะไหล ด้วยวัย 64 ปี แม่ยังไม่สมควรจะจากพวกเราไป  ลูกยังไม่ได้ทดแทนพระคุณแม่ให้สมกับความรักของแม่ พี่ชายเพิ่งสร้างบ้านเสร็จ แม่ก็ไม่ได้อยู่บ้านหลังใหม่ เพียงใช้จัดงานบำเพ็ญกุศลให้แม่เท่านั้น ไม่คำพูดใดจะบรรยายความรู้สึกนั้นได้

            10 กว่าปี ที่พวกเราได้แต่มองขึ้นไปบนฟ้า เพราะว่าแม่จะมองเราอยู่ที่นั่น ความรักความอบอุ่นของแม่ อยู่ในใจลูกเสมอ คำสอนและแบบอย่างความรักลูกของแม่ ลูกไม่เคยลืม แม่คงสุขสบายในภพของท่าน เพราะแม่เป็นคนดี พูดดี คิดดีเสมอ..อยากบอกอีกครั้งว่า...ลูกคนนี้รักแม่ ไม่ว่าแม่จะอยู่แห่งหนใด ภาพแม่ยังติดตา ตรึงใจ ไม่รู้ลืม

รักบริสุทธิ์จากใจแม่

แม้แต่สีขาวของดอกมะลิ..ยังไม่พอ