พ่อเหนื่อยกับการทำงาน เพื่อหาเงินส่งให้ลูกๆเรียน คือสมบัติที่พ่อมอบให้กับลูกๆของพ่อ

พ่อในความทรงจำ: ในวัยเด็กพ่อได้

พูดกับลูกๆว่า"พ่อไม่มีสมบัติอะไร

ที่จะให้ ขอให้ลูกๆตั้งใจเรียนหาวิชาความรู้ เพื่อ

อนาตคที่ดีของตัวลูกเอง"....ครั้งนั้นครูยุได้ไปศึกษาและทำงานอยู่ที่เบอร์ลิน

ประเทศเยอรมันฯ ได้สามปี ขอร้องให้พ่อออกจากงาน แต่ผู้จัดการ(เรียกตาม

พ่อ)ของพ่อ ยังหาพนักงานทำบัญชี-การเงินแทนพ่อไม่ได้ เหตุผลที่พ่อขอลา

ออกเป็นเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นของผู้จัดการ แต่สำหรับลูกๆแล้ว เป็นเหตุผลที่ฟังขึ้น

มาก พ่อเหนื่อยกับการทำงานเพื่อหาเงินส่งให้ลูกๆเรียน คือสมบัติที่พ่อมอบให้

กับลูกๆ ด้วยวัยเกษียณของพ่อ พ่อควรได้พักได้ใช้ชีวิตที่เหลืออย่างสบายๆไม่

ต้องกังวลเรื่องอะไรอีกแล้ว.....สิ่งที่ครูยุอยากทำเป็นของขวัญให้พ่อ ตอนนั้นคือ

ให้พ่อไปเที่ยวเบอร์ลิน พ่อบอกว่าไม่เคยคิดไม่เคยฝันมาก่อน....สำหรับครูยุ

เตรียมการให้พ่อตลอดเวลา พอทราบว่าจะมีใคร หมายถึงคน(ไทย)ที่อยู่

เบอร์ลินจะกลับมาเมืองไทย ครูยุจะถามขอฝากพ่อไปเบอร์ลินด้วย หมายถึง

เที่ยวที่จะกลับไปเบอร์ลิน ครูยุก็ขอทราบ ชื่อสายการบิน เบอร์เครื่องบิน วัน

เดือนปี เวลาขึ้นเครื่อง เมื่อเช็ดกับร้านขายตั๋วเครื่องบิน ทุกอย่างถูกต้องก็ให้

ทางร้านออกตั๋วโดยใช้เอกสาร พาสฯของพ่อ ที่ครูยุเตรียมไว้และทำหนังสือเชิญ

(เอกสารรับรอง)เป็นเอกสารสำคัญ สมัยนั้นจะยื่นของอนุญาติตราประทับกับ

ลายเซ็นต์จากตำรวจในเขตที่ครูยุอาศัยอยู่ การทำหนังสือให้กับคนในครอบ

ครัว  จะไม่ค่อยมีปัญหา รวมถึงการขอวีซ่าจากสถานฑูตเยอรมันฯที่กรุงเทพฯ

เมื่อพ่อได้แจ้งให้ทราบว่าทุกอย่างเรียบร้อย ครูยุก็นับวันรอที่จะไปรับพ่อที่สนาม

บิน ก่อนขึ้นเครื่องสามวัน พ่อแจ้งให้ทราบว่า คนที่พ่อจะขึ้นเครื่องไปด้วยเลื่อน

วันบินกลับไปเบอร์ลิน เพราะสามี(คนด๊อยซ์)ป่วย หมอไม่อนุญาติให้ขึ้นเครื่อง

บิน แต่ได้โทรบอกฝากพ่อของครูยุไปกับเพื่อน(คนไทยด้วยกัน)ที่จะกลับไป

เบอร์ลินในวันเดียวกันนั้น ครูยุได้โทรบอกกับพ่อว่า สายการบินนี้คนไทยเยอะ มี

อะไรเราก็ถามกันได้ แต่ใจจริงครูยุห่วงพ่อมาก เพราะต้องมาเปลี่ยนเครื่องที่ประ

เทศโปร์แลนด์.........

     พ่อบอกว่า ขอเป็นคนด๊อยซ์ขณะที่อยู่ในเบอร์ลิน ทานอาหารด๊อยซ์ทุก

มื้อ.....บ่ายสามโมงเย็นที่เบอร์ลิน พ่อบอกว่าสามทุ่มที่เมืองไทยแล้ว ครูยุบอก

กับพ่อว่า เวลานี้คนด๊อยซ์เค้ายังไม่เข้านอน....แต่พอบอกว่าง่วงแล้ว...พอตีสอง

พ่อตื่น บอกสองโมงเช้าเมืองไทยแล้ว....ครูยุบอกกับพ่อว่า คนด๊อยซ์เค้ายังหลับ

กันอยู่...พ่อขอเป็นคนด๊อยซ์ขณะอยู่เบอร์ลิน แต่เรื่องเวลา ยังเป็นเวลาที่เมือง

ไทยเหมือนเดิน เพราะทนความง่วงไม่ไหว......เมื่อถึงกำหนดเวลาที่พ่อต้องกลับ

เมืองไทย ครูยุกลับมากับพ่อด้วย กลับมาเที่ยวบ้านมาเที่ยวเมืองไทย

     แปดปีต่อมาพ่อก็จากไปด้วยโรคเก๊าท์(Gout).......เหลือไว้แค่ความทรงจำ..

ภาพถ่ายและจดหมายที่พ่อเขียนตอบกับครูยุ 11ปี....ยังอยู่กับครูยุเสมอค่ะ

 

หน้าประตูเมืองเบอร์ลินBrandenburger Tor

พ่อชอบรถตำรวจคันนี้  ขอถ่ายรูปด้วย

สถานที่สำคัญ ที่ครูยุพาพ่อเที่ยว ภาพที่ถ่ายให้พ่อส่วนมากให้พ่อเอากลับมาด้วย ซึ่งครูยุจัดให้เป็นอัลบั้ม