การเรียนรู้เกิดขึ้นได้ทุกหนทุกแห่งจริง ๆ เหมือนที่มีผู้คนกล่าวไว้มากมาย และไม่จำเป็นว่าจะต้องเกิดจากการเรียนที่มีคนสอนให้ความรู้เท่านั้น หากแต่การได้รับประสบการณ์ และการค้นพบบางอย่างที่กระตุ้นให้เกิดการอยากเรียนอยากรู้ อย่างเช่นครั้งนี้พวกเราได้พบกับความแปลกใหม่ของหมู่บ้านชาวเขาชาวลาหู่ กิจกรรมครั้งนี้จึงนับว่าเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ได้อีกทางหนึ่ง
เมื่อถึงเวลานัดหมาย ๑ ทุ่มตรง เยาวชนทุกคนไปพบกันที่บ้านผู้ใหญ่บ้าน (ทางการ) และหนุ่มจะแคะได้ประกาศเตือนให้กลุ่มเยาวชนทราบอีกครั้งทางหอกระจายข่าว เมื่อเยาวชนมาครบแล้ว พวกเราได้เริ่มสร้างความสัมพันธ์กันด้วยเพลง “น้ำตาแม่,ตลอดเวลา และลูกหมู” โดยหนานเกียรติและผู้ใหญ่บ้านเล่นกีต้าร์ประกอบ “เพลงตลอดเวลา” ได้เป็นที่ชื่นชอบและสร้างความประทับใจให้กับกลุ่มเยาวชนชาวลาหู่เป็นอย่างมาก
กลุ่มเยาวชนที่มาร่วมกิจกรรมมีจำนวน ๓๙ คน เพราะกลางคืนไม่ได้ช่วยครอบครัวทำงาน ทุกคนมีความสุข หัวเราะร่าเริง และมีความสุภาพอ่อนน้อม แต่...เยาวชนกลุ่มนี้ไม่สามารถผ่านกิจกรรมโหดคือการ ”นับเลข ๑-๑๐๐” ไปได้ แม้ว่าจะพยายามนับกันอีกครั้งแล้วครั้งเล่า ตั้งแต่กลางวัน จึงจำเป็นต้องดกิจกรรมและมานับใหม่ในกลางคืน เพราะตื่นเต้นและส่งเสียงรบกวนคนอื่นมากไป ทำให้เพื่อน ๆ ไม่มีสมาธิ จึงพักเรื่องนับเลขไว้ก่อน
การเข้าสู่กิจกรรมการเรียนรู้ “ชุมชนของเราบ้านห้วยปลาหลด” เพื่อให้มีความสามารถในการตั้งคำถาม การวิเคราะห์คำถามว่าถามเพื่อต้องการรู้อะไร การสามารถเลือกใช้คำถาม โดยการทบทวนความรู้เดิมจากตอนกลางวันและเข้าสู่การแบ่งกลุ่มตั้งคำถามจากแผนที่ความคิด
๑. กลุ่มเยาวชนทั้ง ๖ กลุ่มได้ระดมความคิดกันฝึกตั้งคำถามแบบปลายปิดและคำถามแบบปลายเปิด ยกตัวอย่างคำถามของแต่ละกลุ่มมาเสนอ
๒. กลุ่มเยาวชนช่วยกันค้นหาเรื่องราวและตำนานที่ต้องการเรียนรู้ใน“ชุมชนของเราบ้านห้วยปลาหลด”ว่ามีเรื่องสำคัญอะไรบ้าง
“ชุมชนของเราบ้านห้วยปลาหลด” ที่กลุ่มเยาวชนต้องการเรียนรู้ได้แก่เรื่องสำคัญและเกี่ยวข้องกับวิถีชีวิตของชาวลาหู่ต่อไปนี้
๑.ประวัติและความเป็นมาของชาวลาหู่บ้านห้วยปลาหลด
๒.ประเพณีเขาะจาและพิธีกรรม
๓.ป่าชุมชน
๔.แหล่งดิน/แหล่งน้ำ
๕.ความแตกต่างระหว่างภาษาลาหู่กับภาษาไทย
๖.อาชีพของคนในชุมชน
เยาวชนแต่ละกลุ่ม จับสลากหัวข้อการเรียนรู้ ๑ - ๖ ระดมสมองกันอีกครั้ง ช่วยกันคิด เล่าเรื่องตามความเข้าใจของตนเอง และฝึกตั้งคำถามให้ได้รายละเอียดของแต่ละเรื่องสมบูรณ์ยิ่งขึ้น
การที่ได้รับฟังเรื่องราว ความเป็นมา วัฒนธรรม ประเพณีและวิถีชีวิตความเป็นอยู่อย่างย่อ ๆ ตามความเข้าใจของเยาวชนแต่ละกลุ่ม นับเป็นการจุดประกายในใจให้เกิดความอยากรู้อยากเห็นเรื่องราวเหล่านั้นอย่างละเอียดถี่ถ้วนมากขึ้น
ก่อนแยกย้ายกันไปนอน เยาวชนแต่ละคนนำเพชรของตนเองขึ้นมานับเพื่อรับรางวัลตามที่บอกไว้ในวันแรก นะคายเด็กหญิงผู้มีความมั่นใจและสนใจร่วมกิจกรรมเป็นผู้ได้เพชรมากกว่าเพื่อนจำนวน ๓๙ เม็ด จึงมีโอกาสเลือกรางวัล เธอจึงขอเลือกเสื้อกันหนาวที่มีให้เลือกถึง ๕ ตัว สุดท้ายมีตัวเลือกอยู่ ๒ ตัว คือขณะนั้นครูคิมใส่เสื้อขนสัตว์สีเหลือง ส่วนครูแมวใส่แจ๊กเก็ตสีฟ้า ระหว่างที่นาคายกำลังคิดตัดสินใจ
“ตัวที่คุณครูแมวใส่ไม่สวย” เสียงจะสื่อเด็กชายวัย ๑๐ ขวบ ลูกชายของจำปา เจ้าของโฮมสเตย์ ตะโกนมาจากมุมห้อง และชี้มือไปที่ครูแมว พร้อมกับช่วยนาคายลุ้นด้วยการส่งสายตามองมาที่เสื้อตัวที่ครูคิมใส่
ในที่สุดแจ๊กพอร์ตก็แตกดังโพล๊ะ !!!!!!!!!! นาคายสาวน้อยคนเก่ง เป็นผู้พิชิตรางวัลเก็บเพชรได้เสื้อกันหนาวจากครูคิมไปสวมใส่ ครูคิมจำเป็นต้องถอดเสื้อให้นาคาย และเปลี่ยนตัวอื่นมาใส่กันหนาวแทน เพราะอากาศทั้งหนาวเย็น ลมพัด และมีฝนตกด้วย
ทุกคนร่ำลากันเข้านอนและนัดพบกันในวันรุ่งขึ้นที่บ้านผู้ใหญ่บ้านเหมือนเดิม พวกเรากลับไปนอนที่โฮมสเตย์ของจำปา จะบูและจำปามาคุยเป็นเพื่อนก่อนนอน ล้วนเป็นการให้ความรู้เรื่องที่ไม่เคยรู้มาก่อน แรก ๆ ก็นั่งฟัง ต่อมาก็ครึ่งหลับครึ่งตื่น เมื่อสองหนุ่มใหญ่ชาวลาหู่รู้ว่าพวกเราไม่ไหวแล้วจึงขออนุญาตลากลับและปิดไฟฟ้า ที่ต่อมาจากหม้อแบ็ตเตอรี่
จะมีใครบ้าง ????? ที่หลับไหลไปพร้อมกับโจทย์เล็กโจทย์ใหญ่เหมือนกับฉัน นี่แหละการเรียนรู้ไม่มีที่สิ้นสุด ไม่จำกัดกาลเวลา แม้ว่าเราจะแตกต่างเรื่องเชื้อชาติ เผ่าพันธุ์ ต่างวัฒนธรรม ต่างภาษา แต่เราก็เกิดมาบนผืนแผ่นดินไทยเดียวกัน เราควรจะเรียนรู้เพื่อความรักและความดีงามที่มีต่อกัน



มาอีกแล้ววววววพี่คิมคนเก่ง
พี่ครูคิมครับ เด็กๆๆน่ารักมากๆๆเลย ยังไม่มีโอกาสได้ทำกิจกรรมแบบนี้เลยครับ ช่วงนี้เจอแต่ผู้ใหญ่
เรื่องการนับเลขนี่ รู้สึกจะเอามาเล่ากันในวง..ประมาณว่านับไม่ถึงร้อยซั๊ก...ที นับทีไรได้ถึงแค่ เจ่ะสิ เท่านั้น ( เอาไว้เล่าทีหลัง เกรงใจ...)
krugui มีประสบการณ์การสอนเด็กนานาชาติมาพอสมควร ทั้ง อีก้อ มูเซอ เย้า พม่า กระเหรี่ยง ไทยใหญ่ แม้ว เด็กพวกนี้เขาซื่อและน่ารัก เวลาช่วยงานมักไม่ค่อยอู้งาน ( เด็กไทยเรานี่ ทางนี้เรียก..ลอกแลน )
อ่านบันทึกแล้วทำให้นึกถึงความหลังค่ะ...
สวัสดีค่ะพี่ครูคิมมาเยี่ยมอ่านสาระประสบการณ์ในการจัดกิจกรรมค่ะ อยากฟัง น้องหนานเล่นกีต้าร์ ร้องเพลงจังเลยค่ะ จะติดตามอ่านย้อนหลังนะคะ จะเข้ามาใน โก นี่ก็ยากขึ้นจึงนานๆมาที แต่ยังกึดเติ้งหาพี่ครูเสมอคะ มีความสุขในวันหยุดนะคะ
สวัสดียามเช้าค่ะ คุณครูคิม
เส้นทางมิตรภาพเริ่มต้นที่ความโหด แต่ก็มันและฮา ๆๆๆๆ ได้ตลอดเส้นทางแถมมีลุ้นให้ได้ตื่นเต้นด้วย
ได้เรียนรู้ จะ...นะ...ชาวเขาเผ่าต่างๆ จนถึงชาวเขาลาหู่
ขอบพระคุณสำหรับการเรียนรู้ของคุณครู ทำให้คนหน้าจอได้เรียนรู้ไปด้วย
ช่วงนี้ฝนตกบ่อย อากาศหนาวเย็น ขอให้อากาศ สายลม และแสงแดด ได้เป็นตัวแทนนำพาความรัก ความห่วงใยและกำลังใจ ส่งไปให้คุณครูและคณะด้วย ขอให้สุขภาพดีกันทุกคนนะคะ
ด้วยความระลึกถึงค่ะ
สวัสดีครับครูคิม เป็นกิจกรรมที่ดีมากเลย ขอนำไปปรับใช้น่ะครับ ขอบคุณครับ
สวัสดีครับครู
ผมได้ยินชื่อเสียงของการเผยแพร่องค์ความรู้ต่างๆของ ครูบาสุทธินันท์ ปรัชญพฤทธิ์ มาจาก ท่านอาจารย์ขจิต มาบ้างแล้วครับ ทราบว่าท่านเก่งหลายด้านครับ จะศึกษาองค์ความรู้ที่ท่านนำมาเผยแพร่ต่อไปครับ ฮ่ะๆๆๆ ยังไม่ได้ไปโอนค่าเสื้อให้เลยน่ะครับ เร็วๆนี้ครับ
งานดกจริงๆครับพี่
สวัสดีค่ะkrugui Chutima
สวัสดีค่ะอาจารย์ขจิต ฝอยทอง
สวัสดีค่ะkrugui Chutima
สวัสดีค่ะน้องrinda
สวัสดีค่ะน้องชำนาญ เขื่อนแก้ว
สวัสดีค่ะพี่คิม
สวัสดีค่ะน้องnamsha
สวัสดีค่ะคุณkhachonronnachit
สวัสดีค่ะนาย สามารถ เศรษฐวิทยา
สวัสดีค่ะน้องอิงจันทร์
ไปอ่านเจอลิงค์นี้มาครับ
http://gotoknow.org/blog/tham-tip2/305649
ไม่รู้จะขอบคุณครูคิม ที่ไหนจึงมาขอบคุณครูคิมที่นี่ครับ
และขอโทษครูคิมที่เสียมารยาทใช้พื้นที่คอมเม้นท์นี้โดยที่ยังไม่ได้อ่านเรื่องราวที่ครูคิมเขียนครับ
ขอบคุณครูคิมมากๆ ครับ ที่พยายามบอกความจริง ของคำว่าเสียสละ
ขอบคุณครับ
สวัสดีค่ะคุณเอกราช