ถิ่นเมืองทองของคนไทยใจงามยิ่ง
มีทุกสิ่งจริงมากมายเกินกล่าวขาน
เจ็ดร้อยปีเกินกว่านั้นมาเนิ่นนาน
ใจชื่นบานผ่านทุกภาคในแดนดิน
งามที่หนึ่งในภาษาคุณค่าล้ำ
รสเลิศคำฉ่ำแววหวานปานเอกศิลป์
ประดิษฐ์โดยพ่อขุนรามนามระบิล
ทั่วท้องถิ่นนำไปใช้ทั้งใกล้ไกล
งามที่สองพุทธธรรมนำชีวิต
มากมวลมิตรจิตสืบสานกล่าวขานไข
ประเพณีมีทุกเดือนเตือนทำไป
ไทยสุขใจในบุญกรรมที่ทำดี
งามที่สามเรารักชาติศาสน์กษัตริย์
ร่วมกันจัดงานมงคลเสริมศักดิ์ศรี
หลอมพุทธคริสต์อิสลามสามัคคี
พูดทำดีมีสุขทั่วทุกตัวคน
งามที่สี่มีเกาะแก่งแหล่งท่องเที่ยว
ไทยเทศเดียวเที่ยวไปได้ให้สมผล
ออกเหนือใต้กลางอีสานล้วนน่ายล
เหมือนมีมนต์มุ่งมัดใจให้หวนมา
งามที่ห้าของท้องถิ่นล้วนมีชื่อ
คนเขาลือซื้อชวนชมสมใจหนา
ศิลปะแลลวดลายตระกรานตา
ล้ำเลอค่าคุณท้องถิ่นแผ่นดินเรา
งามที่หกเก้ากษัตริย์จักรีวงศ์
ธ ธรรมรงค์ชนชาติไทยไกลอับเฉา
ธ ทรงเป็นศูนย์รวมใจชาวไทยเรา
ยามหมองเศร้า ธ ดับทุกข์สารพลัน
ขอผองเพื่อนหลอมรวมใจไทยทั้งชาติ
อย่าให้ขาดสามัคคีมีสร้างสรรค์
พัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน
รักผูกพันกันมั่นคงชาวไทย..เอย.
มาอ่านบทกลอนที่ไพเราะ....มีความหมายดีค่ะ
"พัฒนาประเทศไทยไปด้วยกัน"
ขอบคุณค่ะ
สวัสดีครับ คุณภัทรานิษฐ์
ฝนเทลงมาที่เมืองหาดใหญ่ ยามเย็นนี้...
เจอกลอนที่เคยเขียนไว้เลยนำมาบันทึก...รักเมืองไทย...นี้แล...
เราเป็นหนึ่งผงธุลีดินที่น้อยนิดดุจดังอณูน้อย ๆ ลอยลมไป...อย่างน้อยก็รักบ้านเกิดเมืองนอน ปรารถนาอยากเห็นความสวยงามเกิดขึ้นในเมืองไทย...
ขอบคุณครับ
ขอบคุณครับ
มาอ่านบทกลอนก่อนนอนค่ะ...กู๊ดไนท์นะคะ
เรียน อาจารย์ที่เคารพ.....มาอ่านกลอนอาจารย์ ขออนุญาตวิจารณ์สักหน่อยนะครับคราวนี้....เหมือนเรือโดนคลื่นบ้างดูมีชีวิตชีวา หวังว่าอาจารย์คงไม่ว่าอะไรนะครับ..ครับ กลอนอาจารย์ที่นำเสนอ หรือ อาจารย์ตั้งชื่อว่า"กลอนตลาด" ผมว่ากลอนนี้ไม่ใช่คลาด เป็นกลอนสูงกว่าระดับตลาดครับ เพราะ แนวเชิญชวนให้รักเมืองไทย เพราะใจคนเข้ายุคตกต่ำ ผมอ่านเผิน ๆ น่าจะแนวนี้นะครับ...แต่เป็นงานเขียนที่นำเสนอทางตรง คือกลอนอธิบายความ เมืองไทยดีอย่างไร อยากให้อาจารย์เขียนกลอนในเชิงบทวิเคราะห์สังคมไทยที่ยุคโลกาภิวัฒน์ ที่ทันสมัยบ้างครับ....
*** สำหรับตนเอง ความสามารถด้านกาพย์-โคลง-กลอน.... ยังห่างไกลหลายช่วงนัก ขอบคุณนะคะสำหรับคุณค่าแห่งความหมาย ***

สวัสดีครับ คุณมาตายี
อ่านแล้วผม...ขำเองว่า...เคยคุยกับบักสีดา...และอำลาจากกันว่า...กู๊ดไนท์นะ...(กุฏิไหน..? )
ตอบไปว่า...กุดโนน้ละ...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ คุณดอกรัก ดอนตรอ
วาว ๆ ดีจัง ได้ข้อคิดเห็นสะกิดใจ...
ก็นานาจิตตังนะครับ ชื่นชมในข้อคิดเห็นนี้...เอาไว้พิจารณา...
เออ...ช่วงที่ยูมิขับรถผ่านออกมานอกเมืองนครศรีธรรมราชมุ่งไปทางบ่อล้อนะ ตรงด้านซ้ายมือแวบเห็นบ้านดอนตรอ ...ไม่ทราบว่าคุณอยู่แถวนั้นไหมนี่..?
ขอบคุณครับผม
สวัสดีครับ คุณ K.Pually
วาว ๆ ยูมิเองก็เรียงถ้อยร้อยอักษรกลอนตลาดไปตามอารมณ์นะครับ...ไม่ได้เรียนสายภาษามาโดยตรงนะครับผม...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
กลอนดีมากเลยค่ะ
สวัสดีครับ คุณ จูๆ
แต่งเล่นไปตามอามรณ์เท่านั้นนะครับผม...
ยามบ่ายคล้อยน้อยแสงส่องมองฟากฟ้า
หมู่เมฆามามืดดำพรำสายฝน
รินหลั่งไหลสายธาราพาสายชล
ไหลหลั่งล้นนองท้องที่ลุ่มลับลา
แวะผ่านมาหาภาษาการกลอนนี้
อารมณ์มีสีส่งเสริมเพิ่มกลอนหนา
แต่งกลอนเล่นเน้นพักผ่อนหย่อนกายา
เห็นคุณค่าภาษาไทยในการกลอน...อิ อิ อิ
ขอบคุณครับ
เรียน อาจารย์ที่เคารพ
ได้อ่านกลอนของอาจารย์แล้ว เกิดความรู้สึกแปลกๆในหัวใจ บทกลอนที่มีเนื้อหาคล้ายๆแบบนี้ ซึ่งลูกศิษย์ของดิฉันได้แต่งประกวดของโครงการที่สพฐ.จัดเมื่อปี 2551 และได้รับคัดเลือกลงหน้งสือวันเด็ก อรุ่ณรุ่งปี 2552 ดังนี้ค่ะ
รักนะประเทศไทย
เมืองไทยงามหลายหลากมากมายยิ่ง เลิศทุกสิ่งเกินกว่าจะกล่าวขาน
เอกราชชาติเรามีอยู่ช้านาน สุขสราญทั่วไปในแผ่นดิน
งามหนึ่งคือภาษามีค่าล้ำ หวานน้ำคำฉ่ำชื่นอักษรศิลป์
พ่อขุนรามทรงประดิษฐ์คิดจากจินต์ ใช้ทั่วถิ่นเหนือใต้ใกล้และไกล
งามสองคือวัฒนธรรมนำวิถี ประเพณีสืบสานนานแต่ไหน
ลอยกระทงสงกรานต์บุญบั้งใฟ อิ่มเอมใจในกุศลผลกรรมดี
งามสามคือรักชาติศาสนา ต่างศาสดาใช่ต่างในศักดิ์ศรี
พุทธมุสลิมพร้อมพรักสามัคคี ดั่งน้องพี่มีสุขทุกชั้นชน
งามสี่คือสถานที่น่าท่องเที่ยว เพื่อเก็บเกี่ยวประสบการณ์ตามเหตุผล
ภูกระดึงภูชี้ฟ้างามน่ายล เหมือนมีมนต์ดลเตือนเยือนอีกครา
งามห้าคือของพื้นเมืองเลื่องลือชื่อ นามระบือไหมไทยใส่หรูหรา
ศิลปาชีพสวยสดงดงามตา ล้ำเลอค่าภูมิปัญญาท้องถิ่นเรา
งามหกคือกษัตริย์ปกปักเกศ นคเรศเขตไทยไม่อับเฉา
องค์พ่อหลวงทรงห่วงใยช่วยบรรเทา ทุกข์รุมเร้า ธ ระงับดับไฟพลัน
ขอพวกเราจงสำนึกในหน้าที่ เป็นคนดีของชาติไม่แปรผัน
พัฒนาบ้านเมืองร่วมมือกัน ด้วยผูกพัน "รักนะประเทศไทย"
นายปรัชญา สือรี
นางสาวอานีรา สูรูเอ็ง
โรงเรียนสายบุรี "แจ้งประชาคาร"
สวัสดีวันหยุดค่ะอาจารย์
เหมือนกันแม้กระทั่ง สำผัสและการวางกลอน ,,,,
ขอเรียนเพิ่มเติมว่า บทกลอน รักนะประเทศไทย ของนายปรัชญาและนางสาวอานีรา แต่งประมาณเดือนกรกฏา 2551 (ถ้าจำไม่ผิด) แต่งสดในการประกวด ดิฉันเพียงแค่แปลกใจว่า ทำไมเนื้อหา และ ลีลากลอน จีงคล้ายกันมาก ลูกศิษย์ของดิฉันซึ่งตอนนี้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ยืนยันหนักแน่นว่า เขาทั้งคู่แต่งเอง ใข้เวลาตามที่กรรมการกำหนดคือ 3 ชั่วโมง และกลอนบทนี้เผยแพร่ทั่วไป ดิฉันไม่ได้พบกลอนของท่านอาจารย์เอง แต่ลูกศิษย์ที่สอนปัจจุบันเขาพบ และมาคุยกันว่าทำไมกลอนของท่านอาจารย์กับกลอนของรุ่นพี่ของเขาถึงมีอะไรที่คล้ายๆกันมาก ดิฉันเลยบอกนักเรียนไปว่า เป็นไปได้ที่อารมณ์กวีของคนเราจะมีอารมณ์ร่วมกัน จีงมีการเขียนที่คล้ายๆกัน
หนังสือ "รุ่งอรุณ" ซึ่งเป็นหนังสือวันเด็กแห่งชาติ ปี 2552 อีกด้วย ( หน้า 25-26 ) ทุกอย่าง จะชัดเจนและกระจ่างครับ
สวัสดีครับ คุณครูนุชนาถ สือรี
วาว ๆ พึ่งว่างเขามาอ่านบันทึกนี้...
...ขอเรียนเพิ่มเติมว่า บทกลอน รักนะประเทศไทย ของนายปรัชญาและนางสาวอานีรา แต่งประมาณเดือนกรกฏา 2551 (ถ้าจำไม่ผิด) แต่งสดในการประกวด ดิฉันเพียงแค่แปลกใจว่า ทำไมเนื้อหา และ ลีลากลอน จีงคล้ายกันมาก ...
ไม่ต้องแปลกใจครับผม ด้วยความเคารพ...ถูกต้องแล้วครับคือผมได้อ่านกลอน ที่คุณ
ปรัชญาและคุณอานีรา แต่งไว้ในหนังสือเล่มเล็ก ๆ ผมจำไม่ได้แล้วว่าอ่านที่ไหน...แล้วผมชื่นชมและชอบใจอยากเผยแพร่มุมคิดอย่างนี้เพื่อจูงใจให้คนรักประเทศชาติของเรามากยิ่งขึ้น
เลยจับประเด็นมุมคิดนั้นมาส่วมใส่เสื้อผ้าตามประสาอารมณ์กลอนตลาดมีวรรคละ 9 คำ ดังที่เห็น ต้องขอขอบพระคุณที่แวะเข้ามาหาความจริงก็เป็นอย่างนี้แล และขอชื่นชมกวีผู้แต่งนำแนวทางมุมคิดให้ผมได้แต่งไปตามอารมณ์ในขณะนั้นครับผม
ขอบพระคุณครับ
เรียน ท่านอาจารย์ที่เคารพ
ขอบพระคุณมากค่ะ สำหรับคำชี้แจง ทำให้ดิฉันหายข้องใจ บทกลอน "รักนะประเทศไทย"บทนี้แต่งชึ้นในโอกาสที่ สพฐ.จัดการประกวดการแต่งคำประพันธ์ โดยระดับขั้นมัธยมศึกษาตอนต้น แต่งกาพย์ฉบัง หัวข้อ "เสาหลักประเทศไทย" ส่วนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย แต่งกลอนสุภาพ หัวข้อ "รักนะประเทศไทย" ได้รับเกียรติบัตรจากองคมนตรีธานินทร์ กรัยวิเชียร และทางสพฐ.ได้คัดเลือกลงพิมพ์ในหนังสือวันเด็กอรุณรุ่ง ปี 2552 ค่ะ
กลอนนี้ดีมากเลยค่ะ
เพลงมากค่ะ ชอบค่ะ
กลอนดีมากค่ะ