เมื่อวันที่ 6 ที่ผ่านมา ผมไปบรยายให้กับการประชุมที่ กพ จัดขึ้นสำหรับเจ้าหน้าที่ผู็รับผิดชอบงาน HR (human resources) หรืองานบุคคลากรนั่นเอง ถ้าเรียกแบบเดิทในระบบ กพ

ที่รับปากไปบรรยาย ทั้งที่ปกติจะไม่รับไปบรรยายเกี่ยวกับ KM ที่ไหนก็เพราะรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย ว่า กพ เห็นว่า KM เป็นหน้าท่ของ HR ไม่ใช่ CKO ก็ไม่รู้ว่าผมตีความเข้าข้างตัวเอง หรือว่ามีการตกลงในระบบราชการชัดเจนแล้วว่าต่อไปนี้ฝ่าย HR จะต้องดูแลงาน KM

การดูแลงาน KM ก็คือการจัดการให้มีสภาพแวดล้อม และสิ่งอำนวยความสะดวก รวมทั้งโอกาสและกลไกต่างๆที่จะส่งเสริมการ ลปรร ของสมาชิกในองค์กร

ถ้าเป้าหมายสุดท้ายของการทำ KM คือการได้พนักงาน(ข้าราชการ)ที่มีความสามารถในการ ลปรร งาน KM ก็ต้องเป็ฯเรื่องของฝ่ายบุคคลากรอย่างไม่ต้องสงสัย

ปัญหาคือ ฝ่ายบุคคลากรของ ระบบราชการคือกองการเจ้าหน้าที่ซึ่งมีหน้าที่หลักในเรื่องการบริหารงานบุคลากรที่เรียกเป็น ภาษาอังกฤษว่า personnel management ไม่ใช่ human resources development และถ้าดูตามขอบเขตงานของ HR อย่างที่เขาชอบพูดกันในองค์กรสมัยใหม่ ก็จะเห็นว่ากว้างกว่า  personnel management ิอย่างที่กองการเจ้าหน้าที่ส่วนใหญ๋คุ้นเคยอยู่

ผมก็เลยตัดสินใจไปพูดกระตุ้นให้เห็นว่า ถ้าคนที่ทำงานการเจ้าหน้าที่จะทำงานเป็นคนดูแล KM ก็น่าจะดี แต่คงต้องมีการปรับเปลี่ยนทั้งมุมมองว่าด้วยการพัฒนาบุคคลากร (ไม่ใ่ช่แค่ดูแลให้มีการปฏิบัติตามระเบียบข้าราชการ หรือดูแลเฉพาะเรื่องการเลื่อนตำแหน่งและเงินเดือนเท่านั้น)

ผมไม่ทราบว่าการพูดของตัวเองประสบความสำเร็จหรือไม่ แต่ก็หวังอยู๋ลึกๆว่า หน่วนราชการจะเอา KM ไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยไม่ต้องไปติดว่าต้องเป็นหน้าที่ของ กอง จ เท่านั้น และถ้าจะมีการสร้างหน่วยที่เรียกว่า HR อย่างจริงจังในระบบราชการก็อาจจะดี โดยไม่ต้องไปผูกติดกับกอง จ หรือพยายามไปให้กอง ๗มาทำหน้าที่ HR เพราะถ้าดูจาก background และธรรมชาติของงานการเจ้าหน้าที่กับงาน HR น่าจะต่างกันยู่มาก