พ่อตาป้ายแดง

   

 

     ไม่นึกไม่ฝัน ว่าวันเวลามันจะรวดเร็วขนาดนี้ ในชีวิตผ่านการเป็นลูกเขยมาแค่สองครั้ง แต่ในใจก็ยังแอบหวังลึกๆอยู่ว่า อยากเป็นลูกเขยใครอีกซักคนสองคน ซึ่งก็แค่นึกเล่นๆรู้ว่ามันเป็นไปได้ยาก เอ๊ย!มันเป็นไปไม่ได้ ผมมีลูกสาวอยู่คนหนึ่งชื่อ"หมออ้อ"ซึ่งจริงๆแล้วไม่ใช่หมอ ผมเรียกลูกสาวตามที่ชาวบ้านเรียก คือลูกสาวคนนี้เขาทำงานที่โรงพยาบาลประจำอำเภอ ในตำแหน่ง เจ้าพนักงานสาธารณสุขชุมชน(ไม่ทราบว่าเรียกตำแหน่งถูกต้องหรือเปล่า) แต่ชาวบ้านส่วนใหญ่เขาเรียก"หมออ้อ"ผมก็เลยเรียกตาม เวลาชาวบ้านถามว่า หมออ้ออยู่มั๊ย ผมก็จะตอบว่า หมออ้อไม่อยู่ บ่อยเข้าก็เลยติดปาก

    เป็นเพราะว่า หมออ้อ เป็นลูก สจ.หรือเปล่าก็ไม่รู้ รูปร่างหน้าตาก็พอไปวัดไปวา แต่ตั้งแต่เรียนจบมาทำงาน ตั้งแต่ปี 48 เห็นมีหนุ่มมาบ้านแค่สองครั้ง แต่สองครั้งนี่ก็คนละคนกัน มาคนละครั้งแล้วก็เงียบหายไป ทั้งๆที่เราเองก็ไม่ได้ว่า ไม่ได้ทำหน้าโหด ไม่ได้กีดกันอะไร เอ...หรืออาจจะเป็นไปตามตามตำราที่เขาบอกไว้ ว่า...ลูกสาวที่หน้าตา(ดี)เหมือนพ่อ มักจะอาภัพ แต่ก็ได้แต่นึกในใจว่า...เอาน่าซักวัน ฉันคงได้เป็นพ่อตาคนแน่ๆ

   และแล้วความหวังในการที่จะได้เป็นพ่อตาของผมก็เริ่มเปล่งประกายขึ้นอีกครั้งหนึ่ง เมื่อ หมออ้อ ได้แนะนำให้รู้จัก กับเพื่อนผู้ชายชื่อ "ออฟ" ที่ทำงานอยู่ที่เดียวกัน รู้จักคบหากันมานานพอสมควร แรกเจอ ผมก็นึกในใจว่า ไอ้หมอนี่ ท่าทางหลุกหลิกชอบกล ไม่น่าไว้ววางใจ แต่เอาเถอะลองดูๆมันไปก่อน ที่มองดูหลุกหลิก อาจจะเป็นเพราะว่ามันกลัวเรา ก็เป็นได้ หลังจากนั้นผมก็เฝ้าสังเกต วิวัฒนาการของการคบหากันของทั้งคู่อยู่อย่างใจเย็น มีหลายครั้งที่ว่าที่ลูกเขยคนนี้ พยายามจะเข้ามาทางผู้ใหญ่อยู่เหมือนกัน(จริงๆไม่ใช่ทางผู้ใหญ่หรอกทาง สจ.ต่างหาก) แต่จังหวะฟุตเวิร์คเจ้านี่ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ยกตัวอย่าง เช่น ซื้อเหล้า ซื้อเนื้อมาเพื่อจะมาทำให้ว่าที่พ่อตากินเพื่อจะทำคะแนน แต่บังเอิญว่าผมไม่อยู่บ้าน หมออ้อโทรตามบอกว่า "พ่อ ออฟซื้อเนื้อมา จะมาทำให้พ่อกินแกล้มเหล้า" ผมกลัวลูกจะเสียใจก็เลยบอกไปว่า รอเดี๋ยวนะลูก เดี๋ยวพ่อกลับนะ พอดีพ่อมากินเนื้อที่บ้านเพื่อนอิ่มพอดี ยังงี้เป็นต้น

    จนมาเมื่อสองเดือนที่แล้ว อยู่ๆหมออ้อก็ถามขึ้นมาว่า พ่อ ถ้าออฟจะมาสู่ขอพ่อจะเอาค่าดอง(สินสอด)เท่าไหร่ ก็เลยได้สอบถามว่าลูกตัดสินใจ รักใคร่ชอบพอกันจริงๆหรือเปล่า ถ้ารักกันจริง พ่อก็ไม่ว่าอะไร ให้ไปคุยกันเอง เรื่องค่าสินสอดพ่อไม่ซีเรียสแต่ได้เยอะหน่อยก็ดี(อันนี้ไม่ได้พูดแค่จินตนาการ)หลังจากนั้นไม่นาน ฝ่ายชายก็พาพ่อแม่ ญาติผู้ใหญ่มาสู่ขอตามประเพณี ซึ่งก็ตกลงกันได้ด้วยดี โดยผมมอบให้ฝ่ายชายเขาหาฤกษ์งามยามดี สุดท้ายก็ได้วันอาทิตย์ ที่ 25 กรกฎาคม 2553 ที่จะถึงนี้ โดยจะทำพิธีเป็นสองช่วงคือ ช่วงเช้า ทำบุญตักบาตรที่บ้าน ต่อด้วยพิธีบายศรีสู่ขวัญ ตามประเพณีของคนอีสาน ตอนเย็นมีงานฉลองมงคลสมรส จัดที่หอประชุมโรงเรียนมัธยมประจำอำเภอ เลี้ยงแขกจัดเป็นอาหารโต๊ะจีน  นัยว่าเพื่อความสะดวกสบายของเจ้าภาพ ตกลงกันเสร็จผมก็สบายใจ เหลือเวลาอีกเป็นเดือน เดี๋ยวค่อยเตรียมงาน สบายๆ 

     สุภาษิตอีสานที่ว่า"สิบฮู้บ่ท่อเคย สิบลูกเขยบ่ท่อพ่อเฒ่า"(สิบรู้ไม่เท่าเคยทำ ลูกเขยสิบคนไม่เท่าพ่อตาคนเดียว)ผมเคยได้ยินผู้เฒ่าผู้แก่พูดกันอยู่บ่อยๆ แต่ไม่ค่อยเข้าใจความหมายนัก จนผมได้มาเจอกับตนเอง จากการเตรียมการจัดงานแต่งงานครั้งนี้ มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆอย่างที่ผมคิดไว้เลย แค่เตรียมรายชื่อว่าจะเชิญใครบ้าง นี่ก็ยุ่งยากพอสมควร จะเลือกเชิญ นาย ก กับนาย ค บ้านนาย ข ก็อยู่ตรงกลาง ไม่เชิญก็ดูกระไรอยู่ การ์ดตอนแรกกะไว้ประมาณ 500 ซอง ตอนนี้ กลายเป็น 700 ซอง ก็ต้องได้เพิ่มโต๊ะจีน จาก 100 โต๊ะ เป็น 150 โต๊ะ เลือกโต๊ะจีน เลือกเมนูอาหารก็กว่าจะลงตัว ไหนจะหาวงดนตรี เครื่องเสียง เครื่องไฟ การจัดดอกไม้ ฉากถ่ายรูปหน้างาน ฉากบนเวที เครื่องดื่มขึ้นโต๊ะ น้ำแข็ง โซดา กระดาษทิชชู่ ที่จอดรถ ห้องน้ำ เจ้าหน้าที่จราจร อป.พร.พิธีการ พิธีกร เสื้อผ้า หน้าผม พัดลม หลอดไฟ สปอตไลท์ และ ประธานในพิธี ลองคิดดูซิว่า ทุกอย่างที่ผมพูดมาทั้งหมด ถ้าผมทำคนเดียวได้ ก็เทวดาชัดๆนี่เอง แต่เดชะบุญ ผมมีทีมงานที่ดี มีเจ้านายที่มีวิสัยทัศน์ มีญาติๆที่คอยให้คำปรึกษา  มีภรรยาที่คอยเป็นกำลังใจ มีใครต่อใครที่พร้อมจะช่วยเหลือ ตอนที่เขียนบันทึกนี้ เหลือเวลา อีก 2 วันก็จะถึงวันงานแล้ว การเตรียมงานเสร็จไปกว่าแปดสิบ เปอร์เซ็นต์ วันนี้มีเพื่อนๆ ญาติๆ ผู้หลักผู้ใหญ่โทรมาถามข่าว นับสิบคนด้วยความเป็นห่วง ทำให้ผมเองก็หายเหนื่อยไปได้ตั้งเยอะ ยังไงก็ตาม ผมมีความเชื่ออยู่อย่างหนึ่งว่า ไม่มีงานไหนที่จะสมบูรณ์แบบร้อยเปอร์เซ็นต์ ถ้าหากงานจะมีข้อผิดพลาดบ้าง ผมคงไม่เสียใจ เพราะผมรู้ว่า ทุกคนที่มาร่วมกันเตรียมงานครั้งนี้ ตั้งใจที่จะให้งานออกมาดีที่สุดแล้ว และที่สำคัญมันเป็นการรับตำแหน่งพ่อตาเป็นครั้งแรกของผม เอาไว้ถ้าผมได้ลูกเขยคนต่อไป ผมจะจัดให้ยิ่งใหญ่กว่านี้ และจะไม่ให้มีข้อผิดพลาดใดๆเลย แต่ เอ..? ผมมีลูกสาวคนเดียวนี่นา...