นุชนี ทาตระกูล

ผู้นำกับการสร้างแรงบันดาลใจ

ที่มา : http://prakal.wordpress.com/2010/06/17/%E0%B8%9C%E0%B8%B9%E0%B9%89%E0%B8%99%E0%B8%B3%E0%B8%81%E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%AA%E0%B8%A3%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%87%E0%B9%81%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%B8%99/ มิถุนายน 17, 2010 โดย prakal

สรุปได้ ดังนี้

ผู้นำกับการสร้างแรงบันดาลใจ

                คำว่าผู้นำ ก็คือคนที่สามารถนำคนอื่นให้สร้างผลงานได้ การนำคนอื่นของผู้นำที่แท้จริง ก็คือ การนำโดยการสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน ผู้นำจะไม่มีการบังคับให้พนักงานทำ แต่จะใช้ความสามารถในการโน้มน้าวจูงใจ ให้พนักงานยินดีที่จะทำงานด้วยตัวของพนักงานเอง

            บริษัทที่ปรึกษา McKinsey ก็ได้อธิบายคำว่า Leadership ไว้ว่า “leaders inspire others and shape their actions.” ซึ่งก็แปลตรงๆ ว่า ผู้นำจะต้องสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานเพื่อสร้างงานออกมาให้ได้ตามเป้าหมายที่กำหนดไว้ และบริษัทนี้ก็ได้ทำการวิจัย และสำรวจเรื่องของภาวะผู้นำโดยการไปวิจัยจากกลุ่มผู้จัดการที่มีภาระหน้าที่ในการบริหารทีมงาน และต้องเป็นผู้นำของทีมงานนั้นๆ ซึ่งผลการวิจัยออกมาดังนี้

  • ในภาวะเศรษฐกิจปกติดีนั้น มีผู้จัดการเพียง 23% เท่านั้นที่บอกว่าเขาจะต้องทำหน้าที่สร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานในทีม และจะต้องสร้างขวัญและกำลังใจ รวมทั้งสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมงาน ส่วนที่เหลืออีก 77% ก็คือคิดว่า ไม่ต้องไปสนใจอะไรมากก็ได้ เพียงแต่ดูแลงานให้ทำให้สำเร็จก็พอ

พฤติกรรมหลักๆ ของหัวหน้า หรือผู้จัดการที่สร้างแรงบันดาลใจ หรือสร้างแรงจูงใจให้กับพนักงานได้ก็มี ดังนี้

  • สื่อความอยู่ตลอดเวลา ไม่ว่าผลงานพนักงานจะออกมาดี หรือไม่ดี ถ้าผลงานออกมาดี ก็ชมเชย และให้การสนับสนุนสิ่งนั้นต่อๆ ไป แต่ถ้าผลงานออกมาไม่ดี ก็สอน และให้คำแนะนำ รวมทั้งยอมรับในสิ่งที่พนักงานทำออกมาไม่ดีนั้น แต่จะพยายามสอนแนะ เพื่อให้พนักงานเก่งขึ้น เพื่อสุดท้ายแล้วผลงานจะดีขึ้น พนักงานที่มีผลงานไม่ดีเมื่อเห็นนายพยายามสอนอย่างจริงใจ ผมเชื่อว่าพนักงานคนนั้นจะต้องเกิดแรงจูงใจในการทำงาน เกิดความพยายาม หรือลูกฮึดมากขึ้น ตรงข้ามกับการดุด่าว่ากล่าวจากหัวหน้า สิ่งนี้จะยิ่งทำให้พนักงานขาดแรงจูงใจ และอาจจะเกิดอาการดื้อเงียบได้
  • ไม่จับผิดพนักงาน การจับผิดพนักงานเป็นการลดแรงจูงใจของพนักงานลง พนักงานจะรู้สึกว่านายไม่ไว้วางใจ ก็เลยพาลไม่อยากทำงาน
  • ให้ความไว้วางใจพนักงานอย่างเต็มที่ มอบหมายงานให้กับพนักงานแบบไม่ กั้กไว้ แต่ก็ต้องพร้อมที่จะยอมรับความผิดพลาดของพนักงานที่อาจเกิดขึ้นได้ และพร้อมที่จะสอนงานถ้าพนักงานทำไม่ได้ ไม่ใช่ปล่อยไปเลยตามยถากรรม พนักงานทำได้ก็ดีไป ทำไม่ได้ก็ดึงงานกลับมาทำเอง แบบนี้พนักงานก็หมดแรงในการทำงานเช่นกัน
  • สัมผัสถึงจิตใจของพนักงานในทีม ซึ่งก็คือ การเอาใจเขามาใส่ใจเรานั่นเอง รู้ว่าพนักงานรู้สึกอย่างไร และจะต้องตอบสนอง หรือให้ความช่วยเหลืออย่างไร รู้ว่าคนนี้ท้อแท้เก่ง ก็จะต้องคอยกระตุ้น และให้กำลังใจ รู้ว่าคนนี้ต้องการความภาคภูมิใจในงาน ก็ให้คำชม และการยอมรับผลงานที่เขาทำได้ รู้ว่าคนนี้ไม่ต้องการคำชมอะไรมากมาย ก็ยิ้มและตบไหล่อย่างจริงใจก็พอ ฯลฯ

เมื่อพนักงานในทีม หรือในองค์กร มีแรงบันดาลใจในการทำงานร่วมกัน ผลงานขององค์กรก็จะพุ่งไปสู่เป้าหมายได้อย่างรวดเร็ว ตรงข้ามกับองค์กรที่ขาดแรงบันดาลใจ พนักงานจะไม่ค่อยอยากทำงาน หรือไม่ก็ทำไปวันๆ เท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องทำดีมาก เพราะทำดีไปก็เท่านั้น แบบนี้ผลงานขององค์กรก็คงจะยากที่จะไปสู่เป้าหมายที่ผู้บริหารต้องการได้

­ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1. การที่ผู้นำไม่สามารถที่จะจูงใจ และสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงานในทีมได้ ผลงานชั้นเลิศ ก็จะไม่เกิดขึ้นในทีมนั้นอย่างแน่นอน เพราะพนักงานขาดขวัญและกำลังใจในการทำงาน

2. ในการทำงานทุกวันนี้ สิ่งที่พนักงานต้องการจากการทำงานคือ การยอมรับนับถือจากเพื่อนร่วมงาน ความยอมรับผลงานจากหัวหน้างาน และลูกน้อง การได้รู้สึกว่าตนเองมีความเก่งกาจ และมีความภาคภูมิใจในสิ่งที่ทำ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนเลยว่า พนักงานต้องการพลังใจ ต้องการกำลังใจ และการยอมรับจากผู้คนรอบข้าง โดยเฉพาะจากหัวหน้าของตนเอง ซึ่งสิ่งนี้เองที่เรียกว่า การสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน