เมื่อวาน(20 ก.ค.53) เชิญลูกน้องที่ร้าน ซึ่งเราหมายตาและแจ้งให้เขาทราบแล้วว่าเขาคือบอร์ดบริหารของร้าน (แฮ่ม แอบเรียกซะเท่ห์เลย สำหรับธุรกิจเล็กๆอย่างเรา) พร้อมเชิญพนักงานใหม่ชาย1คนซึ่งปัจจุบันทำหน้าที่ driver & messenger ของร้านอยู่ วัตถุประสงค์ในการพูดคุยคือร่วมสร้างความตระหนักในโอกาสใหม่ที่กำลังเกิดขึ้นกับร้านกับร่วมกันจุดประกายแนวความคิดในเรื่องการวางแนวทางในการใช้โอกาสดังกล่าว
ความเป็นมาเรื่องนี้ก็คือว่าผมกับภรรยาไปพบว่าพี่พล (พนักงานชายคนใหม่)มีความรู้และความสามารถในเรื่องคอมพิวเตอร์เพราะเขาจบจากเทคนิคระดับปวส.สาขานี้มา และจากการที่เราพยายามทำตัวให้เป็นพ่อแม่และเพื่อนกับพนักงานมากกว่าการเป็นเจ้านายๆๆๆๆพี่พลคงเผอิญรับความรู้สึกนี้ได้ วันหนึ่งหนุ่มน้อยคนนี้จึงพูดว่า "พ่อครับแม่ครับ..ผมว่าทำเลร้านนี่ดีมากเลยถ้าเปิดบริการเรื่องคอมฯโดยมุ่งกลุ่มเป้าหมายนักศึกษาอาชีวะฝั่งตรงข้ามร้านผมว่าได้เรื่องได้ราวแน่นอน" ...เมื่อเราได้ฟังเราก็หูผึ่งทันทีและก็เปิดฉากพูดคุยสืบค้นเชิงบวก (Positive Approach,Positive Inquiry) ตามนิสัยและความเชื่อของเรา ผลก็คือนายพล(พี่พล)ของเรา ต้องแบกคอมพิวเตอร์พ่ออ๋องซึ่งกำลังเสียโดยไม่รู้สาเหตุไปจัดการสืบค้นเชิงบวกที่บ้านในเย็นวันนั้น และแล้วหนึ่งสัปดาห์ผ่านไป ผมก็เริ่มตระหนักว่านายพลคนนี้ไม่ธรรมดาแน่นอน ความรู้สึกนี้ก็เข้ามาเชื่อมโยงกับสิ่งที่ผมและภรรยากำลังฝันอยู่ คือเราอยากให้ลูกน้องรำรวยมีชีวิตที่มั่นคงมีความสุข เห็นชีวิตและโลกที่งดงามอย่างที่เราเห็น โดยวางแนวทางว่าพวกเราทุกคนต้องมีฝันร่วมกัน ต้องเปลี่ยนแปลง ต้องเรียนรู้ไปกับการทำงานและการใช้ชีวิตและกำลังดำเนินการเพื่อให้ลูกน้องได้เข้ามามีส่วนเป็นเจ้าของธุรกิจ โดยผมกับภรรยาก็เอากระบวนการเรียนรู้แบบมีส่วนร่วม (Participatory Learning) เป็นเครื่องมือในการสานฝันของเราและของร้านกับลูกน้องให้เป็นจริง เพราะประสบการณ์ในการจัดการอบรมเชิงสร้างกระบวนการเรียนรู้ด้วยเครื่องมือดังกล่าวกับกลุ่มเป้าหมายในโครงการครอบครัวเข้มแข็ง ที่เราได้ร่วมทำกันมากับเพื่อนๆเข้าปีที่7 โดยมีสถาบันรักลูกเป็นผู้ประสานหลักของโครงการนั้น เราเชื่อว่าPL เป็นกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพที่ทำให้ผู้ร่วมเรียนรู้มีความสุข มีพลังค้นพบศักยภาพของตนเอง ของกลุ่มและนำไปสู้การเปลี่ยนแปลงเชิงบวกโดยลำดับทั้งในด้านชีวิตส่วนตัว ครอบครัว การทำงาน และกลุ่ม
แล้วผมกับภรรยาก็ค่อยๆพัฒนาเรียนรู้ว่า เครืองมือ PL ไม่ใช่เอาไปใช้แค่การสร้างการเรียนรู้กับ ชุมชน ครอบครัว เด็กเยาวชน ในบทบาทของคณะทำงานศูนย์การเรียนรู้เพื่อครอบครัวเข้มแข็งจ.ลำปางเท่านั้น แต่ควรเอามาใช้ในวิถีและการดำรงอยู่เป็นปรกติของเราทั้งสองด้วย ทั้งในชีวิตส่วนตัว ชีวิตครอบครัว และการทำงานดำรงชีพซึ่งหมายถึงองค์กรของเราร้านของเราด้วย..พักก่อนครับ