การบ้าน (ตอบใน blog นี้ ภายในตีห้า วันเสาร์ 31 กค 53)
ตามความเห็นของท่าน หลังจากฟังการนำเสนอสรุปแนวคิดจากหนังสือ 2 เล่ม ของ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์แล้ว
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
2.นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.1 แนวคิดที่จะทำให้องค์กรนั้นประสบความสำเร็จ
1.2 แนวคิดการละทิ้งสิ่งเก่าๆเพื่อเปิดทางให้นวัตกรรมใหม่ๆมาเเทนที่
1.3 แนวคิดการเป็นผู้นำที่ดี สิ่งสำคัญที่ผู้นำควรจะมี ผู้นำขององค์กรเป็นปัจจัยความสำคัญต่อความประสบความสำเร็จขององค์กร
1.4 แนวคิดการบริหารบุคคลากรในองค์กร การให้ความสำคัญกับบุคคลากรให้มากกว่าเห็นเป็นแค่พนักงาน การจัดการให้บุคคลากรได้สร้างประสิทธิผลสูงสุดให้กับองค์กร
1.5 ความรู้ต้องหาเพื่อเรื่อยๆไม่มีวันหยุด
1.6 การบริหารตนเอง ในสังคมปัญญาชน เตรียมพร้อมในช่วงชีวิตที่สอง
2.สิ่งที่คาดว่าปรับใช้กับตัวเราได้
2.1 นำมาใช้เป็นแนวทางในการจัดการธุรกิจของครอบครัวได้ ทำให้มองเห็นทิศทางในการดำเนินธุรกิจต่อไป
2.2 นำมาใช้เป็นแนวทางในการบริหารงานทั่วไป และ บริหารงานบุคคล ช่วยให้ธุรกิจของครอบครัวผม มีการบริการที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า เข้าใจว่าทำอย่างไรจึงจะทำให้เกิด ประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผล
2.3 ทำให้ผมคิดวางแผนการใช้ชีวิตอย่างเป็นระบบ มีขั้นตอน และ เหมาะสม
นาย อภิชิต มณีงาม 53-3658-176-3 S-METM logistic and supply chain management
สิ่งที่ได้เรียนรู้
ได้รับรู้ถึงแนวคิด ปรัชญาชีวิต และกลยุทธ์ในการบริหารงาน ว่าในโลกปัจจุบันนี้เป็นอย่างไร ซึ่งเป็นแนวคิดการบริหารงานยุคใหม่ที่ไม่ล้าสมัย เรียกได้ว่าเป็นสูตรสำเร็จสำหรับผู้บริหารและผู้ประกอบการ พร้อมทั้งเป็นการเสริมศักยภาพการบริหารงานด้วยตนเอง และสามารถแยกแยะคำว่าประสิทธิภาพ กับประสิทธิผล ในการทำงานได้ และการสื่อสารก็เป็นสิ่งที่สำคัญมากเช่นกัน และที่สำคัญหนังสือได้สอนเราว่าควรปรับพฤติกรรมของตนเองอย่างไร เพื่อให้องค์กรสามารถอยู่รอดต่อไปในอนาคต
นำมาประยุกต์ใช้กับตัวเรา
คือชอบเรื่องในช่วงชีวิตที่สองมาก เนื่องจากคำพูดที่ว่า “เราจะทำอะไรกับช่วงชีวิตที่สองของเรา” ซึ่งคำตอบมีอยู่ 3 ข้อคือ
1.เราจะเริ่มต้นทำงานที่แตกต่างไปจากเดิม คือเปลี่ยนทำงานจากที่หนึ่งไปสู่อีกที่หนึ่ง หรือ
2.การสร้างวิชาชีพคู่ขนาน คือทำงานเสริมกับงานเดิมของตนเอง
3.ผันตนเองไปเป็นผู้ประกอบการของสังคม
ซึ่งในเรื่องเป็นสิ่งที่ท้าทายคืออยากทำทั้ง 3 ข้อเลย แต่ต้องชั่งน้ำหนัก และคิดให้มากๆ ต้องศึกษาอีกสักพักถึงจะรู้ว่าตัวอย่างอยากทำอะไรค่ะ แต่เรื่องนี้ก็สอนให้เราเข้าใจและสามารถตัดสินใจได้ว่าเราควรทำอะไรต่อไป
สิ่งที่ได้เรียนรู้
ได้เรียนรู้ในหลักของผู้บริหารว่าในการดำเนินธุรกิจโลกปัจจุบันจะต้องมีการพึ่งพาอาศัยกันเพื่อให้ธุรกิจเกิดความอยู่รอด
ได้เรียนรู้ว่ากลยุทธ์ที่สำคัญในการบริหารองค์กรมีอะไรบ้าง ทั้งในเรื่องของการคัดเลือกบุคคลเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร จะต้องมีการพิจารณาและให้ความสำคัญ เพราะการที่ธุรกิจจะอยู่รอดหรือประสบความสำเร็จได้หรือไม่นั้นขึ้นอยู่กับปัจจัยต่างๆ ไม่เฉพาะเรื่องใดเรื่องหนึ่งเท่านั้น ตลอดจนการเปลี่ยนแปลงไปตามยุคตามสมัย ธุรกิจหรือองค์กรก็จะต้องมีการปรับให้สอดคล้องกับโลกในปัจจุบันด้วย เช่น internet กับธุรกิจในปัจจุบันส่งผลต่อองค์กรค่อนข้างมาก เนื่องจากช่องทางการรับรู้ข่าวสารของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปทำให้องค์กรต้องปรับเปลี่ยนรูปแบบในการบริหารงานไปด้วย เป็นต้น
สิ่งที่นำไปประยุกต์ใช้
ในแนวคิดของปีเตอร์ ดรัคเกอร์นั้น สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้ในการประกอบธุรกิจทั้งขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ในส่วนตัวของผมเองนั้นได้นำไปใช้ในที่ทำงานในเรื่องของวิธีการบริหารงาน หลักการอยู่ร่วมกันในองค์กรว่าควรจะปฏิบัติตัวอย่างไร การพึ่งพาอาศัยกันในองค์กร การปรับตัวและเรียนรู้วัฒนธรรมขององค์กร และจะทำอย่างไรให้องค์กรประสบความสำเร็จและเป็นไปในทิศทางเดียวกัน
นายจรัส อ้่นทอง S-METM 5336581532
สิ่งที่ได้เรียนรู้
เรื่องการตั้งสมมติฐานที่ตรงกับความเป็นจริง ไม่ว่าจะเป็นการ manage คน องค์กร หรือแม้แต่กระทั่งงาน เงื่อนไขวิธีแนวคิดมุมมอง และที่สำคัญที่สุดที่ ปีเตอร์ ดรักเกอร์พยายามบอกก็คือ ผู้บริหารกับผู้นำแต่ต่างกันอย่างไรตรงกับประโยคที่ว่า "Management is doing things right; leadership is doing the right things." บางคนเป็นได้เพียงผู้บริหาร บางคนเป็นผู้นำแต่ขาดการเป็นผู้บริหาร เมื่อไหร่ก็ตามที่มีเรื่องผลประโยชน์มากกว่าคุณประโยชน์ต่อส่วนรวมจะทำให้เกิดอันตรายของการมุ่งแสวงหากำไรแบบสุดโต่งอันเกิดมาจากความโลภของนักธุรกิจ ทุกอย่างที่ดรักเกอร์ พูดมันเป็นเรื่องจริงที่ฟังดูง่ายแต่มีไม่กี่องค์กรที่จะประสบความสำเร็จในการบริหารงานและคนไปพร้อม ๆ กัน
สิ่งที่คาดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้คือ
แนวความคิดและมุมมองในการดำเนินในงาน ในสถานะที่เป็นหัวหน้างานเราจะจัดการบริหารลูกน้องหรือเพื่อนร่วมงานอย่างไร ในสถานะลูกน้องจะทำอย่างไรกับนโยบายบริหารที่ไม่เหมาะสม หาทางออกหรือแก้ไขอย่างไร และสิงที่ลืมไม่ได้เลยคือเมื่อคุณมีทุกอย่างที่ดีและเหมาะสมแล้วคุณทำอะไรเพื่อส่วนรวมบ้างหรือยัง
สิ่งที่ได้เรียนรู้
ในโลกที่ลูกค้าเป็นศูนย์กลางของทุกสิ่งทุกอย่าง เป็นแรงขับเคลื่อนหลักที่สามารถทำให้ธุรกิจของเราอยู่รอดได้ การนำเสนอในสิ่งที่ลูกค้าต้องการเป็นการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัท และความพึงพอใจของลูกค้า คือ ผลงานของบริษัท ซึ่งการเปลี่ยนมุมมองจากลูกค้าเดิมๆที่เคยคิดว่าเป็นแค่ผู้รับสินค้าเท่านั้น มาเปรียบเสมือนหุ้นส่วนทำให้ทราบถึงปัญหาของลูกค้า มีการติดต่อลูกค้าอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา และมีผลงานหรือสินค้าที่สามารถตอบสนองความต้องการได้อย่างเจาะจงได้ รวมทั้งมุมมองทางกลยุทธ์ให้เป็นในทางเดียวกันกับลูกค้านั้น จะสามารถทำให้การตลาดให้การขายประสบความสำเร็จสูงสุด
สิ่งที่คาดว่าจะนำไปประยุกต์ใช้คือ
ในสมัยก่อนสินค้าของที่บริษัทจะมีแบบเดียว อาจจะมีการปรับแต่งเล็กน้อยตามที่ทางบริษัทเห็นว่าสมควร แต่การเปลี่ยนวิธีคิดให้ลูกค้าเป็นศูนย์กลาง มีรับฟังข้อเสนอแนะของลูกค้ามากขึ้น จะทำให้เราให้ความสำคัญและมีความเข้าใจในปัญหาของลูกค้าเพิ่มมากขึ้น ซึ่งจากปัญหาก็สามารถหาทางแก้ไขเพื่อให้ลูกค้าได้รับสินค้าที่ตรงตามความต้องการมากที่สุด และสามารถนำปัญหามาต่อยอดเป็นความรู้หรือนวัตกรรมใหม่ๆมาได้
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้มีอะไรบ้าง
ได้เรียนรู้แนวคิดสมัยใหม่ ที่ถือว่าเป็นต้นแบบ ของหลักการบริหารการจัดการที่บริษัทต่างๆ มักนำมาประยุกต์ใช้ ซึ่งเป็นแนวคิดหรือมุมมองที่มุ่งเน้นในการพัฒนาองค์กรฯ โดยนำเสนอปัจจัยต่างๆ ที่มีผลต่อการพัฒนาองค์กร เช่น
1.1 การหาพันธมิตรในธุรกิจ ที่สามารถเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน
1.2 การยึดความพึงพอใจของลูกค้าเป็นศูนย์กลาง ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ๆ
1.3 การสร้างและพัฒนาวิธีการเข้าถึงองค์ความรู้ ให้กับบุคคลากร ในองค์กร
1.4 ลักษณะหรือคุณสมบัติการเป็นผู้บริหารที่ดี
1.5 วิธีการบริหารจัดการธุรกิจและการบริหารคน
1.6 วิวัฒนาการความต้องการของคนต่อสังคม
2.สิ่งที่คาดว่านำไปประยุกต์ใช้ได้ (ชิวิตส่วนตัว, การงาน, สังคม, อื่นๆ)
2.1 การอาศัยพึ่งพาซึ่งกันและกัน เพื่อทำให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดร่วมกัน
2.2 หลักการและวิธีคิดในการสร้างนวตกรรมใหม่ คือ การเลิกยึดติดกับแนวคิดหรือหลักการเดิมๆ เพื่อจะได้เกิด แนวความคิดนอกกรอบ หรือแนวคิดใหม่ๆ
2.3 การรู้จักความต้องการของตนเอง เพื่อจะได้นำตนเองไปสู่เป้าหมายที่ต้องการ
2.4 หลักการหรือลักษณะของการเป็นผู้บริหาร ทำให้เราเข้าใจว่าผู้บริหารคิดอย่างไรและต้องการอะไร ซึ่งถ้าเราเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาเราควรจะตอบสนออย่างไรต่อความต้องการของผู้บริหาร หรือถ้าเราคือผู้บริหารเราควรต้องทำอย่างไรในการจัดการบริหารให้มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดี
จากการฟังการนำเสนอสรุปแนวคิดจากหนังสือ 2 เล่ม ของ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้
- ได้แนวคิดในการดำเนินธุระกิจในศตวรรษที่ 21 ที่มีการเปลื่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและรุนแรง เช่น การเปลื่ยนแปลงของการติดต่อสื่อสารที่มีบทบาทในการทำธุระกิจมากขึ้นทุกเวลา และแนวคิดที่จะตอบสนองความต้องของลูกค้าให้มากที่สุด เพื่อให้สามารถดำเนินธุระให้อยู่ในศตวรรษที่ 21
- แนวคิดของการบริหาร บริษัทในการประกอบธุระกิจ และการรักษาทรัพยากรที่มีคุณค่าในองค์กร คือ บุคลากรทึ่มีคุณภาพ โดยให้องค์ประกอนภายในของบริษัทสามารถขับเคลื่อนบริษัทดำเนินธุระ
- แนวคิดของการพัฒนาศักยภาพ ของบุคลากรในองค์และแนวคิดการพัฒนาศักยภาพต่าง เช่น การติดสินใจ สภาวะการเป็นผู้นำ
2.นำไปประยุกต์ใช้
-ในการทำงานเราไม่สามารถทำได้ดีทุกด้าน เราทำในสิ่งที่เราถนัดและส่วนที่ไม่ถนัดเราควรรู้จักการเพิ่งพา ในส่วนของบุคคล , หน่วยงาน หรือ บริษัทที่มีความถนัดมากกว่า ให้สามารถทำต้องความต้องการของเราได้ เพื่อประสิทธิผลของงาน
- ได้นำแนวคิดของการตัดสินใจมาใช้ในชีวิตส่วนตัว พร้อมกับการทำงาน และ การดำเนินธุระ
- ได้นำแนวคิดของการมีสภาวะผู้นำ มาพัฒนาและปรับปรุงการดำเนินชีวิต และ ในการทำงาน ให้เหมาะสมกับโอกาส
สุดท้ายเมื่อได้นำแนวคิดที่ได้มาปรับปรุงใช้กับตัวเองและบริษัท เราก็ได้มีส่วนร่วมพัฒนาให้กับสังคมต่อไป
นาย วราภพ แซ่ชิ้น
53-3658-170-6
S-METM
logistic and supply chain management
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
1.1 โลกธุรกิจที่เกี่ยวโยงกัน หากเลโก้ตัวใดตัวหนึ่งล้ม ย่อมมีผลกระทบ เช่น Hamburger Effect
1.2 มุมมองทางธุรกิจ เน้นการผสมผสาน ทั้งภายในและภายนอก
1.3 ลักษณะองค์กรที่ประสบผลสำเร็จ การกำหนด ภารกิจ ยุทธศาสตร์ โครงสร้าง
1.4 หลักการบริหาร การจัดองค์กร วิธีการบริหาร ตลอดจน การตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
2.นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
2.1 นำมาใช้เป็นแนวทางในชีวิตประจำวัน หลักการกำหนดเป้าหมาย การวางแผนทั้งส่วนตัว และเรื่องงาน
2.2 เน้นการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง ใช้ชีวิตสมถะ
2.3 แนวคิดท่าน ดรักเกอร์ เป็นแนวคิดที่ดีมาก ได้รับการยกย่อง 'บิดาการจัดการสมัยใหม่ '(ขงจื้อฝรั่ง)
ด้วยแนวคิดที่ดีว่า ประเทศไทยหรือโลกตะวันออก ควรศึกษาภูมิความรู้แบบตะวันออก
หากนำแนวคิดแบบฝรั่งแบบสุดโต่ง สังคมไทยต้องเผชิญกับความเลวร้ายนานาประการ ซึ่งท่านเคยเตือนไว้
นายเทพพิทักษ์ หวังนุรักษ์ 53-3658-159-9 S-METM : Logistic and Supply Chain Management
สิ่งที่ได้เรียนรู้
1.การบริหารคืออะไร
2.การกำหนดเป้าหมาย
3.ประสิทธิภาพ&ประสิทธิผล
4.ภารกิจ พันธกิจ
5.ลักษณะการดำเนินธุรกิจให้ประสบความสำเร็จ
6.การพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
7.กลยุทธ์ การกำหนดกลยุทธ์
สิ่งที่คาดว่านำไปประยุกต์ใช้ได้
ในหลักการและทฤษฏีต่างๆที่มีอยู่นั้น ไม่จำเป็นสำหรับการนำไปใช้ในการบริหารองค์กรอย่างเดียว แต่ยังสามารถนำมาประยุกต์ใช้กับชีวิตประจำวันได้ เช่น การกำหนดเป้าหมายชีวิตของตนเอง เป็นต้น
Drucker เริ่มต้นด้วยการตั้งคำถามว่า ถ้าวิธีวัดผลงานของผู้ใช้แรงงานที่ดีที่สุดคือดูที่ความมีประสิทธิภาพแล้ว ควรจะวัดแรงงานที่มีความรู้ด้วยอะไร เขาเสนอแนะว่าแทนที่จะเน้นการทำงานอย่างถูกต้อง แรงงานที่มีความรู้ต้องพยายามสร้างความมีประสิทธิผลด้วยการทำสิ่งที่ถูกต้อง
"คงไม่มีอะไรที่ทำให้ผู้บริหารที่มีประสิทธิผลโดดเด่นได้มากเท่ากับการใส่ใจเรื่องเวลาของพวกเขา" ด้วยเหตุที่การทำงานของผู้บริหารทั่วไปขึ้นกับความต้องการของผู้บังคับบัญชาที่สูงกว่าเป็นหลัก เรื่องของเวลาจึงยิ่งสำคัญ ถ้าการใช้เวลาของผู้บริหารถูกชี้นำโดยผู้อื่น ก็ถึงเวลาที่ต้องดึงอำนาจควบคุมกลับคืนมา มีสิ่งที่ควรพิจารณาในฐานะมันเป็นตัวดูดเวลาหลักๆ 3 อย่าง คือ ทำสิ่งที่ไม่จำเป็นต้องทำ ทำสิ่งที่คนอื่นสามารถทำได้ดีกว่า และทำส่งที่ทำให้คนอื่นต้องพลอยมาทำในสิ่งที่ไม่จำเป็นด้วย
ผู้บริหารที่มีประสิทธิผลจะใช้จุดแข็งของคนในองค์กรเป็นหลัก และการส่งเสริมจุดแข็งนั้นจะต้องยอมรับในเรื่องของจุดอ่อนเช่นกัน การมองปัญหาหรือความยุ่งยากด้านการบริหารจัดการมันคือส่วนหนึ่งของการทำธุรกิจ คุณูประการ(คุณประโยชน์)ต่างหากที่เป็นตัววัดความสำเร็จที่มีความสำคัญ วิธีวัดแบบนี้ช่วยสร้างจุดสนใจให้แก่ผู้บริหารที่มีประสิทธิผล ถ้าเป็นในระดับองค์กร การให้ความสำคัญต่อคุณูประการจะเป็นการปรับจุดสนใจจากการมองลงล่างและมองเฉพาะภายใน เป็นการมองขึ้นบนและมองออกข้างนอก ให้ความสำคัญต่อลูกค้า การตั้งคำถามว่า ฉันพอจะช่วยอะไรบ้าง? คือการมองศักยภาพที่ยังไม่ถูกใช้ในการทำงาน การสื่อสาร การทำงานเป็นทีม การปรับปรุงตัวเองและการพัฒนาผู้อื่น กลายเป็นส่วนขยายของคุณูประการ
ผู้บริหารที่มีประสิทธิผลจะต้องทำสิ่งสำคัญก่อน และทำทีละอย่าง เมื่อให้ความสนใจต่อกิจกรรมหนึ่งเพียงอย่างเดียว ผู้บริหารจะสามารถตั้งคำถามสำคัญเกี่ยวกับการละทิ้งการริเริ่มโครงการที่ไม่มีความสำคัญมากนัก โดยเฉพาะอันที่ไม่เคยเป็นไปตามคาดหวัง การปล่อยวางอดีตจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อความก้าวหน้า งานของผู้บริหารจึงได้แก่การตัดสินใจเกี่ยวกับการจัดสรรทรัพยากรเพื่อความเป็นไปได้ในอนาคต
สิ่งที่ได้เรียนรู้
สิ่งที่จะนำมาประยุกต์ใช้กับตนเอง
นางสาววิรันยา แสงสว่าง 53-3658-172-2 S-METM : Logistic and Supply Chain Management
สิ่งที่ได้เรียนรู้และนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน
ผมได้นำเรื่องการตัดสินใจของโตโยต้ามาใช้ในชีวิตประจำวันของผม ผมทำธุรกิจบ่อเรียงปลาในการจะตัดสินใจทำอะไรผมได้ศึกษาอย่างรอบคอบเพราะในการลงทุนแต่ละครั้งผมต้องใช้เงินลงทุนหลายแสนบาทในการซื้ออาหารมาให้ปลาและกุ้งได้กิน ดั้งนั้นผมต้องศึกษาราคาที่ถูกที่สุดและให้สาอารมากที่สุดถึงจะค้มกับเงินที่ลงทุนไปไม่เช่นนั้นจะทำให้เงินที่ลงทุนไปเสียเปล่า เพราะว่าถ้าปลากินแล้วปลาไม่โตก็จะทำให้ต้นทุนเราสูงขึ้นและกำไรเราก็จะน้อย ดั้งนั้นผมจึงนำการตัดสินใจแบบโตโยต้ามาใช้ 3ข้อ คือ
1การทำการบ้านมาก่อน
ผมจำทำการไปสำรวจราคาอาหารของปลาอยู่ตลอดว่าอาหารชนิดไหนที่ราคาไม่แพงและไห้คุณคาทางสารอาหารมากที่สุดนั้นจะทำไห้ผมลดต้นทุนในเรื่องของอาหารลงและยังทำไห้ปลาของผมโตและมีกำไรมาขึ้นอีกด้วย
2พิจารณาทางเลือกทั้งหมดสร้างมติเอกฉันท์ในหมู่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและตั้งความมุ่งหวังไว้ให้สูง
คนเราทุกคนจะทำอะไรต้องมีทางเลือกดังนั้นเวลาเราจะตัดสินอะไรเราต้องปรึกษาผู้ที่มีความชำนาญกว่าเพื่อที่การตัดสินใจของเรานั้นจะไม่ทำไห้ผู้ที่ทำธุรกิจกับเราที่คาดหวังกับเราไม่เกิดความผิดหวังเพราะสิ่งที่เราได้ตัดสินใจไปแล้วนั้นก่อให้เกิดกำไรสูงสุดแก่เขา
3นำไปปฏิบัติอย่างรวดเร็ว
หลังจากที่เราได้ทำการบ้านและเลือกทางเลือกแล้วเราก็จะควรนำไปปฏิบัติเลยเพราะถ้าเรารออาจทำไห้ราคาของสินค้าแพงขึ้นทำไห้เรามีค่าใช้จ่ายเพื่มขึ้นและเราควรมีการเก็บกักตุนอาหารไห้มากเพราะราคาของอาหารไม่คงที่ถ้าราคาถูกควรซื้อมาไว้ไห้มากที่สุด
สิ่งที่ได้เรียนรู้
การบริหารจัดการทุกสิ่งที่อยู่รอบๆตัวเรา ทั้งการบริหารจัดการการทำงาน หรือธุรกิจที่ทำ และการจัดการกับการใช้ชีวิต การจัดการกระบวนการคิด การจัดการกับการตัดสินใจ ซึ่งจะทำให้เราสามารถใช้ชีวิตทำงานและอาศัยอยู่ในสังคมที่มีการข่าขันสูงได้อย่างมีความสุข
นำไปใช้
การทำงานในระดับผู้บริหารระดับกลางที่จะต้องมีการทำงานทั้งในด้าน Operation และ Management ซึ่งเป็นเรื่องยากสำหรับผู้บริหารมือใหม่ดังนั้นแนวทางการบริหารงานต่างๆเช่น การบริหารบุคคล การบริหารหน่วยงาน การจัดการกระบวนการความคิดซึ่งมีส่วนช่วยให้สามารถมองภาพการบริหารแจ่มชัดขึ้น
ด้านการบริหารการใช้ชีวิตการหากิจกรรมอื่นนอกเหนือจากงานหลักทำเพื่อพบปะกับสังคมอื่นๆเพื่อผ่อนคลายจากการทำงานหลักซึ่งทำให้ผมเริ่มลองทำกิจกรรมอื่นนอกเหนือจากงานและพบว่าสามารถช่วยให้เกิดการผ่อนคลายและใช้ความคิดไปในด้านอื่นนอกเหนือจากงานประจำได้
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง - จากบทความทำให้ทราบ ว่า ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ ได้ให้ความสำคัญในหลายเรื่องๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการจัดการภายในองค์กร การลื่อสารภายในองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ การกำหนดกลยุทธ์ทางการตลาด การคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ การให้ความสำคัญกับลูกค้า ทุกอย่างที่ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ กล่าวไว้ มีวัตถุประสงค์เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก ในการจะกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมายของบริษัท จะต้องคำนึงถึงปัจจัยทั้งภายในและภายนอกบริษัท และในโลกที่ไร้พรมแดนลูกค้าสามารถเข้าถึงข้อมูลที่ต้องการ และลูกค้ามีสิทธิ์ที่จะเลือกหาสิ่งที่สามารถตอบสนองความต้องการได้มากที่สุด และมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ต้องการ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์ เชื่อว่า องค์กรควรจะนำความต้องการของลูกค้ามาช่วยในการกำหนดวัตถุประสงค์และเป้าหมาย และผลงานของบริษัทก็คือความพึงพอใจของลูกค้า นอกจากการกำหนดเป้าหมายและกลยุทธ์ทางการตลาดแล้ว องค์ยังต้องสร้างความแตกต่างในตัวสินค้าด้วยการคิดค้นนวัตกรรมใหม่ๆ อยู่เสมอ หากองค์กรใดมีการบริหารและการจัดการภายในองค์กร และการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ที่ดีก็ถือว่ามีความได้เปรียบ อีกทั้งในเรื่องของการบริหารทรัพยากรมนุษย์ ต้องทำการคัดเลือกบุคคลที่มีความสามารถและเหมาะสมกับงานที่ทำ ดังคำกล่าวที่ว่า “ PUT THE RIGHT MAN ON THE RIGHT JOB ” เมื่อเรามีองค์ประกอบต่างๆที่ดีเยี่ยมอยู่ในองค์กรทั้งหมดแล้ว การสื่อสารภายในองค์กรก็เป็นสิ่งสำคัญ ผู้นำในองค์กรต้องสามารถอธิบายและบริหารทีมของตนให้ปฏิบัติงานได้ตรงตามเป้าหมายของบริษัท และส่งเสริมให้พนักงานมีความรู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งขององค์กร และองค์กรจะอยู่รอดได้ต้องเกิดจากการร่วมมือกันทุกฝ่าย 2.นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ) - จากบทความ สามารถนำมาประยุกต์ใช้ได้กับการทำงาน ในตอนแรกที่เข้ามาทำงาน ดิชั้นไม่ทราบว่าทำไมในองค์กรถึงให้ความสำคัญกับการกำหนด KPI การประเมินผลงานโดยใช้KPI มาเป็นตัววัดผลงาน เนื่องจากในการทำงานพนักงานก็จะมีการวัด KPI หลังจากที่ได้อ่านบทความ ก็ทำให้ทราบว่าทำไมถึงต้องมี KPI KPI ของงาน ก็ จะเป็นตัวกำหนดว่าพนักงานแต่ละคนต้องทำอะไรบ้าง โดยดูจากลักษณะงานที่พนักงาน1 คนจะต้องทำ (Description) และต้องทำงานแค่ไหนถึงจะถือว่ามีประสิทธิภาพ และเกิดประสิทธิผล ถ้าทุกคนในองค์สามารถทำงานได้ตรงตามKPIที่วางแผนไว้ ก็แสดงว่าองค์กรได้บรรลุตามวัตถุประสงค์และเป้าหมายที่วางไว้
1. ได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ในความคิดของดิฉันแล้วปีเตอร์ ดรักเกอร์ได้ทำให้ดิฉันเกิดมุมมองแง่คิดหลากหลายขึ้น เช่น การบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า “วันพรุ่งนี้คือโอกาส ” เราต้องพยายามสร้างสรรค์วันพรุ่งนี้ของเราโดยการสลัดตัวเองให้หลุดออกมาจากโลกของวันวานเพราะมันจะทำให้เราตาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทิ้งทุกอย่างไปเสียหมด การคิดใหม่ทำใหม่ทำให้ธุรกิจนำหน้าคู่แข่ง ในยุคที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเราต้องน้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆจาก
1. ละทิ้งเพื่อเปิดช่องว่างในกับงานนวัตกรรม
2. มองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง
3. เปลี่ยนโอกาสเล่านี้ให้กลายมาเป็นคุณค่าสำหรับลูกค้า
4. จัดสรรทรัพยากรด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้แล้วในภาพรวม ปีเตอร์ ดรักเกอร์ทำให้เรามองในมุมผู้บริหารว่าผู้บริหารจะต้องมองการไกล มองในภาพรวม มีความเป็นผู้นำ กล้าตัดสินใจและรับฟังความคิดเห็น รวมไปถึงการสื่อสารกันภายในองค์กรไม่ว่าจะเป็นระดับบนลงไปหรือระดับล่างขึ้นมาต้องมีความชัดเจน และต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมนอกจากนี้ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ยังทำให้รู้ถึง การให้ความสำคัญกับลูกค้า การจัดการทรัพยากร การจัดการภายในองค์กร การวางกลยุทธด้านการตลาด และที่สำคัญที่สุดบุคลากรในองค์กรทุกคนทุกส่วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรก้าวหน้า แข็งแกร่งจนประสบความสำเร็จในอนาคต
2. นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง
ดิฉันคิดว่าต่อจากนี้ไปเวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความหมายมากๆต้องบริหารจัดการเวลาให้เป็น รู้จักพัฒนาตนเองและ ทำตัวให้ Alert อยู่เสมอเพื่อเตรียมพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และในการทำงานทำให้ดิฉันคิดอยู่เสมอว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ ทำให้เป็นคนกล้าตัดสินใน มองภาพรวมมองในมุมที่กว้างขึ้น
1. ได้เรียนรู้อะไรบ้าง
ในความคิดของดิฉันแล้วปีเตอร์ ดรักเกอร์ได้ทำให้ดิฉันเกิดมุมมองแง่คิดหลากหลายขึ้น เช่น การบอกกับตัวเองอยู่เสมอว่า “วันพรุ่งนี้คือโอกาส ” เราต้องพยายามสร้างสรรค์วันพรุ่งนี้ของเราโดยการสลัดตัวเองให้หลุดออกมาจากโลกของวันวานเพราะมันจะทำให้เราตาย แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะต้องทิ้งทุกอย่างไปเสียหมด การคิดใหม่ทำใหม่ทำให้ธุรกิจนำหน้าคู่แข่ง ในยุคที่โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงเราต้องน้อมรับการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างรวดเร็ว โดยผู้ประกอบการสามารถเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆจาก
1. ละทิ้งเพื่อเปิดช่องว่างในกับงานนวัตกรรม
2. มองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง
3. เปลี่ยนโอกาสเล่านี้ให้กลายมาเป็นคุณค่าสำหรับลูกค้า
4. จัดสรรทรัพยากรด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม
นอกจากนี้แล้วในภาพรวม ปีเตอร์ ดรักเกอร์ทำให้เรามองในมุมผู้บริหารว่าผู้บริหารจะต้องมองการไกล มองในภาพรวม มีความเป็นผู้นำ กล้าตัดสินใจและรับฟังความคิดเห็น รวมไปถึงการสื่อสารกันภายในองค์กรไม่ว่าจะเป็นระดับบนลงไปหรือระดับล่างขึ้นมาต้องมีความชัดเจน และต้องมีความรับผิดชอบต่อสังคมนอกจากนี้ ปีเตอร์ ดรักเกอร์ ยังทำให้รู้ถึง การให้ความสำคัญกับลูกค้า การจัดการทรัพยากร การจัดการภายในองค์กร การวางกลยุทธด้านการตลาด และที่สำคัญที่สุดบุคลากรในองค์กรทุกคนทุกส่วนเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้องค์กรก้าวหน้า แข็งแกร่งจนประสบความสำเร็จในอนาคต
2. นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง
ดิฉันคิดว่าต่อจากนี้ไปเวลาจะเป็นสิ่งที่มีค่าและมีความหมายมากๆต้องบริหารจัดการเวลาให้เป็น รู้จักพัฒนาตนเองและ ทำตัวให้ Alert อยู่เสมอเพื่อเตรียมพร้อมรับกับความเปลี่ยนแปลงในอนาคต และในการทำงานทำให้ดิฉันคิดอยู่เสมอว่าตนเองก็เป็นส่วนหนึ่งที่จะทำให้องค์กรประสบความสำเร็จ ทำให้เป็นคนกล้าตัดสินใน มองภาพรวมมองในมุมที่กว้างขึ้น
สุราลัย สังข์ประเสริฐ 53-3658-175-5 s-metm
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้
-เราสามารถนำจุดแข็งของบุคคลากรแต่ละคนมารวมกัน เพื่อลดจุดอ่อนให้เหลือน้อยที่สุดทั้งยังสามารถเชื่อมโยงเข้ากับจุดแข็งขององค์กรอื่นๆเพื่อสร้างคุณค่าได้มากกว่า และเพื่อให้การขายประสบความสำเร็จสูงสุดจะต้องทำความรู้จักและเข้าใจในตัวลูกค้าเป็นอย่างดี จนทำให้สินค้าสามารถขายตัวเองได้ ฉะนั้นในการเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่จำเป็นต้องละทิ้งและมองหาโอกาสอย่างต่อเนื่อง และเปลี่ยนโอกาสเหล่านี้ให้กลายมาเป็นคุณค่าสำหรับลูกค้าพร้อมทั้งจัดสรรทรัพยากรด้วยกลยุทธ์ที่เหมาะสม เพื่อที่บริษัทจะประสบความสำเร็จต้องให้เกียรติพนักงานและลงทุนให้กับตัวของพวกเขาอย่างสูงสุด
2. สิ่งที่คาดว่านำไปประยุกต์ใช้ได้
-ในการค้าขายสินค้าสักอย่าง เราไม่จำเป็นต้องทำทุกอย่างเองให้ได้ทั้งหมด เพียงแค่เราสามารถมองหาจุดแข็งของผู้อื่นเพื่อนำมาหลอมรวมเข้ากับจุดแข็งของตัวเอง เพื่อให้เกิดเป็นสินค้าที่มีจุดเด่นเพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมและเพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน
นางสาวปริญญาพร แจ่มมณี
เลขประจำตัว 53-3658-167-2 สาขาวิขา S-METM
วิชา การจัดการเทคโนโลยีวิศวกรรม
หลังจากฟังการนำเสนอสรุปแนวคิดจากหนังสือ 2 เล่ม ของ ปีเตอร์ ดรัคเกอร์แล้ว
1. สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
“จับเฉพาะเรื่องที่เป็นจุดแข็งเท่านั้นส่วนเรื่องอื่นๆ ที่เหลือนั้นให้คนอื่นมาทำแทน”
นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
(การเรียน) เราควรจับกลุ่มแลกเปลี่ยนในสิ่งที่เราถนัดส่วนเรื่องที่เราไม่ถนัดหรืออาจจะยังไม่เก่งก็ควรหาเพื่อนที่มีความรู้และความเข้าใจในเรื่องนั้นเข้ามาช่วย
2. สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
“เราจะต้องละทิ้งสิ่งเก่าก่อนที่เราจะรับสิ่งใหม่เข้ามา”
นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
(ความรัก) การที่เราจะรักใครสักคนที่เป็นคนใหม่เราก็ควรที่จะละทิ้ง (ลืม) แฟนคนแก่ให้ได้ก่อน
3. สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
“ไม่มีคู่แข่งอีกต่อไป” มีแต่การแก้ปัญหาที่ดีกว่า ทางเลือกที่มากกว่าจะนำมาผสมผสานกันได้หลากหลายกว่า
นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
(การใช้ชีวิต) ในการแก้ปัญหาที่ดีคือการที่สามารถจะรับมือกับปัญหาต่าง ๆ ได้อย่างหลากหลายและสามารถนำสิ่งต่าง ๆ มาผสมผสานได้เพื่อที่จะรับมือกับปัญหาได้อย่างไม่ย่อท้อ....นี่สิชีวิต
4. สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
“ความรู้มีคุณค่ามากกว่าสินทรัพย์ที่เป็นวัตถุสิ่งของ”
นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
(ชีวิต) คนเราต้องแสวงหาความรู้ให้มากๆ เพราะว่าเราจะไม่สามารถหาชื้อความรู้แบบสำเร็จรูปได้ในท้องตลาด เราจึง เรียนรู้ในสิ่งต่างอยู่เสมอ (Lifelong learning)
1. สิ่งที่ได้จากการเรียนรู้
- การที่จะสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาได้นั้นคนเราต้องอย่างมองวันวาน ให้มองพรุ่งนี้เป็นสำคัญ
- ความแตกต่างของนวัตกรรมเป็นสิ่งที่จะสามารถดึงดูความสนใจของลูกค้าได้
- ลูกค้าเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ขึ้นมาการเข้าถึงลูกค้าในแต่ละกลุ่มจะทำให้สามารถสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ ที่เหมาะสมกับกลุ่มลูกค้านั้นๆ ได้
- บริษัททุกบริษัทไม่สามารถอยู่ได้โดยโดดเดี่ยวจะต้องมีการสร้างสัมพันธภาพระหว่างบริษัทเพื่อการดำเนินธุรกิจร่วมกัน จึงจะสามารถที่จะอยู่ได้ด้วยความยั่งยืนหากบริษัทอยู่ใดอยู่แบบโดดเดี่ยวนั่นหมายความว่าบริษัทมีอายุที่สั้น
- การทำงานตามจุดแข็งทำให้สามารถทำงานได้ดีและมีประสิทธิภาพ ส่วนงานใดที่คิดว่าเป็นจุดอ่อนควรที่จะให้ผู้อื่นทำมากกว่า
- ผู้บริหารควรจะมีการหาความรู้เฉพาะทางอยู่สม่ำเสมอ
- การนำจุดแข็งของแต่ละบุคคลมารวมกันและลดจุดอ่อนของแต่ละบุคคล จะช่วยให้องค์กรมีจุดแข็งในการดำเนินงานเพื่อสร้างคุณค่าให้กับลูกค้าได้มากกว่าองค์กรอื่น
- กลยุทธ์ทางธุรกิจได้มุ่งไปสู่การนำทรัพยากรที่มีค่าใช้ในงานต่างๆ เพื่อสร้างผลขึ้นมา กลยุทธ์นั้นจะต้องดำเนินไปพร้อมๆ กับการถูกปรับแต่งให้เหมาะสมด้วยความเร็วที่เท่าเทียมกันกับกลเม็ดในอดีต และมันจะต้องเกิดในทันทีทันใด
- ธุรกิจว่าเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนสังคมสู้ความเจริญงอกงามอย่างยั่งยืนที่มองเห็นคุณค่าของบุคคลแต่ละคน และให้รางวัลกับความสำเร็จ โดยมีประสิทธิผลในการจัดการเป็นปัจจัยที่ทำให้เครื่องยนต์คงทำงานได้อยู่
2. สิ่งที่คาดว่านำไปประยุกต์ใช้ได้
- สร้างสัมพันธ์ภาพที่ดีระหว่างองค์กรธุรกิจด้วยกัน
- การมอบหมายงานให้บุคลากรแต่ละคนควรที่จะหาจุดแข็งของคน คนนั้นก่อนการมอบหมายเพื่อให้บุคลากรทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- ผู้บริหารควรจะมีการแสวงหาความรู้เฉพาะด้านที่ตรงกับจุดแข็งของตนเพื่อการทำงานที่มีประสิทธิภาพ
- หากจะสร้างนวัตกรรมใหม่ขึ้นมาไม่ควรที่จะกลับไปมองอดีตที่เคยมี
- ศึกษาข้อมูลของกลุ่มลูกค้าเป้าหมายให้ชัดเจนเพื่อกำหนดวัตถุประสงค์ของบริษัท
- การทำงานไม่ควรจะมุ่งหวังกำไรมากเกินไปควรกลับมามองในส่วนของการบริหารงานที่มีประสิทธิภาพร่วมด้วย
- การทำงานควรหาจุดแข็งของตัวเองมากกว่าจุดอ่อน
น.ส.จันทร์เพ็ญ บรรหารบุตร 53-3658-155-7
(ได้รับทางเมล์ kmutnb
July 30, 2010 8:39:13 PM ICT)
1.สิ่งที่ได้เรียนรู้ มีอะไรบ้าง
1.1 แนวคิดทางด้านการบริหาร ภาวะผู้นำ Leader Ship
1.2 กลยุทธ์ในการทำธุรกิจ เน้นการมีส่วนร่วม
1.3 ละทิ่งความคิดเดิมๆ ลืมภาพเก่าๆ คิดใหม่ ทำใหม่ แสวงหาสิ่งใหม่
2.นำไปประยุกต์ใช้กับตัวเราได้อย่างไรบ้าง (ชีวิตส่วนตัว-ชีวิตการงาน-สังคม-อื่นๆ)
2.1 ต้องเรียนรู้ตลอดชีวิต เรียนรู้ตลอดเวลา
2.2 การบริหารกิจการ การปรับตัวของธุรกิจ ตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง
นายประสิทธิ์ กลิ่นจำปา S-METM : Logistic and Supply Chain Management