ในโลกแห่งการทำงาน ผมชื่นชมคนทำงานเสมอมา ถึงแม้ทำงานแล้วจะมีทั้งที่ประสบความสำเร็จและไม่ประสบความสำเร็จก็เถอะ ผมก็ยังยืนยันว่า ผมชื่นชมคนประเภทนี้มาก เพราะคนเหล่านี้
ยังไงๆ ก็ยังถือว่าดีกว่าคนไม่ค่อยทำอะไร –ไม่ทำอะไร แต่ยังปล่อยให้คนอื่นต้องมาแบกรับแทนอย่างหน้าตาเฉย, คนประเภทนี้ "น่าหยิก น่าตี" เป็นที่สุด !
นอกจากนี้แล้ว คนอีกประเภทหนึ่งที่ผมชื่นชมและยกย่องมากเป็นพิเศษก็คือ ชอบทำงาน และชอบที่จะอุทิศตนเป็นบทเรียนให้กับเพื่อนและองค์กรอย่างไม่อิดออด มิหนำซ้ำยังชอบอาสาที่จะทำงาน หรือเฝ้าแสวงหาโอกาสเพื่อพัฒนาตนเอง และเพียรพยายามตะกายหาพื้นที่ในการแก้ไขข้อบกพร่องอย่างไม่รู้จบ-คนประเภทนี้ ผมถือว่า “น่ารัก-น่าเคารพ”

ผศ.ดร.ลัดดา แสนสีหา : ผู้ช่วยอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต...เปิดงาน
ระยะหลัง ผมปรับเปลี่ยนวิธีการสอนงานจากกระบวนการเคร่งขรึม เข้มงวด ดุดันเอาจริงเอาจังมาเป็นผ่อนเบาลงอย่างเห็นได้ชัด จากที่เคยกำกับดูแลตั้งแต่ต้น ก็ปล่อยให้แต่ละคน หรือแต่ละคณะทำงาน ได้คิดงานร่วมกันอย่างเต็มที่ พร้อมๆ กับการทิ้งประเด็นให้ชวนคิดชวนค้นหาเป็นระยะๆ เพื่อให้ทุกคนได้ลงแรงคิดและนำความคิดของผมไปปะติดปะต่อบูรณาการให้เข้ากับวิธีการของพวกเขาเอง
ครับ-วิธีการแบบนี้ดูสุ่มเสี่ยงไม่ใช่ย่อย ถึงต้องระมัดระวังเรื่องเวลาและระยะทาง พยายามไม่ให้เกิดความหย่อนยาน ละเลย ขณะเดียวกันก็ต้องพยายามไม่ให้ถึงขั้นต้องเข้าไปเกาะติดและแนบชิดทุกสถานการณ์จนดูอึดอัด ไม่เป็นอิสระ...
บรรดาผู้ขับเคลื่อนชมรมจักรยานนิสิตและบุคลากร มมส..
ล่าสุดเมื่อไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา ผมลองให้ทีมงานได้คิดและทำอะไรๆ อย่างเต็มที่ด้วยตนเอง
ผมทดลองให้ทีมงานได้ทำงานกันเต็มที่ โดยไม่เข้าไปจัดการอะไรมากมายเหมือนที่เคยเป็น เพราะอยากพิสูจน์ว่าแต่ละคนคิดและมองงานทะลุได้แค่ไหน มีความเป็นทีมสักกี่มากน้อย และที่สำคัญก็คือ ทุกคนสามารถนำผลการเรียนรู้จากโครงการที่แล้วมาใช้ต่อยอดในโครงการนี้ได้สักกี่มากน้อยเป็นสำคัญ
แน่นอนครับ ผมยังยึดมั่นแนวคิด “ปัญหาเก่าห้ามเกิด...ปัญหาใหม่ไม่ว่ากัน” และนั่นก็คือการพิสูจน์ว่ามีการนำผลแห่งการเรียนรู้มาต่อยอดได้สักกี่ข้อกันแน่ !
โครงการที่ว่านี้ก็คือกิจกรรมการรณรงค์ “ขับขี่ปลอดภัย...เปิดไฟใส่หมวก” ของชาวหอพัก
นั่นเอง ซึ่งโครงการที่ว่านี้ไม่ใช่ทำตามกระแสที่ควรจะต้องทำ แต่ชัดเจนแล้วว่า ปีนี้เราประกาศ
ปักธงยุทธศาสตร์เรื่องวินัยจราจรและสิ่งแวดล้อมอย่างชัดเจน ดังนั้นกิจกรรมเหล่านี้จึงต้องทำต่อเนื่อง เน้นย้ำให้เกิดความตระหนักเพื่อพัฒนาไปสู่ความเป็น “วัฒนธรรม” ไม่ใช่ทำให้เป็นแค่ “กิจกรรม”




ครั้งนี้รูปแบบยังคล้ายคลึงกับที่ผ่านมา (27 กุมภาพันธ์ 2553 : จักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม) มีการให้บริการตรวจเช็คสภาพและเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่องรถจักรยานยนต์ ส่วนจักรยานนั้น ก็มีการบริการซ่อมบำรุงรักษา พร้อมๆ กับการให้ความรู้เกี่ยวกับการดูแลจักรยานด้วยตนเอง โดยค่าบริการต่างๆ ล้วนคิดในราคาต้นทุนแทบทั้งสิ้น และกิจกรรมที่ว่านี้ก็ขับเคลื่อนภายใต้แนวคิด “เช็คก่อนใช้ ปลอดภัยก่อนเดินทาง”
ไม่เพียงเท่านั้น การรณรงค์ครานี้ยังเปิดโอกาสให้นิสิตและเจ้าหน้าที่ชาวหอพักได้ประกวดตัดสติ๊กเกอร์ตกแต่งหมวกนิรภัย (หมวกกันน็อค) กันอย่างคึกคัก มีรางวัลมาแจกมามอบอย่างมากมาย เป็นต้นว่า...แจกเป็นจักรยาน แจกเป็นหมวกนิรภัย แต่ทั้งปวงนั้นก็ล้วนเป็นของแจกของมอบที่เกี่ยวโยงกับเรื่องจราจรล้วนๆ




ครานี้ผู้รับผิดชอบบอกกับผมว่า ขออนุญาตเคลื่อนขบวนรณรงค์ออกไปจากเขตพื้นที่หอพักนิสิตบ้าง เป็นต้นว่า ขับขี่ผ่านคณะต่างๆ และผ่านเข้าไปยังหมู่บ้านรอบมหาวิทยาลัย ด้วยหวังว่ากระบวนการที่ว่านั้น จะตีฆ้องร้องเรียกได้ดูน่าสนใจขึ้นเป็นพิเศษ รวมถึงการถือโอกาสเปิดตัวหอพักออกสู่สาธารณะกับเขาบ้าง เพราะอยู่มานานนมแทบจะเรียกได้ว่า ไม่เคยจัดกิจกรรมนอกหอพักกับเขาบ้างเลยก็ว่าได้ (จนใครๆ ทักแซวมาว่า “หอพักเป็นเมืองลับแล...และแยกตัวเป็นอิสระจากมหาวิทยาลัยไปแล้ว”)



พี่ตู่ อารยะ เสนาคุณ จากสำนักวิทยาบริการ มมส...ร่วมมอบรางวัล
ครับ-ผมไม่ปฏิเสธ หรือเห็นแย้งกับแนวคิดนั้น เพราะนั่นคือสิ่งที่ผมสะกิด หรือสะท้อนให้พวกเขาฟังมาอย่างต่อเนื่องเป็นระยะๆ (ยืนยันว่าไม่ได้ “สั่ง” แต่เลือกที่จะพูดให้ฟังและเปรยไปเรื่อยๆ) ด้วยหวังว่าสักวันหนึ่ง..ทีมงานจะเข้าใจและเห็นความสำคัญเข้าสักวัน เมื่อวันนั้นมาถึง พวกเขาย่อมจะลุกขึ้นมาทำกระบวนการดังกล่าวนั้นด้วยตนเอง (นั่นคือสิ่งที่ผมรอคอยมาเกือบเป็นปีเลยทีเดียว)
อย่างไรก็ดี ครั้งนี้ไม่เพียงขับเคลื่อนเรื่องจักรยานยนต์เท่านั้น แต่เรามุ่งปักธงไปเรื่องจักรยานมากเป็นพิเศษ เรายึดเอาเวทีนี้เป็นเวทีแห่งการเปิดตัวบอกเล่าถึงเรื่อง “จักรยานผูกโบว์” ของชาวหอพักไปในตัว โดยชูประเด็นว่า ไม่นานนักเราจะมีจักรยานมาให้ยืมปั่นยืมถีบกันแบบฟรีๆ หรือไม่ก็ยืมถีบยืมปั่นกันในราคาถูก (อาจคิดค่าเช่าวันละบาท)
ด้วยหวังว่ากระบวนการเช่นนี้ จะชักชวนให้นิสิตและบุคลากรหันมาใช้จักรยานกันให้มากขึ้น โดยผูกโยงประเด็นไว้ชัดเจนว่า ในอนาคตอันใกล้ เราจะพากันปั่นจักรยานไปเที่ยวท่องในหมู่บ้านรายรอบมหาวิทยาลัย บ้างไปปลูกต้นไม้ บ้างไปมอบอุปกรณ์การเรียนการสอน มอบอุปกรณ์กีฬา...สอนหนังสือเด็กๆ ไปมอบทุนการศึกษา หรือไม่ก็ไปช่วยงานบุญงานทาน รวมถึงการปั่นจักรยานไปดาหญ้าในวัดและโรงเรียน เป็นต้น

ผศ.ดร.สุจิน บุตรดีสุวรรณ : รองอธิการบดีฝ่ายพัฒนานิสิต นำทีมปั่นจักรยานรณรงค์ฯ
ครับ-มันเป็นความฝันของผมและทีมงาน ผมเชื่อว่ามันเป็นจริงได้ ตอนนี้ก็รอเพียงฤดูกาลแห่งการเบ่งบานของความฝันมาเยือนเท่านั้นเอง
ซึ่งผมคิดว่ามันไม่นานนักหรอก !...
โปรดติดตามตอนจบในบันทึกถัดไป
........................................................................................................
หมายเหตุ
กิจกรรมดังกล่าวจัดขึ้นเมื่อวันที่ 27 มิ.ย.53
ผู้สนับสนุนโครงการ : ร้าน LAshop และ ทีโอเอสมอเตอร์มหาสารคาม
ภาพถ่าย : งานประชาสัมพันธ์และสารสนเทศ กองกิจการนิสิต มมส
มาจองๆๆค่ะ..จะทันคนแรกป่ะ..อิอิ.. ประมาณว่าเปิดเส้นทางจักรยาน รณรงค์เพื่อลดภาวะโลกร้อนใช่ม่ะเดี๋ยวมาใหม่ค่ะ..ลูกจะทานผลไม้ค้า..ไปปอกด่วนจี๋ๆๆ
เป็นโครงการที่อยากให้มีในทุกมหาวิทยาลัยเลยครับ
ขออนุโมทนาด้วยครับ
มาเป็นกำลังใจกับโครงการดีๆ กับนักสู้งาน
ชื่นชมจริงๆ มีกิจกรรมให้นักเรียนได้ฝึกประสบการณ์
เพื่อเป็นแนวปฏิบัติในการต่อสู้ในโลกนอกมหาลัย
เยี่ยมมากค่ะ
น่าชื่นชม กับภาพต่างๆ ความฝัน ที่ได้บ้างแล้วนะคะ
ความรักของ 16 บล็อกเกอร์ ชมได้แล้วนะคะ
http://gotoknow.org/blog/abcdefghk/375833
เยี่ยมค่ะ
สวัสดีค่ะ อาจารย์
ยังไงก็ต้องมาอ่านบันทึกของอาจารย์ เสมอค่ะ
ระลึกถึงนะคะ
ชื่นชมกิจกรรมดีๆค่ะ หมวกกันน๊อกสีสวยสดใส แต่งลวดลายน่ารักมากเลยค่ะ
พอลล่ามีหลายบ้านแต่ทุกบ้าน เต็มไปด้วยความรักและความทุ่มเททั้งหมดเท่าที่ทำได้เลยค่ะ ท่านพี่อาจารย์
สิงหาคมนี้ พอลล่าอาจจะไปทำกิจกรรมวันแม่ให้กับน้องผู้ติดเชื้อหรือน้องที่มีพ่อ แม่ เสียชีวิตจากการติดเชื้อค่ะ
อย่างไร พอลล่าจะส่งข่าวอีกครั้งนะคะ
คิดถึงอาจารย์ละน้องๆ ทุกคนค่ะ
ยินดีครับ....................
โค้งคำนับนั่งอ่านช่วยสานฝัน
สาระดีมีจุดเด่นเป็นสำคัญ
ชอบสร้างสรรค์เสพหาวิชาการ
ขยันเขียนเวียนหามาบันทึก
เริ่องไม่นึกก็ได้เห็นเป็นแก่นสาร
เกิดความคิดติดปัญญาพาเชี่ยวชาญ
ประสบการณ์พบเห็นเป็นบทเรียน
ธนา นนทพุทธ
จักสานอักษรกลอนคิดเห็น
สวัสดีค่ะ อ.แผ่นดิน
*** เป็นกิจกรรมที่ดีจังเลยค่ะ
*** ได้ทั้งความผูกพัน ความสามัคคี และวิถีประชา
***แวะมาชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะคะ.
สวัสดีครับ อ.rinda
ครับ-จักรยานลดโลกร้อน
จักรยานเพื่อสุขภาพ
ทั้งปวงนั้น คือเป้าหมายที่ปักธงไว้ครับ
และนั่นยังรวมถึง วันข้างหน้าเราอยากมีเลนส์จักรยานด้วยเช่นกัน
ขอบคุณที่แวะมาเยี่ยมนะครับ
สวัสดีครับ คุณพนัส...
กิจกรรมดีๆ หากมีกระบวนการเรียนรู้ที่ดีครับ ผมมองว่า action ที่เกิดขึ้นมาจาก วิธีคิด รวมไปถึงมุมมองที่ดีของผู้นำด้วย
กำลังจะหาวันว่างไปเสวนาด้วยนะ ช่วงนี้ผมยังวุ่นกันงานรอบทิศเลย
วันที่ ๒๕ ผมมีทำกลุ่มเรียนรู้ที่โรงเรียนนอกกะลาที่บุรีรัมย์ (โรงเรียนลำปลายมาศพัฒนา) ของครูวิเชียร ไชยบัง มีโอกาสมีเวลา ไปร่วมเเจมกันนะครับ
สวัสดีค่ะอาจารย์
สวัสดีครับ อ.ดร.ภิญโญ
พรุ่งนี้จะจัดกิจกรรมจักรยานเพื่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อม พร้อมเปิดตัวจักรยานผูกโบว์สำหรับให้นิสิตได้เช่าไปถีบในราคาถูก และพรุ่งนี้ก็จะออกไปทำกิจกรรมกับชุมชน เป็นงานบำเพ็ญประโยชน์เล็กๆ น้อยๆ เป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์ สานสัมพันธ์กัยชุมชนไปในตัว รวมถึงการชวนให้ชาวบ้านได้เห็นความสำคัญของการออกกำลังกายผ่านการถีบจักรยานไปในตัว
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ อ.ดาวเรือง
ครับ, กิจกรรมนิสิต หรือกิจกรรมนอกหลักสูตรเหล่านี้ มีความสำคัญในบทบาทและสถานะของการเตรียมความพร้อมให้กับนิสิตก่อนออกไปเผชิญชะตาชีวิตโลกภายนอก มันเหมือนจำลองการใช้ชีวิต จำลองการแก้ปัญหา ฝึกการคิด สร้างสถานการณ์ให้เรียนรู้ความเสียสละ หรือจิตอาสาไปในตัวด้วยเหมือนกัน
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ ป้าแดงpa_daeng
บริหารคน-ยากยิ่งกว่าการบริหารใดๆ
เพราะ ทุกคน ล้วนมีข้อจำกัดในเรื่องเหตุผล
ผมไม่เหนื่อยกับการแบกงาน หรอกนะครับ
แต่ถ้าเหนื่อย ก็คือการแบกคนนี่แหละ
แต่จะทำยังไงได้ เราถือว่ามันเป็นหน้าที่ เป็นส่วนหนึ่งของการงานและชีวิต
และที่สำคัญ เราก็ยังมีความสุขกับงานในทำนองนี้
...
ชื่นชมและเป็นกำลังใจให้นะครับ
สู้ๆ...
สวัสดีครับ ครูแป๋ม
กิจกรรมนี้...จากมหาวิทยาลัย สู่ชุมชน ครับ...
กิจกรรมทำนองนี้เป็นหนึ่งในยุทธศาสนตร์ที่เราปักธงในปี 53
นี่ยังอยู่ในระยะเริ่มต้นเท่านั้น
ยังต้องลุ้น ต้องเข็นกันอีกมาก-
ขอบคุณครับ
สวัสดีครับ พี่กานดา น้ำมันมะพร้าว
ไปดูภาพมาแล้วครับ-อบอุ่นและมีพลังแห่งสายใยมาก
ขอบคุณอีกครั้ง นะครับ
สวัสดีครับ พี่เกด เกศนี บุณยวัฒนางกุล
เป็นภาพในอีกมุมหนึ่งครับ
ไอเดียแจ่มแจ๋วเลยนี่คะ
มีการขี่จักรยานกันเยอะขึ้น
โดยเฉพาะสถานที่กว้างๆแบบมหาวิทยาลัย ดีจัง