"ภรรยาผมสงบลงทันทีจากคำพูดสั้นๆ นั้นของผม"

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ ทุกคนอยู่บ้านกันพร้อมหน้า
ภรรยาผมสัญญากับลูกสาวคนเล็กว่าจะทำกระเพาะปลาผัดแห้งให้กินตอนเที่ยง
ตามที่เธอร้องขอ แต่กว่าจะทำเสร็จก็ตกเข้าไปบ่าย
เพราะงานบ้านอื่นๆ ที่ติดพันมาตั้งแต่เช้าไม่เสร็จ เช่น ซักผ้า ตากผ้า
ต้มถั่วแดง ปั่นน้ำใบหญ้านาง รวมทั้งเตรียมวัตถุดิบสำหรับทำอาหารเที่ยง

ก่อนเที่ยงมีญาติมาเยี่ยม ก็นั่งคุยกับญาติ เอาถั่วแดง น้ำหญ้านางมาเลี้ยง
และสนทนากันจนเที่ยงกว่าจึงได้ลากลับ

ลูกสาวโกรธว่ามาม๊าไม่ผัดกระเพาะปลาตอนเที่ยงตามที่สัญญาไว้
เลยไปทำบะหมี่สำเร็จรูปกินเองคนเดียว
ภรรยาผมเริ่มผัดกระเพาะปลาตอนบ่าย ผัดไปก็บ่นน้อยใจไปว่าไม่รอกินพร้อมกัน
เธออุตส่าห์เตรียมวัตถุดิบ กระเพาะปลาก็ต้องล้างถึง 3 ครั้ง ฯลฯ

พอทำเสร็จ เธอขอให้ผมไปตามลูกสาวมากินด้วยกัน
ผมไปตามในห้อง เห็นเธอนอนอยู่ก็ปลุกขึ้นมากินด้วยกัน
เธอไม่ลืมตา ส่ายหน้าส่งสัญญาณว่าไม่กิน
ผมรู้สึกว่าเธออาจยังงอนอยู่ (การงอนเป็นความโกรธอย่างหนึ่ง)

ผมก็ไม่ว่าอะไรลูก เดินกลับมาที่โต๊ะอาหาร บอกภรรยาว่าลูกยังไม่กิน
ภรรยาผมยังคงพูดคำเดิมซ้ำๆ (บ่น) ว่าอุตส่าห์ทำ เพียงแต่ช้าไปหน่อย
คล้ายๆ ว่า ก็เห็นอยู่ว่า งานเยอะและมีแขกมา
ผมฟังความหมายที่เธอสื่อออกมาคล้ายกับว่า "ไม่เข้าใจหรือไง?"

ผมสัมผัสจากน้ำเสียง สีหน้า ท่าทาง ได้ว่าภรรยาผมกำลังทุกข์เพราะอารมณ์โกรธ
(ความน้อยใจเป็นความโกรธอย่างหนึ่ง) เช่นเดียวกับลูกที่มีอาการของคนกำลังทุกข์
จากการผิดหวัง ทั้งสองคนมีอารมณ์บางอย่างกระเพื่อม ไม่สงบอยู่ภายใน

ผมคิดในใจว่า ปุถุชนอย่างเราย่อมมีอารมณ์หลากหลายเกิดขึ้นในชีวิตประจำวัน
พูดตามภาษาปรัชญาพุทธหรือพระอภิธรรมก็ว่า "จิตมีหน้าที่รับอารมณ์" 
และก็ไม่มีอารมณ์ใดที่เกิดขึ้นแล้วไม่ดับไป ไม่ว่าสุขหรือทุกข์
ไม่มีอารมณ์ใดสามารถคงอยู่อย่างนั้นได้ตลอดเวลา
ธรรมชาติของจิตเป็นเช่นนั้น

โดยรวมแล้ว แม้เรามักไม่ค่อยเท่าทันอารมณ์ตนเอง
หรือแม้จะทัน แต่การ "ปล่อยวาง" ลงทันทีทันใด
ไม่ใช่จะทำได้ง่ายๆ เสมอไป
แม้เราจะหมั่นฝึกฝนตนเองอยู่เสมอในทุกๆ ขณะระหว่างการดำเนินชีวิตประจำวัน

เราอาจผ่านเลย ไม่เห็นอารมณ์ของเราไปบ้าง
แต่เราสามารถเห็นอารมณ์ของคนใกล้ชิดในครอบครัวได้ไม่ยาก
โดยเฉพาะเมื่อความรักและความใส่ใจกันและกันของเรามีความลึกซึ้งจริง
ทั้งอารมณ์ขุ่นมัว (ความโกรธ) ทั้งอารมณ์อยากได้อยากมีอยากเป็นต่างๆ (ความโลภ)  
เรียกว่าพยายามเห็นความทุกข์ที่เกิดขึ้นในจิตใจของกันและกัน
เป็นการแสดงออกถึงความ "เห็นอกเห็นใจ" กันอย่างแท้จริง

เห็นใจกันแล้วยัง "เคารพ" ในความรู้สึกที่กำลังเกิดขึ้นในใจของแต่ละคนด้วย
ผมเข้าใจว่าการปฏิบัติต่อกันเช่นนี้ คือ การเคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์
ของกันและกันนั่นเอง

ผมจึงพูดกับภรรยาบนโต๊ะอาหารอย่างสั้นๆ ว่า "ลูกกำลังมีความทุกข์นะ"
ไม่จำเป็นต้องพูดยาว เพราะเรื่องแบบนี้ในครอบครัวเราพูดกันมาเยอะ
รวมทั้งลูกก็เข้าใจเรื่องนี้ เธอจึงมักไม่พูดอะไรจนกว่าอารมณ์ข้างในจะสงบลง
เมื่อต่างฝ่ายต่างสงบลงแล้วก็ค่อยพูดค่อยจากัน
ขออภัยต่อกัน ให้อภัยกัน

ภรรยาผมสงบลงทันทีจากคำพูดสั้นๆ นั้นของผม
เธอเอาถ้วยชามมาแบ่งกระเพาะปลาผัดแห้งและเครื่องเคียงต่างๆ ไว้ให้ลูก

ผมรู้ดีว่าเมื่อลูกตื่นขึ้นมา เห็นกระเพาะปลาที่แม่ "กรุณา" แบ่งไว้ให้
เธอจะพูดอย่างไรกับแม่ และรู้ด้วยว่าแม่จะพูดอย่างไรกับเธอ

ผมเชื่อว่า ทั้งสองคนจะพูดจากันด้วยภาษาดอกไม้.

สุรเชษฐ เวชชพิทักษ์
๑๑ กรกฎาคม ๒๕๕๓