ไม่บ่อยครั้งนักที่ฉันจะรู้สึกตื้นตันกับเรื่องราวชีวิตของคน     แต่หนนี้เมื่อได้รู้จัก   ได้พูดคุยยิ่งจุกอก   สมหวังเด็กชายวัย 14 ปีนักเรียน   ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2      กำลังนั่งเช็ดตัวให้มารดาข้างเตียง ด้วยความทะนุถนอม และพูดคุยกับมารดาไปด้วยโดยที่มารดามิได้โต้ตอบ หรือเปล่งเสียอันใดมาจากมารดาเลย ทำให้ฉันสงสัยเป็นยิ่งนักเมื่อเห็นภาพข้าง  และอดเข้าไปถามว่า เป็นอะไรกับคนไข้  เด็กชายเงยหน้าขึ้นมามองและตอบคำถามด้วยน้ำเสียงที่ราบเรียบ  ก่อนจะกล่าวว่าคนที่นอนอยู่เบื้องหน้าว่า    “แม่ผมเองครับ”  ปกติฉันไม่ค่อยได้เห็นผู้ชายมาเฝ้ามารดา  ส่วนใหญ่จะเป็นญาติผู้หญิงมาเฝ้ามากกว่า  จึงถามว่าแม่เป็นอะไรถึงต้องมานอนโรงพยาบาล  สมหวังตอบว่า แม่ลื่นล้มในห้องน้ำ และเดินไม่ได้มา  2  เดือน   เมื่อถามว่าทำไมถึงลื่นล้ม  สมหวังบอกว่า “ไม่ทราบ ครับ  หมอที่โรงพยาบาลสระบุรีบอกว่าแม่เป็นความดัน”   ฉันยังคงสนทนาต่อไปอีกเมื่อถามว่าใครดูแลแม่  สมหวังตอบด้วยสายตาที่ดูเศร้าและเล่าว่า   ปกติแม่จะแข็งแรงทำงานรับจ้าง หาเงินมาใช้เลี้ยงจุนเจือในครอบครัว   แม่เปรียบเสมือนเป็นเสาหลักของครอบครัว  เพราะพ่อได้เสียชีวิตไปนานแล้ว ตั้งแต่สมหวังยังเล็ก  สมหวังมีพี่น้องทั้งหมด  4  คน  คนโตแต่งงานแล้วมีครอบครัวไปอยู่ที่ขอนแก่น  คนที่ 2  มีครอบครัวแล้วเช่นกันและมีหลานที่เพิ่งคลอดอยู่ที่จันทบุรี  พี่สาวคนที่สามอยู่กับแม่และสมหวังที่บ้าน  พี่สาวคนนี้ทำงานโรงงาน หยุดวันอาทิตย์วันเดียว และเวลาพี่สาวไปทำงานจะต้องไปรถโรงงานตั้งแต่ ตี  5  และจะกลับถึงบ้านเกือบ  2 ทุ่ม ทุกวัน   ฉันจึงถามว่าตอนที่แม่อยู่โรงพยาบาลสระบุรี ใครเฝ้า  สมหวังเล่าว่า  ที่โรงพยาบาลสระบุรี เขาไม่ให้ญาติเฝ้า   แต่สมหวังและพี่สาวยังคงเป็นห่วงแม่จะไปเยี่ยมแม่ในวันเสาร์และนอนอยู่แถวๆม้าหินอ่อนในโรงพยาบาลจนถึงวันอาทิตย์   ก็ต้องรีบกลับให้ทันรถรอบเที่ยง เพราะรถจะหมด  ฉันจึงถามว่าถ้าแม่นอนที่โรงพยาบาลแก่งคอยใครเฝ้า “ผมครับ พี่บอกให้ผมเฝ้า”   แล้วสมหวังไม่ต้องไปโรงเรียนหรือ  เด็กหนุ่มก้มหน้าและตอบด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาว่า   ผมคงไม่ได้เรียนหนังสือแล้วครับ   
         “ทำไมหละ” ฉันถาม
       “พี่ผมให้อยู่เฝ้าแม่ที่บ้านเพราะแม่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ ผมต้องให้อาหารแม่ทางสายยาง และคอยพลิกตะแครงตัวให้แม่ เช็ดตัวให้แม่ เวลาแม่ขับถ่ายต้องเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่” 
      สมหวังเล่าให้ฉันฟังด้วยสีหน้าที่เศร้า  ฉันจึงนำปัญหาของสมหวังไปปรึกษากับตึกผู้ป่วยในหญิงว่าเด็กไม่ได้ไปโรงเรียน เพราะต้องดูแลมารดา พวกเราจะช่วยอะไรได้บ้าง  พี่แดงซึ่งเป็น Staff  ของตึกบอกว่าให้เด็กไปเรียนหนังสือได้เลย ที่โรงพยาบาลพวกพี่ๆจะดูแลเอง ไม่ต้องห่วง และวันเสาร์-อาทิตย์ค่อยมาเยี่ยมแม่ หรืออยากแวะมาหาแม่ตอนเย็นก็มา  เพราะโรงพยาบาลเปิดให้เยี่ยมถึงสองทุ่ม  ส่วนในรายที่ผู้ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้หรือช่วยเหลือตัวเองได้น้อยโรงพยาบาลอนุญาตให้ญาติเฝ้าได้ 1 คน แต่เมื่อกลับไปอยู่บ้านเราค่อยมาคุยกันใหม่คงต้องประสานทีม PCT และทีมเยี่ยมบ้านไปดูปัญหาและกลับมาคุยกันเพื่อหาแนวทางช่วยเหลืออีกครั้งต่อไป
      หลังจากฉันได้สอนให้สมหวังทำอาหารปั่นทางสายยาง พร้อมกับให้สมหวังทำให้ดูเพื่อนำกลับไปทำให้มารดาที่บ้าน  สมหวังทำได้คล่องแคล่วและถูกหลักการทำอาหารทางสายยาง...เมื่อหันกลับมามองลูกๆของฉันเองที่มีวัย 14 ปีเช่นเดียวกับสมหวังยังคงเล่นอย่างสนุกสนาน  บางคนก็ตั้งหน้าตั้งตาเรียนหนังสืออย่างเดียวโดยไม่มีความรับผิดชอบอื่นใดนอกจากรับผิดชอบเรื่องเรียนอย่างเดียว  ซึ่งเมื่อเทียบกับสมหวังแล้ว  สมหวังต้องแบกภาระอันหนักอึ้งนับจากนี้ไป  เมื่อพระเจ้าได้กำหนดชะตาชีวิตให้แล้วเราก็ต้องยอมรับให้ได้และอยู่ให้เป็นเฉกเช่นเดียวกับสมหวังในยามนี้  ฉันขออธิฐานให้เด็กชายสมหวัง ได้สมหวังในสิ่งที่ปรารถนา พวกเราทีมผู้ดูแลสุขภาพของโรงพยาบาลแก่งคอยจะคอยเป็นกำลังใจให้ เพื่อช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ให้มีความสุขขึ้น
        023หนูแหม่ม...งานโภชนาการ