กราบสวัสดีค่ะครู

                เมื่อเช้าตื่นขึ้นมาตอนตีสอง รู้สึกปวดหน่วงที่ช่องท้อง ระลึกว่า “ยังไม่ได้เขียนจดหมายถึงครู”

ตัวร้อนเหมือนจะมีไข้ ปวดท้อง รู้สึก ตุ๊บ ๆ และมีอะไรเคลื่อนอยู่ในลำไส้

นึกย้อนถึงปัจจัย ย้อนคิดได้ว่า

"อาจจะเป็นส้มตำ แต่เอ ปกติก็ทานอยู่ เป็นประจำเดือน อืม ก็มีปวดบ้าง แต่ไม่มากขนาดนี้ แว๊บนึกขึ้นได้ว่า เมื่อวานตอนเย็นหลังวิ่งออกกำลังกาย ทานน้ำเย็น"

พอได้คำตอบให้ตนเองว่าทานของแสลง อาการไม่ได้ทุเลาแต่เข้าใจ ลักษณะของเลือดที่ออกมาก็บ่งบอกถึงการเกาะกลุ่มของก้อนเลือด จึงต้มน้ำร้อนแล้วค่อย ๆ ทาน จิบเรื่อย ๆ ทำดีท๊อก

ค่อยรู้สึกดีขึ้น ต้มน้ำสมุนไพรอาบ แม้จะไม่หายขาดแต่ก็รู้สึกเบาขึ้นค่ะ แล้วก็มาเขียนจดหมายถึงครู

เป็นการนั่งนึกเรื่องราว พิจารณาว่าเกิดอะไรขึ้น แล้วก็พิมพ์  อ่าน พิจารณาแก้ไข ทำอยู่นานเหมือนกันค่ะ อ่านหลายรอบ ด้วยความตั้งใจที่จะทำให้เต็มที่

ดึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นมาพิจารณาให้เห็นได้ชัดที่สุด พอเอาบันทึกขึ้น เห็นว่า

“มันยาว เกิดคำถามขึ้นมาว่า ยาวไปรึเปล่า”

แต่ก็ยังไม่ได้ค้นหาคำตอบ เขียนเสร็จ ไปวิ่งออกกำลังกาย เช้านี้แปดโมงเช้าแดดแรงมาก แต่ก็เลือกที่จะวิ่ง ในหมู่บ้านค่อนข้างสงบ ระลึกขึ้นมาว่า พี่ ๆส่วนใหญ่ไปร่วมงานประชุมที่กระนวนกัน จึงถึงบางอ้อ

                วิ่งเสร็จ กลับมานั่งหน้าบ้าน วันนี้เป็นวันเสาร์  เกิดความรู้สึกว่า

“เป็นวันหยุด ที่หยุดอยู่กับตนเองจริง ๆ”

เพราะปกติจะกลับบ้านที่กาฬสินธุ์  จึงได้โอกาสหยิบหนังสือที่ครูให้มานั่งอ่านซ้ำ ลากเก้าอี้หน้าบ้านไปที่ร่มจำปา แล้วก็นั่งลงอ่าน อ่านกี่รอบก็รู้สึกว่า “ซาบซึ้งค่ะครู” บางคราก็ยังน้ำตาไหล เป็นน้ำตาแห่งความสุข สักพักเดินไปหย่อนเสื้อผ้าลงเครื่องซักผ้า แล้วก็มานั่งอ่านต่อ พอเสียงเครื่องซักผ้าเงียบลง ก็เห็นความคิดว่า

“จะอ่านต่อ รึจะไปตากผ้าก่อน”

 จึงลุกไปตากผ้า ตากเสร็จแล้วก็ขึ้นไปทำวัตรเช้า  ขึ้นเปิดคอม อ่านบันทึกใน G2K ตามเก็บตามอ่านบันทึกที่ยังไม่ได้อ่าน จนกระทั่งใกล้เที่ยงรู้สึกหิว แต่จริง ๆ แล้วมีความอยากทานข้าว แวะมาทักทายในความคิดเป็นระยะ ๆ ค่ะ ได้แต่อดทนไว้ บางทีเดินผ่านขนมในบ้านก็รู้สึกอยากทาน บางทีหยิบแล้ว ขนมอยู่ในมือ รู้สึกตัว ก็วาง วางเสร็จก็ ขำ กับความเผลอของตนเอง

มีการถามตนเองอีกค่ะว่า

"ถ้าไปประชุมจะทานกี่มื้อ"

มีเสียงตอบมาอย่างรวดเร็วว่า "สองมื้อก็ได้"

มันเร็วมากเลยค่ะ

สุดท้ายจัดการต้มมาม่ากับผักที่มีในตู้เย็น ขนมที่มีในตู้เย็นอีกสองสามชิ้น นมอีกกล่องหนึ่ง

เยอะมากเลยค่ะครู ตอนทานนี่ ไม่รู้สึกตัวเลยค่ะ กินเอากินเอา แต่ก็รู้สึกขอบพระคุณอาหารที่ทำให้บรรเทาความหิว

ทานเสร็จ ขึ้นมาอ่านบันทึกและเตรียมข้อมูลที่จะใช้ในการบรรยายเพิ่มเติม ตอนเตรียมข้อมูลรู้สึกกังวลเหมือนกันค่ะ เพราะหนูคิดไม่ดี จากที่ทุก ๆ ปีจะไปนั่งเล่า นั่งคุย ว่าทำงานอะไรบ้าง ทำอย่างไร สบาย ๆ เพื่อเป็นข้อมูลให้น้อง ๆ เลือกสาขา อยากรู้ลึก ๆ ก็ให้ถาม หลัก ๆ เน้นที่ให้น้องเลือกด้วยสติ อย่าตามเพื่อน หรือ อย่าเลือกเพราะเงิน

                แต่ครานี้หนูเห็นชื่อวิทยากรอีกท่านหนึ่งที่ต่อจากหนู คือ ผู้อำนวยการศูนย์อีกที่หนึ่ง รู้สึกตกใจและกังวล ค้นเข้าไปว่า “ทำไม”

เห็นความกลัว กลัวว่าจะออกมาไม่ดี กลัว ๆ กลัวว่าจะถูกจับผิด

เห็นความคิดชั่วตัวเอง ก็ รู้สึกอ่อนใจ ได้แต่ลากลมหายใจยาว ๆ ลึก ๆ แล้วก็ปลอบใจว่า

“ทำเต็มที่ ตามธรรมชาติของตนเองซิ”

พอเวลาลงมือเตรียม Slide ค้นข้อมูลอยู่นาน ทำไปสองสามอัน เกิดคำถามกับตนเองว่า

“เฮ้ย นี่มันคือ อะไร มันไม่ใช่สิ่งที่เรารู้ ไม่ใช่ประสบการณ์ตรง ความตั้งใจคือ เล่าประสบการณ์ตรงมิใช่รึ”

จึงลองเปิดอันเก่าที่เคยบรรยาย ครูค่ะ คนละเรื่องกับที่เตรียมเลย ทำให้เห็นว่า ที่ค้นข้อมูลเยอะ ๆ เพราะกลัวออกมาไม่ดี

ล้มตัวลงนอน รู้สึกล้า วูบหลับไปชั่วโมงกว่า ๆ ค่ะ ความรู้สึกก่อนตื่นเหมือนโดนใครมาดึงฟันจนหลุดกับจับขาตรงข้างซ้าย พอลืมตาแล้วขยับตัวก็ระลึกขอบพระคุณที่ช่วยปลุก นั่งทำงานต่อ

                ครานี้เอาใหม่ ตั้งใจเตรียมจากประสบการณ์ เล่าเฉพาะที่รู้ นำเสนองานในมุมที่เคยเข้าไปสัมผัส แล้วเล่าแนวทางในการเลือกและตัดสินใจ ค่อย ๆ เตรียมไปเรื่อย ๆ จนหกโมงเย็น ไปวิ่งออกกำลังกาย เหงื่อออกแล้วรู้สึกสดชื่น แต่ยอมรับเลยค่ะว่า

“เหมือนวันนี้ทำงานหนัก ทั้ง ๆที่ ไม่ได้เดิน ไม่ได้แบกอะไร”

กลับมาบ้านพักต้มน้ำอาบ อาการปวดหน่วงท้องน้อยหายไปแล้ว แต่ไม่รู้สึกตัวว่าหายไปตั้งแต่ตอนไหนค่ะ จัดแจงอาบน้ำแล้วก็ขึ้นมาทำวัตรเย็น ตอนเดินขึ้นบ้านคิดได้ว่า

“พอกินข้าวเท่าที่จำเป็นนี่ ลดเวลาไปเยอะเลยแฮะ”

 แม้วันนี้จะยังมีความรู้สึกหิว แต่ไม่ใช่หิวเพราะร่างกายต้องการค่ะ ใจมันหิว เพราะเท่าที่กินไป ก็พอหล่อเลี้ยงร่างกายให้อยู่ได้

ขึ้นมาบนบ้าน ทำวัตรเย็น นั่งสมาธิ เริ่มเขียนจดหมายถึงครู เขียนไปได้นิดหน่อย คิดงานขึ้นมาได้ มานั่งทำข้อมูลต่อ เงยหน้าขึ้นมาอีกทีดึกแล้ว

วันนี้ไม่ได้เผลอหลับค่ะ แต่กลับกลายไปเผลอทำงาน จนเลยเวลาที่ตั้งใจกับตนเอง ครานี้จะ จะ แต่ก็พยายามเขียนค่ะครู               

กราบขอบพระคุณค่ะ