เส้นทางที่ไม่ไกล แต่ทำไมห่างบ้านไปทุกที

         ตอนที่ 2 ได้เล่าถึงว่า เราได้รถเช่าเหมาลำ ...รถจอดเป็นระยะๆเพื่อให้เราได้พักเหยียดแข้งเหยียดขา ฟังดูดี แค่ความเป็นจริงคือโชว์เฟอร์จำเป็นตองหยุดเพื่อตักน้ำในทุ่งนามาเติมใส่หม้อน้ำรถคันโก้ของเรา (มันชั่งเหมือนตัวเอง  ตอนออกหมู่บ้านซะนี่กระไร)  เราผ่านหลุ่มผ่านบ่อ หลุมเล็กหลุมใหญ่ ผ่านเสาหลักกิโลของลาวที่เข้าใจผิดคิดว่าเป็นเสาบอกระยะทาง ที่ไหนได้เป็นเสาบอกเส้นทาง มิน่ามันเป็นเลข 2 ตลอด จนนึกว่าเป็นหลักกิโลแม้ว  ตลอดเส้นทางอันยาวไกล ห่างจากอำเภอท่าลี่ลึกเข้าไปทุกที ชนิดที่ไม่รู้เลยว่าเป็นทิศเหนือ ทิศใต้ เดินหน้าลูกเดียว

            เกือบ 6 โมงเย็นเริ่มเห็นหมู่บ้านรำไรๆ แล้วรถก็เข้าไปจอดที่หน้าบ้านหลังหนึ่งเป็นบ้านปูนชั้นเดียว สร้างเพิ่งเสร็จใหม่ๆ ทราบว่าเจ้าของบ้านเป็นญาติของคณะทำงานคนหนึ่ง ซึ่งช่วยนำทางเราไป ต้องขอขอบุคุณหลายๆ

         นั่งอยู่ซักพัก เลยตกลงที่จะหาบ้านพักหลังใหม่เพราะเกรงใจเจ้าของบ้านอย่างเหลือหลาย ยิ่งคุณยายและญาติๆๆให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นมากเท่าใดยิ่งทำให้เรารู้สึกเกรงใจมากขึ้น จึงออกเดินหาที่พักในตอนเย็นวันนั้น 

             มองเห็นโรงแรมใหญ่อยู่ไกลๆ ดูหรู แต่พอเข้าไปใกล้ๆ กลับกลายกลายเป็นโรงแรมร้าง มีแต่เสียงนกร้องเซ็งแซ่ อนิจจา !! จะได้นอนวัดซะละมังเรา  สอบถามคนแถวนั้นได้ความว่าโรงแรมสร้างมานานแล้ว สมัยนั้น หมู่บ้านนี้คึกคักเพราะชาวเวียดมาลงทุน แต่ตอนนี้เงียบเชียบ ซึ่งก็ดีเหมือนกันในความรู้สึกเรา เพราะความเจริญไปถึงไหนปัญหาก็ตามมามากมายถ้ารู้ไม่เท่าทันมัน และตั้งรับไม่ดี

               ระหว่างทางพบเห็นผู้ป่วยก็อดแวะเยี่ยมไม่ได้ ตามนิสัย..

            ที่สุดได้บ้านที่เปิดเป็นเฮือนรับรอง ราคาก็ไม่แพงมาก พออยู่ได้แบบสบายๆ เป็นเฮือนไม้ อยู่ใกล้ตลาดสด ได้ที่พักแล้วเลยชวนกันลงไปเดิน shopping มีสัตว์ป่าให้เลือกอย่างหลากหลาย

          พวกเราคนหนึ่งเห็นนกในกรงสวย เลยซื้อไปปล่อย ดีใจบักคัก คิดถึงบุญที่ไปรออยู่ภพหน้า พอออกจากตลาดเราก็เห็นนกตัวสวยเกาะอยู่ใกล้ตลาดนั่นแหละ โบกมือไล่ก็ไม่ไป สงสัยบ้านเค้าอยู่ที่ตลาด เรานั่นแหละที่พลาดเองเพราะไปพรากบ้านพรากกรงเค้ามา นอกจากนั้นคนที่ชอบแทงหวยต้องไปอยู่ลาว เพราะออกเลขตลอด เล่นได้เท่าที่อยากจะเล่น

           ตกเย็นวันนั้น ได้ไปที่บ้านของสองสาวพี่น้อง ภาพที่เห็นทั้งดีใจ ทั้งชื่นใจ เค้ากำลังยืนขายหมูปิ้ง ด้านหลังเป็นที่นั่งสั่งเครื่องดื่มได้ โดยเฉพาะเบยลาว ดีใจทั้งเจ้าบ้านและผู้ไปเยือน

      แอบคิดและหวังในใจลึกๆว่า จอยคงได้ชีวิตตัวเองคืนมาแล้ว ส่วนก้อยโชคดีที่ได้กลับบ้าน ที่สำคัญกลับได้ทันเวลา ...เราพูดคุยไต่ถาม ไม่พูดเรื่องงาน แต่นัดหมายขอให้สองสาวไปพบที่เฮือนรับรองในตอนเช้า เพราะเราต้องการปกปิดเรื่องการตามเยี่ยม เรื่องราวต่างๆของสาวๆจะไม่มีใครได้ยินจากทีมงาน รู้แต่ว่าพี่เค้ามาเยี่ยมแม่ยาย เลยพาเพื่อนมาเที่ยวด้วย ก็เท่านั้นเอง

    รุ่งเช้าสองพี่น้องไปพบตามสัญญา เราพูดคุยตั้งแต่ครั้งยังอยู่ที่เชียงคาน การอบรมที่ได้เข้าร่วม จอยผู้น้องเป็นคนช่างพูด ช่างเล่า ไม่มีท่าทีเขินอาย ต่างจากพี่สาวที่นานๆจะเสริมที แตช่วงท้ายก้อยก็พูดคุยอย่างเป็นกันเองมากขึ้น ประสบการณ์ของทั้งสองคนมีความแตกต่างกันเห็นได้ชัด และเมื่อเราถามความในใจว่าจะไปฝั่งไทยอีกไหม ก้อยตอบโดยไม่คิดว่าคงไม่แล้ว ส่วนจอยนั่งก้มหน้า ไม่สบตา ไม่ตอบ ซึ่งเราไม่รู้ว่าจอยคิดอะไรอยู่ แต่ที่แน่ๆคือบ้านหลังนี้ยังไม่เสร็จ ยังไม่มีประตูหน้าต่าง แล้วจอยจะทำอย่างไร ? การเดินทางของจอยจะปิดฉากลงได้หรือยัง จอยเท่านั้นจะเป็นคนตอบ???