ความรู้สึกจากใจเพื่อนถึงเพื่อน

         วันนี้เป็นวันที่ฉันมีความสุขวันหนึ่งเพราะทุกสิ่งทุกอย่างได้กลับมาเป็นเหมื่อนเดิม ไม่เหมื่อนวันก่อนๆที่ได้เจอมา และฉันก็รู้สึกว่ามิตรภาพระหว่างเพื่อนมันมีค่ามากจริงๆเมื่อเรารู้จักเราให้อภัยซึ่งกันและกัน

         ถ้าย้อนไปเมือเดือนที่แล้วที่ฉันได้เข้ามาอยู่รั้วมหาลัยวิทยาลัยแห่งนี้ ฉันรู้สึกว่าชีวิตของฉันมีอะไรใหม่ๆเข้ามาในชีวิตมากมายไม่ว่าจะเป็นเพื่อนใหม่ สถานที่ใหม่ๆและได้เรียนรู้กับสิ่งใหม่ๆมากมายในชีวิตของฉัน ในความรู้สึกแรกที่ฉันมาอยู่ที่นี้ฉันมีความกังวล หลายๆอย่างว่าจะมาอยู่ที่นี้เราจะทำตัวอย่างไรปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับพวกเพื่อนๆได้ แต่พอฉันได้พบเพื่อนใหม่ได้พูดคุยกันมันทำให้ฉันมั้นใจว่าเพื่อนคนนี้แหละเป็นเพื่อนที่ฉันรู้จักคนแรกและเป็นคนน่ารักอัธยาสัยดีคนหนึ่ง เราเจอกันตอนที่สอบสัมภาษณ์นี้แหละ และมันก็เป็นจุดเริ่มต้นของมิตรภาพระหว่างเพื่อนเราเจอกันแลกเบอร์โทรศัพท์กัน มีอะไรเราก็โทรหาปรึกษากันตลอดทำให้เราสนิทสนมกันมากยิ่งขึ้น และเมื่อเราได้เข้ามาอยู่หอพักร่วมกันมันเป็นอะไรที่มีความสุข อุ่นใจอย่างบอกไม่ถูก อย่างน้อยเราก็ได้มีเพื่อนที่เรียนเอกเดียวกัน เรียนห้องเดียวกัน เราจะได้ปรึกษากัน เมื่อทุกสิ่งทุกอย่างมันลงตัว เข้าที่เข้าทางวันเวลามันเริ่มเปลี่ยน จากที่เคยสนิทกันมาก กลายมาเป็นความเหินห่าง เหมื่อนมีใครมาเป็นมือที่สามทำให้เราห่างกัน รึว่าเราคิดไปเอง ไม่รู้ ซิ มันน่าน้อยใจอ่ะ เราเคยพูดคุยกันก่อนหน้านั้นว่ามีอะไรก็มาคุยกันตรงๆนะอย่าเก็บมันเอาไว้ เราก็เคยสัญญารับปากกับเพื่อนนะว่ามีอะไรก็จะบอกกันตรงๆ  แต่ตัวเรานี้สิ กับทำมันไมได้ (แย่จริง)  เราอาจน้อยใจ ว่าทำไม เพื่อนไม่สนใจเรา เป็นเพราะเราไม่ดีรึเปล่า จึงเป็นสาเหตุที่ทำให้ห่างเหินกันไปเพื่อนทุกคนในห้องก็ถามว่า เป็นอะไรผิดใจกันรึเปล่า ทำไมพักนี้ไม่คุยกันเลย เราก็ตอบเขาไปนะว่าเราไม่รู้ทำไม....   ถ้าพูดถึงเพื่อนทุกก็ดีนะเห็นเราไม่สบายใจก็ถามก็เป็นห่วง นี้แหละน้ำใจเพื่อนร่วมห้อง(ขอบใจนะเพื่อนทุกคน ) และเราก็ไม่ได้คุยกันเลยมาเกือบเดือนทั้งๆที่เราอยู่ห้องเดียวกัน เวลาจะพุดคุยกันแต่ละครั้งเขาจะทำเป็นว่าเราไม่มีตัวตนเป็นส่วนเกินในสายตาของเขารึตลอดทำเป็นว่าไม่สนใจอะไรประมาณนั้น รึว่าเราคิดมากไปเอง แต่ความน้อยใจ และความเสียใจของเรานะเราจะไปบอกใครได้ ได้แต่คิดไปว่าเราทำอะไรผิดรึเปล่า ถึงทำให้เพื่อนไม่คุยกับเรา นะ ( เคร้า) 

            ถ้าจะพูดถึงตัวฉันก็ผิดนะ ไม่มีใครดีไปกว่าใครหรอก ทุกคนต่างมีข้อดีข้อเสียทั้งหมด แล้วแต่ราจะรู้จักปรับตัวให้เข้ากับเขาอย่างไร อย่านึกเองคิดเองว่าเพื่อนเกลียดเราแต่ในใจเพื่อนอาจไม่เกลียดเรา ก็ได้แค่ห่างกับเราสักพัก เพื่อให้เราได้ทบทวนตัวเองว่าเราได้ทำผิดกับเขารึเปล่า  พูดอะไรที่ไม่ดีออกมาแล้วมันทำร้ายเพื่อนไหม ทำให้เพื่อนเจ็บช้ำน้ำใจเปล่า  เขาทำให้ได้เราได้คิดและทบทวน เขาเคยบอกเราถึงข้อเสียแต่เรากับทำมันไม่ได้เมือเราไร้จักปรับตัว เพื่อนเขาจะบอกเราหรอก เพราะสิ่งที่เขาได้บอกเรากับไม่สนใจ เอง และจะมีใครล่ะบอกเราอีกเพราะสิ่งที่เขาได้บอกเรากับไม่สนใจเอง เราทำตัวเราเอง ใครเขาจะช่วยเราได้แหละ ( ช่ายป่ะ ) นอกจากเราจะคิดถึงสิ่งที่ผิดและทบทวนแก้ไข หันหน้าคุยกันปรับความเข้าใจกันก็พูดถึงข้อเสียของเรา ว่าเราจะปรับตัวอย่างไรให้เข้ากับเขา และเข้าใจเขามากที่สุดก็เท่านั้นเอง คืนวันนั้นฉันรวบร่วมความกล้าทั้งหมด และโอกาสก็มาถึงฉันมันทำให้ฉันกล้าที่จะพูด เพราะมันเป็นความอึดอัดใจ ที่มันกลั้นไม่อยู่และมันไม่รู้ว่าจะพรั้งพรูออกมาจากอกเมื่อไหร่ มันจึงทำให้ฉันกล้าที่พูดคุยกัน เราปรับความเข้าใจกัน ต่างคนต่างได้พูดคุยถึงข้อเสียของตนเอง และเราก็ให้อภัยกันนะ ( แต่เราก็ยังรู้สึกไม่ดีเหมือนกันที่เราทำไม่ดีกับเพื่อนโดยที่เราไม่รู้ตัว ขอโทษจริงๆ)  พูดตามความจริงนะคะว่ามันอาย มากจริง เขินอย่างบอกไม่ถูก และรู้สึกแปลกๆ ไม่เหมือนกับเราบอกรักแฟนนะ แต่มันเป็นการขอโทษเพื่อน ทีมันรู้สึกแปลกอย่างบอกไม่ถูก ถ้าใครได้เจอกับตัวเองจะรู้ เราได้พูดคุยกัน หัวเราะกันไป ร้องไห้กันไป ตามประสาเพื่อนๆ เหมื่อนเราได้กลับมาเป็นกันใหม่อีกครั้ง เราคุยเกือบตี2 ได้รู้จักตัวตนทีแท้จริงซึ่งกันและกัน จากที่เราไม่คุยมาก่อน ทำให้เราได้สนิทมากกว่าเดิมและเข้าใจกันมากยิ่งขึ้น เราคุยกันถึงเรื่องราวส่วนตัวที่เราและเพื่อนๆประสบพบเจอมา เราก็เปิดใจคุยกันมันให้รู้จักตัวตนที่จริงของเพื่อนว่าเป็นอย่างไร เหมือนเราได้รู้จักกันใหม่อีกครั้งหนึ่งปลื้มใจ ( บอกไม่ถูก)

       และสิ่งต่างๆในวันนั้นมันก็ทำให้เราให้คิดได้ว่าเราไม่สามารถอยู่ตัวคนเดียวได้บนโลกนี้เพราะสิ่งต่างที่เกิดมาล้วนเพิ่งอาศัยกัน การรู้จักปรับตัวให้อยู่ร่วมกับสังคมใหญ่ ๆ การกล้าที่จะยอมรับผิด การแสดงความมีน้ำใจให้แก่กัน การเห็นอกเห็นใจคนอื่น การให้กำลังใจเพื่อนเวลาเพื่อนท้อ หรือสิ้นหวัง เออ อย่างน้อยคนที่จะอยู่ข้างเราได้นอกจากพ่อแม่ ครู อาจาย์ แล้ว เพื่อนนี้ที่ยังคอยเป็นห่วงเป็นใย เราอยู่ตลอด เพราะคำว่า เพื่อน ตัดยังก็ตัดไม่ขาด ถึงแม้ว่าเราจะโกรธนะเกลียดกันมากน้อยเพียงใด แต่มันไม่จบหรอกคำว่าเพื่อน