ตื่นเช้ามาได้เดินออกกำลังกายและสูดอากาศที่บริสุทธิ์รอบๆบ้าน พบว่าไม่เห็นรถมอเตอร์ไซด์ของหลานสาวไม่ได้จอดที่หน้าบ้านเลยเดินๆรอบดู และที่ห้องนอนก็ไม่มีคนอยู่ คิดว่าหลานสาวไปไหน ทำไมตื่นแต่เช้า

      และได้ยินเสียงหลานสาวอีกห้องตะโกนมาว่า คุณป้าค่ะ  พี่ๆ เขาตื่นออกไปทำบุญที่วัดค่ะ อาจจะไม่ใช่วัดแถวบ้าน ค่อยโล่งใจ คิดว่า เขาไม่กลับบ้าน ได้แต่อมยิ้มอยู่ในใจว่าก็ดีนะวัยรุ่น

   รู้จักตื่นแต่เช้าออกไปทำบุญใส่บาตร ทำในสิ่งที่ดีๆก็เป็นศิริมงคลกับตนเอง เมื่ออาทิตย์ที่ผ่านมา ก็มีหลานสาวอีกคน เล่าว่าได้ไปทำบุญที่วัดป่าร่มรื่นและชอบบรรยากาศด้วยมีน้ำรอบๆวัด เขาบอกว่าชอบมากและอยากไปอีก และก็ถึงบางอ้อว่า

   เขาคงจะชวนกันไปวัดกันสินะ  ถ้ามีความชอบ และมีความสุขก็อยากจะไปอีก  และไปด้วยความสมัครใจไม่มีใครบังคับ ก็จะเกิดสุข การที่เราทำสิ่งที่ดีๆในแต่ละวันเป็นการฝึกตนเองทั้งเป็นผู้ให้และเป็นผู้รับในการทำทาน ไม่หวังสิ่งตอบแทน  ก็ทำให้รู้จักการแบ่งปัน  ไม่ตระหนี่ ขี้เหนียว

  ในความคิดของผู้บันทึกเองคิดเช่นนั้น ผู้บันทึกเองถ้ามีโอกาสก็จะไปทำบุญบ้างและทุกเช้าที่ไม่ได้ไปวัด ไปวา เพราะต้องรับผิดชอบส่งหลานสาวกำลังเรียนม.5  ไปเรียนทุกวันเวลา 07.00 น. ทำให้ห่างหายไปบ้าง แต่จะมีโอกาสในช่วงวันหยุดเท่านั้นเอง   

   การกระทำความดี ก็ทำให้ลูกหลานได้เห็นได้ปฎิบัติตาม ทำให้เขาได้ซึมซับในสิ่งที่ดี ขอเล่าก่อนว่า บ้านที่อยู่ในมหาสารคาม มีสมาชิกอยู่ด้วยกัน 6 คน มีหลานชาย 1 คน หลานสาว 4 คน และรวมผู้บันทึกด้วย  และในแต่ละวันหลังเลิกงานก็ไม่ค่อยได้พบกัน หลานๆก็จะเลิกเรียนไม่พร้อมกัน แต่ละคนกลับจากที่เรียนก็จะเข้าห้องพักของตนเอง แต่ละคนก็จะมีโลกชีวิตส่วนตัว

   แต่ละบุคคล ให้เขาอยู่แบบอิสระเสรี  เวลามีเรื่องที่จะต้องปรึกษาหรือถามไถ่ค่อยคุยกัน จะเห็นได้ว่าเด็กวัยรุ่นต้องการความเป็นส่วนตัวสูง ในฐานะผู้ปกครองก็ดูแลห่างๆ ไม่ชอบการจู้จี้จุกจิก เขาจะมีความคิดของตนเอง

   การอยู่ร่วมกันก็ต่างรับผิดชอบในตัวเอง ทำให้เด็กๆมีความสุข การอยู่ร่วมกันก็มีความสุขทั้งสองฝ่าย ให้ความเคารพซึ่งกันและกันและมีกฏกติกาการอยู่บ้านร่วมกันบ้าง  แต่เด็กต้องมีส่วนร่วมด้วยกัน เช่น การดูแลบ้าน การเข้าออก-บ้าน การช่วยเหลือเกื้อกูลซึ่งกันและกัน หวังว่าบ้านจะหล่อหลอมให้เด็กมีความรัก มีความผูกพันธ์ ที่สำคัญมีผู้ใหญ่ที่ให้โอกาสและใจดี คอยให้กำลังใจ  และชื่นชมความสำเร็จของลูกหลานอยู่ห่างๆ    การให้ความรัก แบ่งปันกัน  จึงนำมาสู่การอยู่ร่วมกันอย่างประชาธิปไตย

 

อนงค์  ปะนะทัง

7 ก.ค.53