น้ำจิต น้ำใจของจอย ..บ่อยากให้เข้าเฮ็ดเวียกคือหนู

 

" พ่อไม่ได้อยากให้ไป๋ พ่อว่าที่ฝั่งไทยมันอันตราย บ่ฮู้ว่าซิไปเจอะอิหยังแหน่ แต่แม่อยากให้ไป๋ แม่ว่าคนที่กลับมามีเงิน เค้าสร้างบ้านหลังใหม่ให้พ่อให้แม่ได้"

        นี่คือเสียงสาวจอย (นามแฝง) สาวน้อยอายุ 15 ปี จอยเป็นน้องสาวของก้อย วัย 17 ปี สองพี่น้องแอบลงเรือข้ามแม่น้ำของ(โขง)  ในขณะที่พ่อไปไร่ ส่วนแม่นั้นช่วยลูกเก็บของและพาไปส่งลงเรือ

 

ทั้งสองคนมาขึ้นฝั่งที่อำเภอเชียงคาน จอยทำงานที่ร้านข้าวต้ม ก้อยไปอยู่ที่ร้านขายเย็นตาโฟในตัวเมืองเลย

       จอยทำงานได้ไม่นาน  เห็นเพื่อนมีมือถือรุ่นใหม่ เสื้อ กระเป๋าสวย เปลี่ยนสไตล์อยู่เรื่อย เค้าทำยังไงถึงได้มาเร็วนัก เพื่อนบอกว่า "นั่งเป็นเพื่อนแขกด้วย เสริฟอย่างเดียว ค่าทิปมันน้อย" จอยเริ่มนั่งเป็นเพื่อนแขก ด้วยความที่เป็นคนร่าเริง ช่างพูด ช่างคุย มีบุคลิกที่น่าเล่นหัวด้วย ไม่นานจอยมีเงินเหลือเก็บ อะไรที่จอยอยากได้ ก็อยู่แค่เอื้อม

 

         จอยส่งเงินกลับไปให้แม่สร้างบ้าน เป็นบ้านปูนชั้นเดียว เมื่อวันที่เราข้ามไปเยี่ยมนั้นบ้านยังไม่เสร็จดี ได้ซัก 70 %

 

       ก้อยทำงานจนดึกจนดื่น ได้ค่าตอบแทนนิดเดียว ทุกอย่างในชีวิตเหมือนเดิม ก้อยเสียใจที่ช่วยน้องสร้างบ้านไม่ได้ ตัดสินใจบอกน้องว่าจะไปทำงานที่ร้านข้าวต้มจะได้ช่วยกันสร้างบ้านให้เสร็จเร็วๆ  จอยชวนพี่กลับบ้านทันที

    "บ่อยากให้เค้ามาเฮ็ดเวียกคือหนูเฮ็ดผู้เดี๋ยวกะพอ มันบ่ดี...."  " ฟังเพิ่นเว่าเรื่องเอดส์ เป็นตาย่าน"เสียงของจอยพูดเบาๆขณะที่ตั้งคำถามว่าทำไมพาพี่กลับบ้าน ...โอ สาวน้อย เจ้าช่างอาจหาญนัก อยากบอกเหลือเกินว่า เจ้าช่างมีน้ำจิตน้ำใจ เจ้าได้แสดงให้เห็นถึงความรัก และความเอื้ออาทรอย่างแท้จริงต่อพี่สาว...ก้อย  

       บ้านปูนหลังนั้นที่ฝั่งลาว..............  ก้อย กับ จอย ร่วมกันถ่ายทอดและเล่าสู่ทีมงานที่สมบุกสมบันเอาชีวิตข้ามสะพานท่าลี่ไป ...ตามดูเจ้าดอกจำปาผู้มากด้วยน้ำใจกันต่อนะคะ