หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์

พระราชปริยัติสุธี จับไหล่ผมแล้วพูดว่า บวชไม่ต้องสึกน่ะ

 

Fourlotycopybu5สามารถ   ครับ

(ครับของผมเกิดจากความเคยชินในการทำงาน ครับ อย่างเดียว)

 

พระราชปริยัติสุธี หันมามอง พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์ 

 

พระครูวิบูลเจติยานุรักษ์  รีบแก้ตัวให้ บวช14-15วันครับ แล้วคงไปทำงานต่อ

 

พระราชปริยัติสุธี  อืม ไม่เป็นไร ตอนอายุ 50 แล้วค่อยมาบวชใหม่ก็แล้วกัน ไม่ต้องสึกน่ะ

 

 Fourlotycopybu5สามารถ       ครับ (อีกตามเคย)

 

พระราชปริยัติสุธี  เออ ช่วยเอาหนังสือเล่มนี้ไปเผยแพร่ บนอินเตอร์เน็ตด้วย แล้ว เอาไปไว้ในห้องสมุดของมหาวิทยาลัยเกษตรด้วยน่ะ

 

Fourlotycopybu5สามารถ       ครับ

 

คราวนี้มีบางเรื่อง ที่ต้องศึกษาเพิ่มเติม

เช่นเรื่อง

พระหัตถ์ขวาหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์หัก

     เมื่อวันหยุดก่อนกลับจากสุพรรณได้เข้าไปกราบ และถ่ายภาพ มาศึกษา

    หลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ เป็นพระพุทธรูปคู่บ้านคู่เมืองสุพรรณมาแต่โบราณกาล ตามพงศาวดารเหนือกล่าวว่า พระเจ้ากาแลโปรดให้บูรณะวัดป่าเลไลยก์ เมื่อ พ.ศ. 1724 แสดงว่าแสดงว่าวัดนี้ได้สร้างมาแล้วก่อนหน้านั้น

   องค์พระประดิษฐานอยู่ในวิหารที่สูงใหญ่ มองเห็นเด่นแต่ไกล เป็นพระพุทธรูปปูนปั้นปิดทองปาง ป่าเลไลยก์ขนาดใหญ่สูง 23 เมตรเศษ สร้างตามแบบศิลปอู่ทองรุ่นที่สอง ซึ่งเป็นศิลปะฝีมือสกุลช่างอู่ทองแท้ ๆ

     เดิมทีองค์พระประดิษฐานอยู่กลางแจ้ง พระหัตถ์ขวาหัก ช่างได้สร้างวิหารครอบ โดยให้ผนังวิหารชิดกับพระหัตถ์ขวา

    ส่วนทางพระหัตถ์ซ้ายให้มีที่ว่าง ด้านหลังองค์พระสร้างชิดกับผนังวิหารทำให้แข็งแรง นับเป็นความ ชาญฉลาดของช่างเป็นอย่างยิ่ง

                     

      มีผู้สันนิษฐานว่า เดิมเป็นพระพุทธรูปปางปฐมเทศนา ประทับนั่งอยู่กลางแจ้ง พระกรทั้งสองข้างหักหายไป ผู้ที่มาบูรณใหม่ได้ทำเป็นปางป่าเลไลยก์ตามที่นิยมกันในสมัยหลัง ลักษณะประทับนั่งห้อยพระบาท

     พระหัตถ์ซ้ายวางคว่ำบนพระชานุข้างซ้าย พระหัตถ์ขวาวางหงายบนพระชานุข้างขวาในท่าทรงรับของถวาย

     พระวิหารที่สร้างครอบองค์พระ สร้างในสมัยพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าฯ  จะเห็นว่าที่หน้าบันของพระวิหาร มีพระราชลัญจกรประจำพระองค์ คือเป็นรูปพระมหามงกุฎอยู่ระหว่างฉัตรคู่ปรากฎอยู่ งานเทศกาลนมัสการหลวงพ่อโตวัดป่าเลไลยก์ มีปีละสองครั้ง คือในวันขึ้น 5-9 ค่ำ เดือน 5 และเดือน 12www.panyathai.or.th

                                                        สังเขปประวัติ  "พระราชปริยัติสุธี" (หลวงพ่อสอิ้ง)

         พระราชปริยัติสุธี   สอิ้ง สิรินนฺโท ป.ธ.๘  วัดป่าเลไลยก์วรวิหาร  ตำบลรั้วใหญ่   อำเภอเมืองสุพรรณบุรี     จังหวัดสุพรรณบุรี    ปัจจุบันดำรงตำแหน่ง  ๑.  ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์   ๒.  เจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี 
          สถานะเดิม    ชื่อ   นายสอิ้ง   นามสกุล  อาสน์สถิตย์  เกิด  ๖  ฯ  ๑๔  ค่ำ    ปี  จอ  ตรงกับวันที่  ๔  เดือน มกราคม  พ.ศ. ๒๔๗๗   บิดาชื่อ  นายทองหล่อ  มารดาชื่อ  นางทองคำ   ตำบลหัวโพธิ์   อำเภอสองพี่น้อง   จังหวัดสุพรรณบุรี

            บรรพชา    วัน  ๔ ฯ ๘ ค่ำ   ปี เถาะ  ตรงกับวันที่ ๑๘ เดือน กรกฎาคม  พ.ศ. ๒๔๙๔  ณ  วัดยางยี่แส  ตำบลกระจัน  อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี
พระอุปัชฌาย์ พระครูวินยานุโยค  วัดยางยี่แส    ตำบลกระจัน  อำเภออู่ทอง  จังหวัดสุพรรณบุรี

      .    อุปสมบท    วัน  ๒  ฯ ๑๒  ค่ำ  ปี  มะโรง  ตรงกับวันที่  ๔   เดือน  เมษายน  พ.ศ. ๒๔๙๘    ณ  อุโบสถ วัดท่าไชย  ตำบลหัวโพธิ์  อำเภอสองพี่น้อง   จังหวัดสุพรรณบุรี  พระอุปัชฌาย์  พระวิบูลเมธาจารย์  วัดดอนเจดีย์   ตำบลดอนเจดีย์   อำเภอดอนเจดีย์   จังหวัดสุพรรณบุรี 
          พระกรรมวาจาจารย์   พระปลัดจำนงค์  ชิตกฺกิเลโส   วัดหัวโพธิ์  ตำบลหัวโพธิ์  อำเภอสองพี่น้อง           จังหวัดสุพรรณบุรี
          พระอนุสาวนาจารย์   พระครูหนุน  ฐิตธมฺโม  วัดท่าไชย     ตำบลหัวโพธิ์  อำเภอสองพี่น้อง              จังหวัดสุพรรณบุรี

วิทยฐานะ           - พ.ศ. ๒๔๘๙   สำเร็จชั้นประถมศึกษาปีที่ ๔ จากโรงเรียนวัดท่าไชย  อำเภอสองพี่น้อง         จังหวัดสุพรรณบุรี
                      - พ.ศ. ๒๔๙๗  สอบไล่ได้นักธรรมชั้นเอก สำนักศาสนศึกษาวัดสองพี่น้อง  สำนักเรียนคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
                      - พ.ศ. ๒๕๑๒  สอบไล่ได้ ป.ธ.๘  สำนักศาสนศึกษา   วัดสองพี่น้อง  สำนักเรียนคณะจังหวัดสุพรรณบุรี

งานปกครอง   - พ.ศ. ๒๕๐๕  เป็นผู้รักษาการเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง   - เป็นพระกรรมวาจาจารย์ 

                           - เป็นผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง
                 -  พ.ศ. ๒๕๑๑   เป็นเจ้าอาวาสวัดสองพี่น้อง
                 - พ.ศ.  ๒๕๑๒   เป็นพระอุปัชฌาย์   เป็นรองเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง
                 - พ.ศ. ๒๕๑๕    เป็นเจ้าคณะอำเภอสองพี่น้อง
                 - พ.ศ. ๒๕๒๒   เป็นรองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี

                 - พ.ศ. ๒๕๒๕   เป็นผู้รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์

                 - พ.ศ. ๒๕๓๙    เป็นเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์

            ลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดดอนเจดีย์ เมื่อวันที่  ๓๐  ตุลาคม  พ.ศ.๒๕๔๗

                 - พ.ศ. 2548    เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดป่าเลไลยก์วรวิหาร

                 - พ.ศ. ๒๕๕๐   เป็นเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี


สมณศักดิ์
                 - พ.ศ. ๒๕๑๖       ได้รับพระราชทานสมณศักดิ์  เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ   ในราชทินนาม 

ที่  พระสิรินันทเมธี  (สป.)
                 - พ.ศ. ๒๕๓๙       ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์  เป็นพระราชาคณะ  ชั้นราช ในราชทินนาม  ที่   พระราชปริยัติสุธี
(ในพระราชพิธีฉลองสิริราชสมบัติครบ ๕๐ ปี  ๙  มิถุนายน ๒๕๓๙