ควาย กับภาวะการนำ

               ฟังชื่อเรื่องคงดูแปลกๆนะคะ แต่อยากบอกว่าเป็นเรื่องจริงที่ไปเห็นมากับตา แต่เสียดายที่ไม่มีกล้องจับภาพมาให้ดู (ภาพประกอบ Google -ขอขอบคุณ)

        ควายฝูงใหญ่ กำลังเดินลงหนองน้ำ และคงไม่มีอะไรน่าสนใจถ้าจู่ๆควายตัวใหญ่ ดำมะเมื่อมตัวนั้นจะไม่หยุดกึกลงเอาดื้อๆ แล้วเอี้ยวตัวไปกลับมองฝูงควายที่เดินเป็นขบวนกันมา ให้เดินลงหนองน้ำไปทีละตัว ทีละตัว ในขณะที่จ่าฝูงเฝ้ามองดูด้วยท่าทีที่เฝ้าระแวดระวังภัย จนกระทั่งตัวสุดท้ายได้ยกเท้าจุ่มลงหนองน้ำไป  เจ้าควายจ่าฝูงตัวจึงก้าวลงไปในหนองน้ำอย่างช้าๆ 

               แปลกจริง คือ ควายเป็นสัตว์แท้ๆ หลายคนว่าควายโง่ แต่ทำไมเจ้าควายจ่าฝูงตัวนี้ถึงได้อาจหาญนัก   ด้วยการประกาศความยิ่งใหญ่ด้วยมาดของจ่าฝูง ซึ่งไม่ว่าจะเป็นเพราะสันชาตญาณหรืออะไรก็ตามที แต่ที่แน่ๆคือ การแสดงออกซึ่งภาวะผู้นำอย่างแจ่มแจ้ง   ด้วยการแสดงความห่วงใย คอยระแวดระวังภัย ปกป้อง รอคอยจนลูกฝูงลงน้ำทุกตัวอย่างปลอดภัย และเมื่อมั่นใจแล้วจึงจะถึงเวลาของตนเอง

      มนุษย์เรา  หากแม้นผู้ใดได้ชื่อว่าเป็นผู้นำแล้ว ...ได้แสดงออกถึงซึ่งความใส่ใจ ห่วงใย เอื้ออาทร ยอมที่จะอยู่ข้างหลังโดยเฉพาะในยามมีภัย และมุ่งผลประโยชน์ส่วนรวมมากกว่าส่วนตน เชื่อได้เลยว่าสังคมจะร่มเย็นเป็นสุขขึ้นอีกเยอะ

       ไม่ได้เปรียบเทียบกับควาย  เพราะเทียบกันไม่ได้ ควายก็คือควายที่เป็นสัตว์คู่ทุกข์คู่ยากของชาวนาเรา เป็นแต่เพียงว่า เมื่อได้มองเห็นบางสิ่งบางอย่างที่นอกเหนือจากความเป็นสัตว์ที่มีคุณต่อคนแล้ว ควายยังได้แสดงถึงสิ่งที่เราอยากเห็น อยากได้และอยากมี โดยเฉพาะความรักและความเอื้ออาทรต่อกัน  จึงอดไม่ได้ที่หยิบยกมาจารึกไว้ว่าเราได้เห็นในสิ่งที่ไม่ค่อยได้เห็นบ่อยนัก และเป็นสิ่งที่เราอยากเห็นเหลือเกินในสังคมไทย