ทีมขับเคลื่อน R2R ประเทศไทย จัดทำจดหมายข่าว R2R และขอให้ผมเขียนข้อเขียนสั้นๆ เกี่ยวกับมุมมองของผู้บริหารต่อ R2R ผมได้ฉลองศรัทธา ดังต่อไปนี้
คุณค่าของ R2R ต่อผู้บริหาร
วิจารณ์ พานิช
ในฐานะที่ผมทำงานบริหารมาหลายหน้าที่ และเป็นผู้บริหารที่ใฝ่ฝันจะสร้างนวัตกรรมในภารกิจหลักของหน่วยงานหรือองค์กร ต้องการให้หน่วยงานทำประโยชน์ต่อสังคมได้ดียิ่งขึ้น ทำงานอย่างมีคุณภาพยิ่งขึ้น และสมาชิกขององค์กรมีความสุข สนุกกับการทำงานยิ่งขึ้น จึงได้พยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อบรรลุเป้าหมายนี้
กว่า ๒๕ ปีมาแล้ว ผมพบว่า การบรรลุเป้าหมายดังกล่าวทำได้ยากมาก หากเน้นความริเริ่มสร้างสรรค์ของผู้บริหารเป็นหลัก ต้องดำเนินการให้คนทุกคนในองค์กรมีส่วนร่วมกันใช้ความริเริ่มสร้างสรรค์ของตนหรือของกลุ่ม การดำเนินการไปสู่เป้าหมายนั้นจึงจะไม่ก่อความเคร่งเครียดในองค์กร ไม่เกิดความสัมพันธ์แบบตึงเครียดระหว่างผู้บริหารกับสมาชิกขององค์กร ในตอนนั้นเราใช้กระบวนการคุณภาพ กระบวนการกลุ่มย่อย เช่น QCC ซึ่งทำให้เกิดผลดีมาก
บัดนี้ ประเทศไทยมี R2R เป็นเครื่องมืออันทรงประสิทธิภาพอีกชิ้นหนึ่ง ที่จะช่วยลดภาระการขับเคลื่อนความสร้างสรรค์ของผู้บริหาร เป็นเครื่องมือที่เปิดช่องให้ทุกคนในองค์กรได้มีโอกาสใช้ความสร้างสรรค์ของตน เพื่อพัฒนางานประจำในความรับผิดชอบของตน ผมจึงมองว่า R2R คือเครื่องผ่อนแรง (สร้างสรรค์) ของผู้บริหาร
R2R เป็นเครื่องมือให้คนทุกคน เป็น knowledge worker และเมื่อทุกคนในองค์กรเป็น knowledge worker ผู้บริหารก็เบาแรง
ผู้บริหารก็จะมีโอกาสทำงานบริหารแบบใหม่ แทนที่จะนำแบบออกแรงลาก หรือ “นำจากข้างหน้า” ผู้บริหารก็จะทำหน้าที่แบบ “นำจากข้างหลัง” หรือนำแบบ empowerment ซึ่งเป็นทักษะการบริหารสมัยใหม่
……………………………….
ขออนุญาตนำเผยแพร่ในวงแลกเปลี่ยนเรียนรู้ R2R ของสำนักโรคไม่ติดต่อค่ะ
BAR R2R มาระบาด ณ สำนักโรคไม่ติดต่อ
ขอบพระคุณค่ะ
ตอนนี้ผู้บริหารกำลังกล่าวในทัศนะ R2R กับผู้บริหารพอดีเลยค่ะ โดย ดร.นพ.ภาณุวัฒน์ ปานเกตุ