และนิกายสุขาวดีเท่านั้นที่ยังคงมีอิทธิพลทางความเชื่อของชาวจีนมาจนทุกวันนี้แล...

ชาวจีนกับพระพุทธศาสนา

เมื่อเล่าเรื่องเมืองจีนแล้วเลยขอแตะมุมคิดทางพระพุทธศาสนาที่เข้าไปเผยแผ่ในแผ่นดินจีนซะหน่อยนะคือว่า...

ในปีราว พ.ศ. 600 ที่พระพุทธศาสนาเข้ามาสู่จีนอย่างเป็นทางการ หลังจากมีพัฒนาการทางคำสอนของพุทธศาสนาแผ่ขยายมาสู่ประชาชนก่อนหน้านั้นแล้ว ได้มีการปรับตัวเข้ากับวิถีสังคมชาวจีนอยู่นาน 

 การหลอมรวมความคิดทางศาสนาทั้งของเต๋า  ขงจื้อและพุทธศาสนาต่างหมุนวนอิงอาศัยกันและกัน และผลัดเปลี่ยนกันเป็นผู้ส่องทางสว่างในชีวิตชาวจีน  เพราะบางครั้งพระพุทธศาสนากลายเป็นศาสนาประจำชาติจีน  องค์จักรพรรดิของจีนแทบทุกพระองค์ต่างนับถือพระพุทธศาสนาผสมไปกับเต๋าและขงจื้อ 

        พระพุทธศาสนาสายที่โดดเด่นในจีนคือสายมหายาน  แต่ก็ยังมีสายเถรวาทเข้าไปเผยแผ่บ้างถึงแม้ไม่มั่นคง  พระพุทธศาสนานิกายเถรวาท ที่เคยมีปรากฏในจีนที่เด่น ๆ มี 3 นิกายคือ

1 . นิกายสัตยสิทธิหรือเฉิงชื่อ มีเจ้าสำนักคือพระหริวรมัน ( ราว พ.ศ. 793-893 ) นิกายนี้เน้นทำนองว่า...ทั้งธรรมและอัตตาล้วนแต่ไม่จริงทั้งนั้น...

2 . นิกายอภิธรรมโกษะ หรือนิกายจิ่วเช นิกายนี้เกิดขึ้นมาเพราะผลงานบันทึกของพระวสุพันธุมีชีวิตอยู่ราว พ. ศ. 900 ที่แต่งคัมภีร์อภิธรรมโกษะ นิกายนี้เน้นทำนองว่า...ทั้งธรรมและอัตตาล้วนเป็นสิ่งมีอยู่...

3 . นิกายวินัย  นิกายนี้ยึดถือพระวินัยปิฎกเป็นหลักชัยคือเน้นทำนองว่า...ยึดถือเอาสิกขาบทของพระภิกษุและของพระภิกษุณีนำมาปฏิบัติอย่างเคร่งครัด...

        แต่ไม่มีนิกายใดของฝ่ายเถรวาทที่คงอยู่ในจีนได้นานเพราะนิกายฝ่ายเถรวาท มีคติลดทอนทุกสิ่งลงมาเป็นความว่างเปล่า และไม่เหมาะสมกับทิศทางความเชื่อของชาวจีน 

 ยังคงเหลือแต่พระพุทธศาสนานิกายมหายานอย่างนิกายเทียนไท  นิกายหัวเยี่ยน  นิกายฌาน  และนิกายสุขาวดีเท่านั้นที่ยังคงมีอิทธิพลทางความเชื่อของชาวจีนมาจนทุกวันนี้แล...