สภามหาวิทยาลัยมหิดลทำงานด้วยความเชื่อว่าระบบกำกับดูแลที่ดีคือพลังสร้างสรรค์ พลังหนึ่ง ขององค์กร   เราจึงทำงานในหน้าที่ทั้ง ๓ อย่างไปพร้อมกันกับแสวงหารูปแบบและแนวปฏิบัติของระบบกำกับดูแลที่ดีไปด้วยในเวลาเดียวกัน

          เรียกว่า เราสารภาพกับตัวเองอยู่ตลอดเวลา ว่ารูปแบบวิธีทำงานที่สภาฯ ใช้อยู่ในปัจจุบัน ยังไม่ดีพอ   เราน่าจะมีรูปแบบที่ดีกว่านี้    คือวาระการประชุมยังเป็นประเด็นปลีกย่อย รายละเอียด หรือประเด็นเชิงเทคนิค มากเกินไป    มีประเด็นเชิงนโยบายจริงๆ น้อย

          ดังนั้น ในการประชุมแบบ retreat ของสภามหาวิทยาลัย   ระหว่างวันที่ ๑๘ – ๑๙ มิ.ย. ๕๓ ที่หัวหิน   เราจึงเอาประเด็นเปลี่ยนวิธีทำงานของสภามหาวิทยาลัยให้มีพลังสร้างสรรค์และขับเคลื่อนความเจริญของมหาวิทยาลัยให้ได้ผลยิ่งขึ้น มาเป็นหัวข้อคุยกัน   เพื่อผลักดันไปสู่การปฏิบัติให้ได้   

          ผมมองเรื่องนี้เป็นการเดินทางไกล    ที่เราพยายามเดินมา ๒ – ๓ ปีแล้ว    เดินมาได้พอสมควร แต่ก็ยังไม่ถึงจุดหมายของการที่สภามหาวิทยาลัยทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายอย่างแท้จริง   คือมีเรื่องนโยบายใหญ่ๆ เข้าสภาฯ ก่อนที่ฝ่ายบริหารจะเอาไปทำรายละเอียด   และฝ่ายกำกับดูแล (สภาฯ) ยกเรื่องใหญ่ๆ มาพิจารณา 

          ยกตัวอย่าง เรื่องการขยายตัวของมหาวิทยาลัย    เรายังไม่เคยหยิบประเด็นนี้มาพูดกันเลย   ซึ่งคนที่น่าจะโดนตำหนิที่สุดคือนายกสภาฯ คือผมนั่นแหละ    ถ้าเราเอาเรื่องจุกจิกออกไปจากการพิจารณาของสภาฯ ได้   และมีกลไกของสำนักงานสภาฯ ที่จะศึกษาข้อมูลสารสนเทศ นำเสนอเป็นประเด็นเชิงนโยบาย    ให้สภาฯ ตัดสินใจ   มหาวิทยาลัยและประเทศชาติจะได้ประโยชน์จากการทำหน้าที่กำกับดูแลนโยบายอย่างแท้จริง

          ในการประชุมกลุ่ม มีข้อเสนอเรื่องการปรับวิธีทำงานที่ชัดเจนที่สุดจากกลุ่ม ๒  ว่า ให้ปรับวาระการประชุมสภา  โดยสภาจะพิจารณาเฉพาะเรื่อง   
 

  - Policy (strategies)
  - Resource Allocation
  - Monitoring and Evaluation

          ส่วนเรื่องอื่นๆ จะมอบอำนาจให้อธิการบดี หรือกรรมการของสภาดำเนินการแล้วเสนอสภาเพื่อทราบหรือทักท้วง   ซึ่งเป็นแนวทางที่ให้อำนาจและความรับผิดชอบต่อฝ่ายบริหารสูงมาก (strong executive)   และฝ่ายกำกับก็ต้องกำกับจริงจัง   จึงจะเกิดผลดี

          กลไกกำกับทำโดย ๓ กลไก คือ

๑.   การประชุมสภามหาวิทยาลัย


๒. Standing Committee กลุ่ม ๒ เสนอเพียง ๓ คณะ คือ
  - Audit Committee
  - President Evaluation Committee
  - Policy Formulation Committee
ทำ Policy Direction    ส่วนยุทธศาสตร์ให้อธิการบดีทำ

๓.  Ad Hoc Committee : Revise กรรมการชุดต่างๆที่มีอยู่ในปัจจุบัน 
          และ Review ทุกปี

 

มีต่อ

 

วิจารณ์ พานิช
๒๗ มิ.ย. ๕๓