ความคืบหน้ากรณีผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) มีแนวคิดร่วมมือกับสถาบันการเงิน และบริษัทประกันภัย จัดทำโครงการปล่อยเงินกู้แก่สมาชิกกองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) 2 โครงการ คือ โครงการพัฒนาคุณภาพชีวิตสมาชิก ช.พ.ค.ชั้นดี วงเงินให้กู้สูงสุด 3 ล้านบาท ธนาคารคิดอัตราดอกเบี้ย MLR 5.70 และโครงการปล่อยเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6 จะเริ่มต้นเดือนสิงหาคมที่จะถึง โดยขยายวงเงินปล่อยกู้จากเดิมสูงสุดรายละ 600,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200,000 บาท ซึ่งอาจต้องปรับเพิ่มการเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพสมาชิก ช.พ.ค.จากศพละ 1 บาท เป็น 1.50 บาท หรือจากที่เก็บอยู่เดือนละประมาณ 400 บาท เพิ่มเป็น 600 บาท เพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยงวงเงินปล่อยกู้ที่สูงขึ้นดังกล่าว โดยทั้ง 2 โครงการกำหนดให้สมาชิกผู้กู้ต้องทำประกันเงินกู้ด้วย
ท่ามกลางเสียงวิจารณ์โจมตีจากคนในแวดวงการศึกษาที่ต่างไม่เห็นด้วย เพราะถือเป็นการกระตุ้นการสร้างมูลหนี้ให้กับครูเพิ่มมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันมีมูลหนี้ครูทั่วประเทศรวมไม่น้อยกว่า 1.5 แสนล้านบาทแล้ว อีกทั้งยังมีข้อครหาเรื่องผลประโยชน์แอบแฝงที่จะได้รับจากสถาบันการเงินและบริษัทประกันภัยด้วย แต่นายชินวรณ์ บุณยเกียรติ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ยังไม่สั่งการให้ผู้บริหาร สกสค.ชะลอหรือยุติ 2 โครงการดังกล่าว เพียงแต่มีนโยบายจะร่วมมือกับกระทรวงการคลังในการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูทั้งระบบ
กระทั่งล่าสุดปรากฏข่าวเครือข่ายพัฒนาชีวิตครูจังหวัดสมุทรปราการได้ทำหนังสือแจ้งผู้อำนวยการโรงเรียนทุกแห่งประชาสัมพันธ์ให้คณะครูได้ทราบในเชิงเชิญชวนให้ครูโรงเรียนต่างๆ ได้กู้เงินในโครงการพัฒนาชีวิตครูกับธนาคารออมสิน ซึ่งได้ปรับเพิ่มวงเงินกู้กรณีบุคคลค้ำประกันจากให้กู้ไม่เกินรายละ 1,500,000 บาท เป็นกู้ได้ไม่เกินรายละ 3,000,000 บาท และวงเงินกู้ที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันให้กู้ได้ไม่เกินรายละ 5,000,000 บาท ส่วนเรื่องการทำประกันชีวิตในรูปแบบ ช.พ.ค. อยู่ระหว่างการหารือกับคณะกรรมการของธนาคารออมสิน ซึ่งโครงการเงินกู้พัฒนาชีวิตครูดังกล่าว เป็นโครงการความร่วมมือระหว่าง สกสค.กับธนาคารออมสินต่อเนื่องมาหลายปีแล้วนั้น
นายสมบัติ นพรัก ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์แห่งประเทศไทย กล่าวเมื่อวันที่ 27 มิถุนายน ว่า ส่วนตัวเห็นว่าการปล่อยเงินกู้ให้ครูมีทั้งผลบวกและผลลบ ถ้าครูอยู่ในภาวะที่จำเป็นต้องใช้เงินที่มีแบบ มีแผน การปล่อยกู้ก็มีประโยชน์ แต่หากปล่อยกู้แล้วส่งผลทำให้ภาระการใช้เงินคืนของครูมีเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ก็จะเป็นเรื่องที่ลำบากกับครู โดยเฉพาะการปล่อยกู้ให้ครูในวงเงินที่สูงขึ้นๆ จะทำให้ภาระของครูยิ่งเพิ่มมากขึ้น ซึ่งตนกังวลว่าการที่ครูมีหนี้สินจำนวนมากๆ จะส่งผลกระทบไปยังนักเรียนได้ เพราะคนเราเมื่อมีหนี้สินก็ย่อมจะเกิดความเครียด และส่งผลต่อประสิทธิภาพการทำงาน ถ้าเป็นครูก็จะส่งผลกระทบต่อคุณภาพการจัดการเรียนการสอนได้
"ผมยังมีความห่วงใยว่า นักศึกษาที่เราพยายามผลิตออกไปเป็นข้าราชการครูที่มีคุณภาพ อาจต้องเข้าสู่วังวนของปัญหาหนี้สิน เช่นเดียวกับครูรุ่นเก่าๆ ในปัจจุบัน หากไม่มีการใช้จ่ายเงินที่ถูกต้องและยึดหลักความพอเพียงในการใช้ชีวิต ก็จะมีปัญหาได้ ทั้งนี้ ผมคิดว่าที่รัฐบาล โดย ศธ.มีความพยายามจะปรับฐานเงินเดือนครูรุ่นใหม่ให้มีเงินเดือนสูงขึ้น น่าจะช่วยลดปัญหาการก่อหนี้สินได้ส่วนหนึ่ง ซึ่งเรื่องนี้มีการพูดกันมานานแล้ว แต่ก็ยังไม่ได้ดำเนินการกัน" ประธานสภาคณบดีคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ฯกล่าว
นายไพฑูรย์ สินลารัตน์ ในฐานะประธานคณะกรรมการเขตพื้นที่การศึกษากรุงเทพมหานคร เขต 1 กล่าวว่า ปัญหาหนี้สินครูเกี่ยวข้องกับแบบแผนวิถีชีวิตของครูที่ต้องการมีอะไรๆ ตามสังคม นอกจากนี้ ยังเกี่ยวข้องกับสภาพแวดล้อม เช่น มีโครงการเงินให้กู้ต่างๆ ออกมาให้ครูได้กู้หนี้ยืมสินกัน ซึ่งการปล่อยให้ครูกู้ในหลายๆ โครงการเช่นนี้ ถือเป็นวิถีทางธุรกิจ และมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้อง โดยที่ครูผู้กู้เองอาจจะไม่ได้ประโยชน์อะไรมากนัก ดังนั้น ตนคิดว่าการแก้ปัญหาหนี้สินครูด้วยการปล่อยเงินกู้โครงการต่างๆ ออกมาเรื่อยๆ ไม่ใช่วิถีทางที่ถูกต้อง จริงๆ แล้ว ศธ.ควรต้องทำให้ครูได้ตระหนักถึงเรื่องปัญหาหนี้สิน กระตุ้นให้มีการใช้จ่ายอย่างพอเพียง พอตัว และรู้จักตนเอง
"กรณีที่ สกสค.มีแนวคิดจะปรับเพิ่มการเก็บเงินค่าสงเคราะห์ศพสมาชิก ช.พ.ค.จากศพละ 1 บาท เป็น 1.50 บาท เพื่อเป็นหลักประกันความเสี่ยงวงเงินปล่อยกู้ในโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6 ที่จะขยายวงเงินปล่อยกู้จากเดิมสูงสุดรายละ 600,000 บาท เพิ่มเป็น 1,200,000 บาทนั้น จะยิ่งสร้างภาระให้กับครูเพิ่มมากขึ้น ผมอยากให้ผู้บริหาร สกสค.ได้ใคร่ควรปรับบทบาทตนเองใหม่ในการแก้ปัญหาหนี้สินครู เพื่อการลดหนี้สินให้กับครูจริงๆ" นายไพฑูรย์กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า จากการโทรศัพท์สอบถามไปยัง Call center ช.พ.ค.หมายเลข 0-2288-4500 เกี่ยวกับความคืบหน้าโครงการเงินกู้สมาชิก ช.พ.ค.6 ได้รับแจ้งจากเจ้าหน้าที่ สกสค.ซึ่งคงเข้าใจว่าผู้สอบถามเป็นครู จึงได้แจ้งว่า "ให้สมาชิก ช.พ.ค.รอก่อน ยืนยันว่าโครงการนี้จะดำเนินการในเร็วๆ นี้"
ที่มา มติชนออนไลน์ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2553