กลับจากอบรมวิปัสสนาที่ปราจีนบุรี (2-13 มิย.) รุ่งขึ้น(14 มิย.)ก็ไปเป็นวิทยากรบรรยายในการจัดอบรมครูอาชีวศึกษาทั่วประเทศ รุ่นที่ 4 (รุ่นสุดท้าย) ที่โรงแรมแกรนด์ทาวเวอร์อินน์ หัวข้อ “จิตสำนึกของความเป็นครูอาชีวศึกษา” แต่ละรุ่นมีครูเข้าอบรมจากทั่วประเทศประมาณรุ่นละ 100 คน รุ่นนี้ก็เช่นเดียวกัน ประมาณ 100 กว่าคนเช่นเคย
ต้องชม คุณเจนจิรา เรียบประดิษฐ์ ผู้จัดการอบรม ที่บริหารจัดการเป็นเยี่ยม ดูแลการอบรมทุกเรื่องด้วยตนเองคนเดียวด้วยความเรียบร้อย เป็นบุคลากรในระบบราชการยุคใหม่ที่มีคุณภาพคนหนึ่ง ที่คนเดียวทำได้ทุกเรื่องอย่างครบวงจร
การบรรยายแต่ละเที่ยวผมจะปรับ Powerpoint สำหรับบรรยายทุกรุ่น ส่วน VCD และเอกสารสื่อ ก็ยังเหมือนเดิม ในรุ่นสุดท้ายเป็นรุ่นที่ผมผ่านประสบการณ์มา 3 รุ่น การปรับวิธีบรรยายจึงน่าจะมีความสมบูรณ์ที่สุด (ประเมินตนเอง) มีความเป็นลำดับขั้นตอน มีคำถามให้มีส่วนร่วม มีตัวอย่าง และมีนิทาน/คำพูดที่กินใจ เพราะเป็นการกระตุ้นจิตสำนึกความเป็นครู ไม่ใช่การให้ความรู้ เป้าหมายคือต้องประทับใจ มีความภาคภูมิใจในความเป็นครู และเกิดพลังที่จะสร้างสรรค์งานในหน้าที่
ตอนสุดท้ายการอบรมผมได้เล่านิทานเรื่องหนึ่ง มีใจความว่า มีเศรษฐีคนหนึ่ง มีลูกชาย 4 คน และมีลูกสะใภ้ 4 คนเป็นครอบครัวใหญ่ที่อยู่ร่วมกันทุกคน โดยธรรมเนียมโบราณแล้วการดูแลทรัพย์สมบัติจะมอบให้ภรรยาเป็นคนดูแล เมื่อภรรยาของเศรษฐีเสียชีวิต เศรษฐีจึงคิดจะมอบกุญแจทรัพย์สมบัติให้แก่ลูกสะใภ้คนใดคนหนึ่งเป็นคนเก็บดูแลรักษาแทน
แต่การจะมอบกุญแจให้คนใดคนหนึ่งจำเป็นต้องทดสอบกันก่อน เศรษฐีจึงคิดวิธีทดสอบโดยเรียกลูกสะใภ้ทั้ง 4 คนมาประชุม แล้วพูดว่า
“พรุ่งนี้พ่อจะเดินทางไปแสวงบุญในต่างแคว้น จะไปสัก 2 ปี ก่อนไปพ่อมีอะไรเล็กๆน้อยๆมอบให้ลูกทั้ง 4 คน เก็บรักษา”
ว่าแล้วเศรษฐีก็หยิบเมล็ดข้าวโพดขึ้นมาให้ลูกสะใภ้คนละ 5 เม็ด พร้อมกับบอกให้ดูแลรักษาให้ดี อีก 2 ปีพ่อกลับมาจะมาขอดูอีกครั้ง
วันรุ่งขึ้นเศรษฐีก็ออกเดินทาง ลูกสะใภ้ทั้ง 4 คน ต่างพากันคิดในใจ
คนที่ 1 คิดว่าพ่อ..เห็นท่าจะบ้า ให้อะไรก็ไม่รู้ ไม่รู้จะให้เก็บไว้ทำไม แล้วเธอก็โยนเม็ดข้าวโพดทิ้งไป และคิดว่า ถ้าพ่อกลับมา ก็ไปหาเม็ดข้าวโพดใหม่มาให้ดูก็ได้
คนที่ 2 ก็คิดคล้ายๆกับคนที่ 1 แต่ก็ฉุกคิดในอีกมุมหนึ่งว่า พ่ออายุขนาดนี้น่าจะมีอะไรดี อาจจะเป็นเม็ดข้าวโพดวิเศษก็ได้ ว่าแล้วก็กลืนเม็ดข้าวโพดทั้ง 5 เม็ดลงท้องไป
คนที่ 3 เป็นคนที่ว่านอนสอนง่ายกว่าใครๆ พ่อสั่งให้เก็บรักษาไว้ก็จัดการเก็บใส่กล่องรักษาไว้อย่างดี
คนที่ 4 คิดว่า ถ้าเก็บไว้เฉยๆคงไม่มีอะไรดีขึ้น จึงเอาเม็ดข้าวโพดทั้ง 5 เม็ดไปเพาะ แล้วดูแลรักษา จนงอกงามเต็มที่ได้เมล็ดข้าวโพดเพิ่มขึ้นอีก 80 เม็ด แล้วเอา 80 เม็ดเพาะปลูกต่ออีกหลายรุ่น จนครบ 2 ปีก็ได้ข้าวโพดเต็มฉาง
ครบกำหนด 2 ปี เศรษฐีก็กลับมา และเรียกลูกสะใภ้ทั้ง 4 มาขอดูเม็ดข้าวโพด ลูกสะใภ้คนที่ 1-3 ก็มีเม็ดข้าวโพดคนละ 5 เม็ดมาให้ดูอย่างครบถ้วน แต่ลูกสะใภ้คนที่ 4 ไม่เหมือนใครเธอเล่าถึงวิธีดูแลเม็ดข้าวโพดตามความเป็นจริง แล้วพาเศรษฐีไปดูฉางข้าวโพด สร้างความพึงพอใจแก่เศรษฐีอย่างมาก จึงตัดสินใจมอบกุญแจสมบัติให้สะใภ้คนที่ 4 ดูแลต่อไป
พอจบนิทานเรื่องนี้ผมก็บอกผู้เข้าอบรมว่า ตอนนี้ผมขอมอบเม็ดข้าวโพดที่ปลุกเศกจิตสำนึกความเป็นครูให้คุณครูอาชีวศึกษา คนละ 5 เม็ด อีก 2 ปีข้างหน้าผมจะมาติดตามถามข่าวอีกครั้ง แม้จะไม่มีกุญแจตู้สมบัติให้ แต่ก็จะมอบความชื่นชมยินดี ความประทับใจในจิตสำนึกของความเป็นครู ที่งอกงามจากเม็ดข้าวโพด 5 เม็ดที่ผมมอบให้ในครั้งนี้
อบรมครูอาชีวศึกษาทั่วประเทศรุ่นสุดท้ายมีเล่านิทานทิ้งท้ายตอนตอนจบ
ความเห็น
บทความในวันเดียวกัน
นงนาท สนธิสุวรรณ · 22 มิ.ย. 2553
คลื่นแห่งความรัก · 22 มิ.ย. 2553
จ่ามงกุฎ · 22 มิ.ย. 2553
เด็กดี · 22 มิ.ย. 2553
เจ้าหญิง · 22 มิ.ย. 2553
ฅนไทบ้าน · 22 มิ.ย. 2553
วิทยาศาสตร์การกีฬา มหาวิทยาลัยมหาสารคาม · 22 มิ.ย. 2553
ขอเม็ดนึงค่ะ
เอาไป 5 เม็ดเลย แต่อย่ากลืนกินล่ะ เดี๋ยวจะติดคอ
สวัสดีค่ะ