จดทะเบียนการเกิด ไม่ได้หมายถึงสัญชาติ

อันที่จริง การจดทะเบียนการเกิด กับเรื่องสัญชาติ ไม่ได้เป็นเรื่องเดียวกัน แต่พอเข้าใจว่าเป็นเรื่องเดียวกัน ปัญหาในการรับแจ้งเกิดจึงมักถูกปฏิเสธ และในที่สุด เด็กที่เกิดมา จึงไม่ได้รับการบันทึกความมีสภาพบุคคลและตัวตนในที่แห่งใดในโลก

               จดทะเบียนการเกิด ไม่ได้หมายถึงสัญชาติ

              เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับจดหมายเชิญไปร่วมงานห้องปฏิบัติการเกี่ยวกับการจดทะเบียนการเกิด สงสัยเป็นอย่างยิ่งว่า "การจดทะเบียนการเกิด (Birth Registration)" หมายถึงอะไร และเพื่อค้นหาคำตอบให้แก่ตัวเอง การเดินทางเพื่อค้นหาความรู้จึงได้เริ่มต้นขึ้น

            ระหว่างการเดินทางไปจังหวัดเชียงรายตามคำเชื้อเชิญขององค์การแพลน  ประเทศไทย อีกหนึ่งองค์กรระหว่างประเทศ ที่เข้ามาทำงานด้านเด็กไร้รัฐและไร้สัญชาติ แต่ที่น่าสนใจสำหรับองค์กรนี้ก็คือ ความพยายามในการจัดการปัญหาที่จุดเริ่มต้นของชีวิตของเจ้าของปัญหา เพราะคนเหล่านี้ ไม่ได้พูดถึง ประเด็น สัญชาติ แต่กำลังพูดถึง การแจ้งให้สังคมได้รับรู้ถึงสภาพบุคคลของเด็ก ที่กำลังเกิดมาในฐานะเจ้าของสิทธิ ตามกฎหมายสิทธิมนุษยชน

                ผมสงสัยเหลือกำลังเลยว่า เด็กหนึ่งคนเกิดมาบนโลกใบนี้ จำเป็นที่จะต้องมีเอกสารอะไรบ้างที่แสดงสถานภาพของความเป็นตัวตน (ความเป็นบุคคล) ของตน และ เอกสารที่ว่านี้ มันมีความยุ่งยาก ขนาดที่ต้องพาพวกเรามานั่งคุยกันเลยเหรอ และที่แปลกใจเป็นหนักหนาก็คือ แล้วทำไมคนที่ลุกขึ้นมาเจ้ากี้เจ้าการในเรื่องนี้ ถึงเป็นองค์การระหว่างประเทศ อย่างเช่น แพลน ประเทศไทย

            ในที่สุดเมื่อมาถึงงานซึ่งใช้ชื่อว่า โครงการสัมมนาการรณรงค์เรื่องการจดทะเบียนเด็กแรกเกิดในจังหวัดเชียงราย ได้คำตอบเบื้องต้นสำหรับคำถามที่ผมสงสัยในใจ ก็คือ เมื่อเด็กเกิดมาจะต้องมีเอกสารชิ้นแรกที่เรียกว่าหนังสือรับรองการเกิด ซึ่งเข้าใจง่ายๆว่า ก็เป็นเอกสารที่บอกว่า มีการเกิดขึ้นแล้ว หรือที่ทางราชการเรียกว่า ทร.๑/๑ ซึ่งออกโดยผู้ทำคลอด หรือ สถานพยาบาล ตามพระราชบัญญัติการทะเบียนราษฎร พ.ศ.๒๕๓๔ แต่หากเด็กเกิดโดยหมอตำแย จะทำอย่างไร หมอตำแย จะเป็นคนออกหนังสือรับรองการเกิดได้หรือไม่

                ถ้าหากเป็นเช่นนั้น จำเป็นที่จะต้องมีกระบวนการในการแจ้งการเกิดต่อบุคคลที่ได้รับการยอมรับตามกฎหมาย ก็คือ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน หรือ เดินทางไปยังอำเภอ ซึ่งก็จะได้รับ เอกสารอีกชิ้นหนึ่งก็คือ ใบรับแจ้งการเกิด  หรือที่เรียกว่า ทร๑ ตอนหน้า ซึ่งก็คือเอกสารที่บอกให้รู้ว่า ทางราชการได้รับแจ้งการเกิดแล้ว

                และในขั้นต่อมานี้เอง ทางราชการก็จะคัดกรองการให้ใบเกิด หรือ สูติบัตร ซึ่งเป็นเอกสารที่ระบุถึงการมีสัญชาติอยู่ในเอกสารชิ้นนี้ แต่เอกสารชิ้นนี้ ไม่ได้เป็นเอกสารที่ทำให้ได้สัญชาติ เพราะสัญชาติต้องเป็นไปตามกฎหมายสัญชาติ

                สิ่งที่เป็นประเด็นหลักของการปะชุมครั้งนี้ก็คือ การให้มีเอกสารชื้นที่หนึ่ง ในชีวิตก็คือ การรับแจ้งการเกิด ซึ่งหมายถึง การยอมรับความมีตัวตนของเด็กที่เกิดมาในฐานะ มนุษย์

                และที่เข้าใจอย่างแจ่มชัดก็คือ  เอกสารชิ้นนี้ ยังมีหลายคนเข้าใจว่า เป็นปัจจัยที่จะทำให้ได้สัญชาติ

                ความจริง ไม่ได้เป็นเช่นนั้น

                แต่ความไม่เข้าใจนี้เอง ทำให้ การปฏิเสธการรับจดทะเบียนการเกิด เพื่อรองรับความเป็นมนุษย์ เกิดขึ้น

                ถึงเวลาที่เราต้องเปลี่ยนแปลงความเข้าใจนี้เสียใหม่        

บันทึกนี้เขียนที่ GotoKnow โดย  ใน การแก้ไขปัญหาเด็กไร้รัฐไร้สัญชาติ



ความเห็น (4)

เขียนเมื่อ 

ในประการแรก ต้องทำความเข้าใจก่อนว่า การจดทะเบียนการเกิดในกฎหมายระหว่างประเทศคืออะไร ?

ในประการที่สอง ต้องทราบว่า สิ่งที่มีอยู่ในกฎหมายไทยนั้น มีอะไรบ้าง

ในประการที่สาม ต้องกำหนดจุดยืนว่า อะไรเป็นประโยชน์ต่อประเทศไทยมากที่สุด

จะบอกว่า Birth registration (BR) ไม่ส่งผลทำให้ได้สัญชาติไทยเลย ก็ไม่ใช่ มันมีผลต่อกันเหมือนกัน

มันยากเหมือนกันที่จะแยกออกจากงานด้านสัญชาติ อย่างที่เราเห็น เขาเซๆ ไป เซๆ มา ระหว่าง BR และสัญชาตินั่นแหละ

เขียนเมื่อ 

หนูก็เป็นคนนึงที่..เคยงงอยู่กับเรื่องการจดทะเบียนการเกิดนี้อยู่มาก ทั้งในแง่ของขั้นตอนและความสำคัญ

แต่พอได้ไปร่วมโครงการสัมมนานี้..ภาพในหัวก็ชัดขึ้นอีกมากมาย เพราะได้ฟังทั้งหลักทฤษฎีจากฝ่ายวิชาการ และแนวทางในการปฏิบัติจริงจากนายทะเบียนด้วย

ตอนนี้..หนูก็คิดเหมือนกับพี่โก๋

สิ่งที่สำคัญ คือ การปรับทัศนคติ

เขียนเมื่อ 

คุยเล่นเล่นนะครับ(เพื่อขายไอเดีย/อย่าเพิ่งว่าบ้านะครับ ) คือเราเคยดูภาพยนต์เรื่องหนึ่ง มีคนหนุ่มสาวกลุ่มหนึ่งแก้ปัญหาเรื่องคนไร้สัญชาติด้วยการตั้งชาติ ขึ้นมาใหม่  เป็นvirtual country และจดทะเบียนกับสหประชาชาติ ( ตามอายุชาติและcriteria ของ un ) เพื่อทำกิจกรรมที่พวกเขาอยากทำ อาทิรับรองการเกิด รับรองสภาพบุคคล บัญชีสวสัดิการ อื่นอื่น

 

ในทางข้อเท็จจริง เราจะพบชาติใหม่ใหม่เกิดขึ้นมากมายในรอบห้าปี-สิบปีที่ผ่านมา และบางชาติได้มีสัมพันธภาพทางการทูตกับประเทศไทยแล้วด้วย อย่างสวาซิแลนด์เป็นต้น

กลับมาในภาพยนตร์ คือเขาไปจมเรือในทะเลให้มีบางส่วนโผล่ออกมาจากน้ำและประกาศความเป็นรัฐชาติจากเสากระโดงเรือนั้น ผ่านสื่ออินเทอร์เน็ต เขามีรายได้จากการทำjurrisdiction คล้ายนoffshore country ทั้งหลาย  ออกใบอนุญาตให้บริษัททำการวิจัยในบางเรื่องที่ประเทศแม่นั้นไม่ยอมให้วิจัย โดยใช้พื้นที่ในประเทสอื่นในรูปการเช่า หรือ วิถีการทางทูต

 

ประเด็นของเราคืออย่าให้กฎหมายอยู่เหนือคน คนเป็นผู้สร้างกฎหมาย กฎหมายมีหน้าที่รับใช้คน ในประวัติศาตร์มีคนสร้างชาติมามากมาย ในปัจจุบันมีชาติใหม่เกิดขึ้นทุกห้าปี

 

ถ้ากฎหมายไม่เอื้อและอุปสรรคมากนัก ลองทำเหมือนในภาพยนตร์ดูสิครับ สร้างชาติใหม่ขึ้นมาเลยซื้อที่ดินจากพม่าหรือลาวในแม่น้ำโขง สักสิบตารางวาใช้เทคโนโลยี่ให้เป็นประโยชน์ การจัดรูปองคกรที่ดีเพียงพอ ผู้นำที่มีฐานานุรูระดับสากลอย่างคนอินเดียที่ได้รางวัลโนเบลสหกรณ์ มีธรรมนูญชัดเจนว่าชาตินี้ประเทศนี้ไม่แสวงหากำไรเพื่อชนในชาติแต่เพื่ออุดมการอะไรก็ว่าไป

 

พลิกนิดเดียวเรื่องมหาหินกลายเป็นง่ายนิดเดียว เราว่าง่ายกว่าคุณธนินทร์ซีพีไปลงทุนในจีนอีกนะ

เขียนเมื่อ 

ขออ่านด้วยคน krutoiมีลูกๆไร้สัญชาติ ไม่รู้มันเกิดมาอย่างไร ....ล้อเล่น

เป็นเด็กพม่า มอญ กระเหรี่ยง ลาว เขมร จะตั้งชาติใหม่ดีใหมคะ ก็คิดจะตั้งโรงเรียนนานาชาติเหมือนตามมหา'ลัยเขาตั้งกัน แต่กลัวสันติบาลเล่นเอา เลยยุติไว้ก่อน เป็นความรู้ที่ผู้ที่เกี่ยวข้องทางการศีกษา เช่น บริหารโรงเรียน ครู และผูปกครอง และผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย ควรรับทราบ จะได้มีการนำปัญหามาแก้ไขพร้อมๆกัน นับเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ในการแก้ปัญหา คนพลัดถิ่น คนไม่มีทะเบียนบ้าน คนไม่มีใบเกิด คนไม่มีที่มา อาศัยอยู่ริมขอบ

หมายเลขบันทึก

36837

เขียน

04 Jul 2006 @ 00:44
()

แก้ไข

05 Jun 2012 @ 00:36
()

สัญญาอนุญาต

สงวนสิทธิ์ทุกประการ
ความเห็น: 4, อ่าน: คลิก