เงินอย่าขาดกระเป๋า ข้าวอย่าขาดหม้อ คออย่าขาดสร้อย นิ้วก้อยอย่าขาดแหวน
สืบเนื่องจากค่ายจิตอาสา
ประเทืองปัญญากับพระสงฆ์
สืบเนื่องจากการร่วมกิจกรรมค่ายจิตอาสา : รวมพลคนต่างวัยหัวใจใฝ่เรียนรู้ Gotoknow จัดให้ ผู้ใหญ่ใจดีสนับสนุน ครั้งที่ ๓ ที่โรงเรียนบ้านถ้ำพริก อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ผู้เขียนได้มีโอกาสสนทนาธรรมกับพระคุณท่านพระอาจารย์นิมิต จิรธรรมโม แห่งวัดใหม่เกษตรสมบูรณ์ หมู่ที่ ๑๐ ตำบลบ้านแยง อำเภอนครไทย จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการกู้วิกฤติโรงเรียนบ้านถ้ำพริก จากการที่เห็นพระคุณท่านได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณธรรมเด็กและเป็นแกนหลักในการพัฒนาโรงเรียน เป็นครูพระประจำโรงเรียนทุกวันพุธ ผู้เขียนเห็นพระคุณท่านได้นำต้นไม้มาปลูกให้โรงเรียน จึงได้ไปนมัสการสอบถามความเป็นมา ทราบว่าท่านเป็นพระนักอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ ปลูกป่าพัฒนาวัดจนเกิดธรรมชาติที่สมดุล ท่านบอกว่าต้นไม้ถ้าปลูกเป็นแถวโดยใช้ไม้ชนิดเดียวกันจะทำให้ต้นไม้ไม่งอกงาม ต้องปลูกผสมผสานกันหลายพันธุ์ไม้เพราะจะส่งผลให้เกิดการแบ่งปันสารอาหาร เปรียบเสมือนคนเรากินอาหารอย่างเดียวตลอดเวลาย่อมเบื่อไม่อยากกิน แต่ถ้ามีอาหารหลายๆอย่างให้กินทำให้อยากกินและเกิดประโยชน์ต่อร่างกาย เมื่อมีแมกไม้สิ่งที่ติดตามมาคือสัตว์ไม่ว่าจะเป็นนก แมลง ผีเสื้อ เกิดห่วงโซ่อาหาร ผึ้งและผีเสื้อจะเป็นสื่อให้พืชได้ผสมเกสร วัดเป็นเขตอภัยทานจึงส่งผลให้ปริมาณต้นไม้และสัตว์ป่าเพิ่มขึ้น
พระคุณท่านยังได้เสนอแนะแนวคิดเพื่อสุขภาพว่าคนเราต้องกินอาหารให้เป็นยา(คนปัจจุบันกินยาเป็นอาหาร)พืชที่เรานำมาประกอบอาหารล้วนมีประโยชน์ทางยา เป็นสมุนไพรใกล้ตัว ที่เรามองข้าม ตะไคร้(ขับลม บำรุงหัวใจ) พริก(แก้ไข้ แก้หวัด) กระชาย(บำรุงร่างกาย) กะเพรา(แก้เจ็บคอ) ผลไม้ที่มีคุณค่าราคาถูก คือกล้วย ให้นำกล้วยดิบ(กล้วยเมือง) ปอกแล้วหั่นเป็นแว่นตากแดดแล้วตำนำมารับประทานแก้โรคกระเพาะอาหาร ท่านจึงโยงพันธุ์พืชที่เกี่ยวข้องการแต่งงานของไทย ที่แสดงถึงภูมิปัญญาชาวบ้านว่าจะต้องประกอบด้วยกล้วย อ้อย และมะพร้าว นับว่าเป็นกุศโลบายในการสร้างครอบครัว ให้มีอาหารที่เป็นประโยชน์ในการดำรงชีวิตในอนาคต
กล้วย เป็นพืชที่เป็นอาหาร ทุกส่วนของต้นกล้วยใช้ประกอบอาหารได้หมด เช่น หยวก หัวปลี ผล ส่วนอื่นนำไปใช้ประโยชน์ได้อีกเช่นเปลือกนำไปทำเชือก ใบห่อขนม ทั้งยังเป็นยารักษาโรค
อ้อย เป็นพืชที่ให้พลังงาน ให้น้ำตาล ทำให้สดชื่น
มะพร้าว เป็นอาหารและเป็นยา เนื้อมะพร้าวใช้เป็นอาหาร เช่น ทำกะทิ ที่ทำเป็นยาก็เคี่ยวเป็นน้ำมันมะพร้าว
จะเห็นว่าคนโบราณนั้นพบสิ่งใดที่ไม่ดีเขาจะไม้ให้ลูกหลาน คำสอนที่สะดุดใจผู้เขียนที่อยากให้ทุกท่านที่อ่านนำไปใช้ จะเป็นมงคลแก่ชีวิตว่า
“ ตื่นเช้า ให้ใช้รอยยิ้มล้างหน้า ใช้มธุรสวาจาล้างปาก
ใช้เหงื่อล้างความจนยาก แล้วหาธรรมะสักข้อมาปฏิบัติ”
วิธีการสอนของพระอาจารย์นิมิตร จิรธรรมโม ท่านจะใช้สื่อประกอบสมกับที่เป็นครูพระท่านมอบกำไรให้ผู้เขียน ท่านบอกแบมือไว้แล้วก็หยิบกำไลจากย่ามใส่ออกมาแล้วเป่าคาถาใส่กำไล พร้อมกล่าวว่านี่เป็นกำไรชีวิต เมื่อได้รับแล้วห้ามด่า ห้ามบ่น มนต์พระอาจารย์จะเสื่อม แสดงให้เห็นว่าสันติวิธีในการอยู่ร่วมกันนั้นต้องเรียนรู้ที่จะสงบกาย วาจา ใจ สิ่งหนึ่งที่ผู้เขียนนำมาเชื่อมโยงกับการบริหาร พระคุณท่านให้ผู้เขียนแสดงนิ้มมือทั้งห้านิ้ว แล้วถามว่าแต่ละนิ้วมีความสำคัญต่อการบริหารคนอย่างไร ซึ่งผู้เขียนก็ตอบไปตามความคิดเห็นของตนเองซึ่งก็ตรงบ้างไม่ตรงบ้าง ผู้เขียนไม่สนใจคำตอบของตนเองเท่าใดนัก เพราะคิดว่าพระอาจารย์จะต้องมีปริศนาธรรมบอกแน่นอน อีกอย่างถ้ารู้ก่อนก็ไม่น่าสนใจที่จำจำและนำไปใช้ พระคุณท่านได้บอกว่านิ้วมือทั้งห้านั้นมีความแตกต่างกัน ทั้งรูปร่าง ขนาดและความสามารถ ดังนี้
นิ้งโป้ง หมายถึง คนเก่ง คนเข้มแข็ง กล้าได้กล้าเสีย ลุยงาน
นิ้วชี้ หมายถึง บุคคลที่มีความรู้ เป็นนักวิชาการ จอมข้อมูล จอมหลักการ ดังคำกล่าวที่ว่าไม่รู้ไม่ชี้
นิ้วกลาง หมายถึง บุคคลที่เป็นนักประสานงาน รักความยุติธรรม มีความเป็นกลาง
นิ้วนาง หมายถึง บุคคลที่รักความสวยงาม มีอารมณ์สุนทรี ที่ละเอียดอ่อน
นิ้วก้อย หมายถึง บุคคลที่มีความเพียรพยายาม ชอบอยู่แนวหน้าในการทำงาน
จะเห็นว่านิ้วทั้งห้านั้นจะต้องเกี่ยวข้อง ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เหมือนองค์กรที่มีทรัพยากรที่แตกต่างกัน ผู้บริหารจึงเปรียบเสมือช่างร้อยมาลัยต้องนำดอกไม้หลากสีมาร้อยให้เกิดความสวยงามท่ามกลางความแตกต่าง

บทสรุปในการบริหารโรงเรียน ผู้บริหารโรงเรียนต้องเข้าไปสร้างสัมพันธภาพที่ดี อย่างล้ำลึก เป็นให้ได้ทั้งผู้ใหญ่บ้านและเจ้าอาวาสวัดและอย่าได้เป็นไปตามคำต้องห้ามที่ว่า “ อย่าทะเลาะกับพระ ปะทะกับนาย ตายลูกเดียว”
ทิ้งท้ายท่านพระอาจารย์นิมิตร จิรธรรมโม ท่านบอกว่าคนที่พอเพียงและพอกินจะต้อง " เงินอย่าขาดกระเป๋า ข้าวอย่าขาดหม้อ คออย่าขาดสร้อย นิ้วก้อยอย่าขาดแหวน" ขอให้ทุกท่านเป็นไปอย่างพอเพียงและพอดีตามพระอาจารย์บอกทุกท่านทุกคนเทอญ



สวัสดีค่ะ
ขอบคุณน้องบุษรา
กีฬามัน ขันได้อารมณ์ครับ
รูปนี้ถ่ายได้ปลอดภัย ดูเป็นเด็กขึ้นนะครับ
ท่านพี่ ผอ. สุดยอด เขียนบทความอ่านได้สาระดีมาก สมเป็นนักเขียนเลยนะคะ ได้ข้อคิดหลายอย่าง ตั้งแต่เรื่องพอกิน เงินอย่าขาดกระเป๋าฯลฯ และตื่นเช้าขึ้นมา ไม่ให้เอาเหล้าล้างหน้าเหมือนคนบางคน ให้ใช้รอยยิ้มล้างหน้า โปรยยิ้มเลยหรือคะ เขาไม่ว่าบ้าแน่นะ ล้อเล่นคะ ธรรมะสักข้อก็คง ขยันหมั่นเพียร สู้และซ่าจนหยดสุดท้าย ไปหละคะ ขอบคุณนะที่ไปเยี่ยมสุคะ จะมีใครเอากำไร มาให้ได้ กำไรชีวิตอีกไหมหนอ
ดูซิยะ เขา กล้ว กลัว ยะ กลัวอะไร 555555
ตื่นเช้าเอาน้ำเหล้าล้างหน้ามีแต่คนอกหัก
ขอบคุณเรื่องเล่าดีๆค่ะ...ไปเข้าค่ายเยาวชนได้ธรรมะมาด้วยนะคะ..
สวัสดีค่ะ อ.พรชัย
ตามมาดูค่ายจิตอาสา
อาจารย์คงสบายดีนะคะ
ขอบคุณ คุณนานา
ไม่ได้อ่านงานเขียนคุณนานานานแล้ว จะตามไปอ่านครับ
สบายดีครับ คุณนานาคงมีความสุขสบายดีนะครับ
สวัสดีค่ะ
สนทนาธรรมแบบกันเองกับพระอาจารย์แล้วได้ข้อคิดดีๆมาแบ่งปันอย่างนี้ ทำให้ไม่เครียดค่ะ คืออ่านแล้วสบายๆสามารถนำไปปฏิบัติได้ด้วยความสบายใจ
ขอบคุณกับบันทึกนี้นะคะ
เดี๋ยวดูบอลต่อค่ะ
สวัสดีครับ ท่านผอ.
"คนพอเพียงทั้งใจและกาย พอเพียงทั้งการพูดและการกระทำเป็นบุคคลที่น่ายกย่องที่สุด"
มารายงานตัวต่อ ผอ.ว่ายังอยู่ ระลึกถึงเสมอ
สวัสดีคะ
โชคดีมากคะที่ได้มาอ่านบันทึกนี้
อ่านแล้วเหมือนได้ไปร่วมกิจกรรมด้วยนะคะ
ได้สาระประโยชน์กับชีวิตมากคะ
ขอบคุณมากนะคะ
สวัสดีครับอาจารย์
แวะเวียนไปทำธุระมาหลายที่หลายทาง
กว่าจะได้กลับมา ปรากฏว่าแต่ละคนไปถึงไหนต่อไหนแล้ว
ตามมาไล่อ่านบันทึกครับ...
ขอบคุณเรื่องเล่าที่ดีมากๆเลยค่ะ ภูมิปัญญา ดั้งเดิม ดีสุดแล้วนะคะ
วันนี้มีพิธีไหว้ครูหลายโรงเรียน..พี่ใหญ่นำดอกเข็มมาคารวะ ผอ.พรชัยและครูรร.ไทยรัฐวิทยา ๖๓ ด้วยบันทึกนี้ค่ะ..
http://gotoknow.org/blog/nongnarts/367199
ขออนุโมทนาบุญด้วยครับ คงประเทืองปัญญาได้บ้างนะครับ
ครูจ่อยเป็นนักสืบค้นข้อมูลตัวยง เก็บข้อมูลครูจูหลิงมาเล่าให้ครู
เห็นคุณค่าความเป็นครูมากขึ้น
ขอบคุณ คุณเบดูอิน
ยังฮักแพงกันเหมือนเดิมนะครับ สบายดีบ่
ผมเพิ่งหัดเขียนเรื่องเล่าครับ ยังไงก็แนะนำบ้างนะครับ