ขอบคุณกรณีศึกษาที่ผู้ปกครองสังเกตและฝึกทักษะการเล่นและเคลื่อนไหวแขนขาหลังจากลดเกร็งของลูกสาววัยห้าเดือนจนสามารถเข้าใจและหาแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องโดยปรึกษานักกิจกรรมบำบัด และติดตามผลปรับโปรแกรมภายใน 6 สัปดาห์

ผู้ปกครอง: น้องคลอดปกติ และคุณหมอบอกว่าสมบูรณ์ดี แต่ประมาณ 3 เดือน รู้สึกว่าลูกไม่ค่อยเคลื่อนไหวแขนขา แต่คุณหมอก็บอกเพียงว่าพัฒนาการช้า ต้องกระตุ้นยืดกล้ามเนื้อและส่งต่อนักพัฒนาการ จนประมาณ 5 เดือน ลูกไม่ดีขึ้น จึงพบว่า ลูกมีสภาวะสมองพิการ และได้แนะนำให้พบนักกิจกรรมบำบัด นักพัฒนาการ นักกายภาพบำบัด แต่รู้สึกผิดหวังกับทางการแพทย์ และบังเอิญอ่านข้อมูลจาก Blog ของ ดร.ป๊อป จึงนัดหมายมาให้ตรวจ และขอบคุณ ดร. ป๊อป มากที่ไม่คิดค่าใช้จ่ายและเร่งนัดหมายให้มาตรวจประเมินทันที

ดร.ป๊อป: ผมได้ตรวจประเมินการพัฒนาของเด็ก พบว่า มีการเรียนรู้ ยิ้ม ส่งเสียงโต้ตอบ กับผู้คนได้ดี แต่การเคลื่อนไหวแขนขาค่อนข้างช้า เพราะมีอาการเกร็งระดับหนึ่ง กล้ามเนื้อในการชันคอดีในท่านอนคว่ำและหงาย แต่ยังไม่มีการฝึกในท่านั่งมากนัก มือกำแน่นและมีความตึงตัวไม่สมมาตรกันทั้งข้างซ้ายและขวา (พัฒนาการติดอยู่ในปฏิกิริยาอัตโนมัติระดับก้านสมอง) การมองเห็นแสงได้ดี แต่ไม่แน่ใจว่าสายตาเลือนรางหรือไม่ คงปรึกษาจักษุแพทย์เพิ่มเติม สำหรับการฝึกกิจกรรมบำบัดเพื่อทักษะการทำกิจกรรมการเล่นด้วยแขนขาตามการพัฒนาและการเรียนรู้ของเด็กนั้น ผมจะออกแบบโปรแกรมไม่เกิน 5 ท่า เพื่อให้ผู้ปกครองนำไปฝึกอย่างต่อเนื่องทุกวัน อย่างน้อย 4 รอบต่อวัน มีการพักเล่นเพื่อให้เด็กผ่อนคลายระหว่างรอบการฝึกได้ ผมจะนัดหมายมาปรับโปรแกรมและติดตามผลอาทิตย์ละ 1 ครั้ง นาน 6 สัปดาห์

ผู้ปกครองสังเกตและทบทวนท่าทางต่างๆ ที่ผมสาธิตกับเด็ก 5 ท่าทาง ได้แก่

1. กิจกรรมนั่งจับของเล่น ให้ใช้ของเล่นหนึ่งอย่างเพื่อมุ่งความสนใจของเด็ก โดยตั้งหรือแขวนบนราวหน้าเด็ก (ผู้ปกครองนำของเล่นที่ใช้จริงที่บ้านมาฝึกด้วย) จับนั่งในท่าขัดสมาธิหรือท่านั่งบนเข่าผู้ปกครองให้เด็กแตะเท้าลงน้ำหนักทั้งสองข้าง จากนั้นค่อยๆ ยืดแขนทีละข้าง ชูเหนือศรีษะ แล้วเอื้อมมือไปแตะของเล่นข้างหน้า ทำสลับกับอีกข้าง ไม่เกิน 6 ครั้ง โดยสังเกตว่า ไม่ให้เด็กร้องไห้มากนัก หยุดพักในข้อ 5 ได้

2. กิจกรรมจับเด็กบิน ให้จับเด็กงอขาเข้าเอวผู้ปกครอง แล้วประคองตัวเด็กในท่าซุปเปอร์แมน โยกไปข้างหน้าพร้อมเอื้อมแขนทั้งสองข้างช้าๆ ในจังหวะศรีษะเด็กเฉียงลงกับพื้น 45 องศา ทำไม่เกิน 6 ครั้ง (อาจใช้โยกบนบอลได้) โดยสังเกตว่า ไม่ให้เด็กร้องไห้มากนัก หยุดพักในข้อ 5 ได้

3. กิจกรรมนอนผ่อนคลาย ในท่านอนหงาย ให้จับขาเด็กงอเข้าหาลำตัวพร้อมโยกสะโพกไปด้านข้างตั้งฉากกับขาและข้อเท้า โยกช้าๆ กึ่งหมุนตัวเด็กไปด้านข้างเพื่อให้เด็กผ่อนคลาย เปิดเสียงดนตรีผ่อนคลายหรือผู้ปกครองร้องเพลงได้ ค่อยๆ นวดแขน ขา โดยไม่สัมผัสหน้าท้อง แขนด้านใน ฝ่ามือ และฝ่าเท้า เพราะจะกระตุ้นเกร็งได้ จับแขนเหยืยดทีละข้างช้าๆ ไม่เกิน 6 ครั้ง โดยสังเกตว่า ไม่ให้เด็กร้องไห้มากนัก หยุดพักในข้อ 5 ได้

4. กิจกรรมนอนคว่ำลงน้ำหนักฝ่ามือ ในท่านอนคว่ำของเด็ก ปล่อยให้นอนสบายๆ จากนั้นผู้ปกครองค่อยๆ ลูบหลังมือเด็กแล้วแบมือให้ฝ่ามือลงน้ำหนักบนเบาะพร้อมข้อศอก ค้างสักพักไม่เกิน 10 วินาที แล้วค่อยๆจับตั้งคลานโยกช้าๆ ค้างสักพักไม่เกิน 10 วินาทีโดยสังเกตว่า ไม่ให้เด็กร้องไห้มากนัก หยุดพักในข้อ 5 ได้

5. กิจกรรมอุ้มผ่อนคลาย  อุ้มเด็กในท่าสบายๆ โดยอุ้มเด็กหันหน้าออกจากลำตัวผู้ปกครองให้สะโพกตั้งฉากและแขนเหยียดขางอ หยุดพักและเล่นหลอกล่อโดยเน้นไม่ส่งเสียงก่อน แต่นำสิ่งของที่กระทบแสงวาววับได้หรือให้ฉายไฟเล็กๆ ส่องไปที่สิ่งของเล่น จากนั้นเมื่อเด็กหันหน้ามองมาที่สิ่งของ ก็ค่อยส่งเสียงของเล่นหรือผู้ปกครองส่งเสียงกับเด็ก เพื่อสะท้อนให้เด็กแยกแยะระบบการเรียนรู้ผ่านการมองเห็นกับการได้ยิน

ผู้ปกครองนำกลับไปฝึกต่อที่บ้าน แล้วนัดหมายผมเพื่อดูความก้าวหน้าอีกครั้งในสัปดาห์หน้า