“ความสุขจากการทำงานของเขาไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางของความสำเร็จของงาน แต่อยู่ระหว่างการทำงานต่างหาก”

         บันทึกนี้ต่อจากบันทึกที่แล้ว   เมื่อเจ้าหน้าที่สาธารณสุขทำหน้าที่เป็นโค้ช  คอยให้คำชี้แนะ  และกำลังใจให้กับอสม.ซึ่งรับหน้าที่เป็นผู้เล่น   คราวนี้ก็คงต้องหันมามองว่า  แล้วทีมผู้เล่น  จะเล่นตามเกมที่โค้ชวางไว้อย่างไรให้ชนะ  ใครจะเป็นฝ่ายรุก  ใครจะเป็นฝ่ายตั้งรับ  และใครจะเล่นเป็นผู้ที่คอยสนับสนุนและให้กำลังใจ   ทำให้เกมเดินไปข้างหน้า  เพื่อให้ได้ผล Win Win Win  ตามความต้องการของโค้ช  ( ที่หยิบยื่นโอกาสให้ผู้เล่นๆได้ตามบทบาทอย่างเต็มที่)  และถูกใจท่านผู้ชม

        เปรียบผู้เล่นแต่ละคนในเกมกีฬา  เหมือนการทำงานของ อสม.  บันทึกนี้ผู้เขียนขอนำแนวคิดในการทำงานของแต่ละคนมาเล่าสู่กันฟัง  ว่าเขาเหล่าทำงานอย่างไร มีเทคนิคพิเศษอะไรบ้างที่แต่ละคนต่างนำมาใช้  เพื่อให้สามารถเข้าถึงชาวบ้าน    และสุดท้ายเป็นที่ยอมรับ  ซึ่งพอจะจับประเด็น ได้ดังนี้ ลองตามอ่านดูนะคะ 

       

        โดยเริ่มด้วยคำถามแรก...

อะไรคือความภาคภูมิใจที่เขาเหล่านั้นได้ทำให้กับชุมชน   ซึ่งแต่ละคนจะพรั่งพรูเล่าออกมา   แต่พอจะสรุปความได้ดังนี้

©     ภูมิใจ...ที่ได้ช่วยคนที่ติดเชื้อเอดส์ในชุมชน  ยอมรับว่าตัวเองเป็นและพร้อมที่จะเข้ารับการรักษา  ซึ่งทำให้คนไข้สามารถมีชีวิตได้จนถึงปัจจุบัน

©     ภูมิใจ...ที่ได้ช่วยผู้ที่มีปัญหาด้านจิตเวช  เข้ารับการรักษาและสามารถกลับมาทำมาหากินเลี้ยงตัวเองได้ในชุมชน

©     ภูมิใจ...ที่ชักชวนและชี้แนะให้ชาวบ้านหันมาปลูกผักปลอดสารพิษกินเองในหมู่บ้าน

©     ภูมิใจ... ที่สามารถให้คำแนะนำเรื่องสุขภาพชาวบ้านได้  และเป็นที่ยอมรับ

©     ภูมิใจ... ที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขเชื่อใจ และไว้วางใจในการทำงาน

©     ภูมิใจ...ที่สามารถเอาความรู้ที่ได้จากการเป็น

 อสม. ไปดูแลคนในครอบครัวได้

          และสุดท้าย  คือ ภูมิใจที่ได้เป็น อสม.

 

           ต่อมาเป็นโจทย์ข้อที่ 2...

อะไรเป็นปัจจัยที่ทำให้ไปถึงจุดนั้น   ซึ่งมีปัจจัยมากมายที่เขาเหล่านั้นนำมาใช้  เช่น

©     หมั่นพัฒนาตัวเอง   ใฝ่หาความรู้สม่ำเสมอ 

©     เรียนรู้จากการลงมือทำ  เมื่อได้เรื่องใหม่ๆมาก็จะนำมาบอกต่อกับชาวบ้านและลงมือทำเลย

©     ให้ความร่วมมือกับทุกภาคส่วนในชุมชน

©     หมั่นเข้าไปเยี่ยมเยือนชาวบ้าน

©     มีความสามัคคี  ทำงานเป็นทีม

©     ใจดี  เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่

©     ครอบครัวเข้าใจ

©     กล้าคิด  กล้าทำ

©     มีจิตอาสา  เสียสละ  ทำงานโดยไม่หวังผลตอบแทน

©     การได้รับโอกาสจากเจ้าหน้าที่และเพื่อน อสม.ด้วยกัน

©     อดทน

©     ต้องหมั่นประสานงาน

©     ผู้มีอิทธิพลในหมู่บ้านร่วมมือ  สนับสนุนเช่น กำนัน        

และคำถามสุดท้าย...  คือ

แล้วทำอย่างไร   ซึ่งแต่ละคนจะมีวิธีคล้ายๆกัน  ซึ่งพอจะจับประเด็นได้ดังนี้

ต้องสร้างการยอมรับ  โดยยึดหลัก...

1.  การสร้างศรัทธา  ด้วยการหมั่นเข้าหาชาวบ้าน  เยี่ยมเยือนถามทุกข์ สุข  และยื่นมือให้ความช่วยเหลือเท่าที่ทำได้

2.  อดทน   ที่จะทำงานหนัก  เพราะเวลากลางวัน อสม.เหล่านี้ต้องทำงานหาเลี้ยงชีพ   แต่กลางคืนมาประชุมเพื่อทำงานให้ชุมชน

3.  มองโลกในแง่ดี  ทุกความคิดทุกการกระทำ  เพื่อประชาชน

4.  จิตอาสา ทำงานโดยไม่หวังค่าตอบแทน

         ค่อยๆทำค่อยๆปรับ เพราะทุกอย่างต้องอาศัยเวลา  เพราะเมื่อชาวบ้านยอมรับแล้ว  ขั้นต่อไป คือ

การสร้างความร่วมมือ  โดยยึดหลัก...

 1.  การทำงานเป็นทีม  เสมอภาค เคียงบ่าเคียงไหล่ระหว่างเจ้าหน้าที่ กับ อสม. 

2.  แบ่งงานตามความถนัด

3.  การให้โอกาสไม่ปิดกั้น

4.  อสม.รุ่นพี่คอยแนะนำและให้กำลังใจรุ่นน้อง

5.  สร้างความสัมพันธ์กับชาวบ้าน  เป็นกันเอง

6.  การคืนข้อมูลด้านสุขภาพ  สิ่งแวดล้อม  สังคม  ให้ชาวบ้านได้รับรู้เกี่ยวกับพื้นที่ตัวเอง  

การก้าวข้ามอุปสรรค 

       อ้ายอ๊อดผู้ที่ทำหน้าที่เป็นโค้ช  บอกว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาทุกงาน/โครงการ ที่มาลงที่ ต.ออนใต้มักได้ผล  เพราะ อสม.เหล่านั้นเขาเล่นตามเกม   ทำตามแผนที่วางไว้ร่วมกัน   และทุกครั้งหลังทำงานก็จะมานั่งล้อมวงคุยกันอย่างมีความสุข   ถึงแม้บางครั้งจะมีอุปสรรค ฝนจะตก  ไฟจะดับ ก็ตาม   เพื่อทบทวนร่วมกันว่า ...

  • เขาเริ่มลงมือทำจากอะไร

  • และมีปัญหาตรงไหน

  • แล้วแก้ไข..  ก้าวผ่านมาอย่างไร

  • ผลที่ได้ตามที่เราหวังหรือไม่

                             

         ผู้เขียนฟังแล้วรู้สึกไม่แปลกใจเลยว่าทำไมทุกงาน/โครงการเมื่อมาลงที่ ต.ออนใต้แล้วสำเร็จ  ...

        เพราะ อสม.ออนใต้  นำกระบวน การจัดการความรู้มาใช้ในการทำงานตั้งนานแล้วโดยไม่รู้ตัว  จึงไม่แปลกเลยที่เขาเหล่านั้นจะบอกว่า... 

“ความสุขจากการทำงานของเขาไม่ได้อยู่ที่จุดหมายปลายทางของความสำเร็จของงาน   แต่อยู่ระหว่างการทำงานต่างหาก”    

                   

ขอบคุณค่ะ