“ตัวเองทำหน้าที่เหมือนโค้ช แต่ผู้เล่นจริง คือ อสม.”

          คุณสุรพันธ์  พัฒนพงษ์   หรือ  “อ้ายอ๊อด” หัวหน้าสถานีอนามัย ต.ออนใต้  อ.สันกำแพง จ.เชียงใหม่  บอกว่า  “ตัวเองทำหน้าที่เหมือนโค้ช  แต่ผู้เล่นจริง คือ อสม.”  บันทึกนี้จึงขอเริ่มที่โค้ชก่อน  ว่ามีการวางแผนการเล่นอย่างไร   ทำให้ผู้เล่นเป็นทีมที่เข้มแข็ง  และเล่นไปทิศทางเดียวกัน 

คุณสุรพันธ์  โค้ช ของ อสม.ตำบลออนใต้

         อ้ายอ๊อด  บอกว่า  ปัจจัยหลักในการทำทีมเพื่อให้เล่นแล้วชนะ  คือ

1.  ปรับแนวคิดใหม่  ในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพให้มองที่ “สุขภาวะ  แทน สุขภาพ”  ซึ่งจะชัดและง่ายกว่า

2. ปรับกระบวนการทำงานใหม่แบบสร้างสรรค์   ให้คิดว่า  …

2.1    เจ้าหน้าที่ของรัฐที่มาทำงานในพื้นที่  เป็น พวกเวียนว่าย   ทำงานแล้วก็จากไป  ชาวบ้านเราเป็น พวกตายเกิด   เพราะเราเกิดที่นี่  อยู่ที่นี่  ฉะนั้นคนที่จะทำเรื่องการส่งเสริมสุขภาพให้ชาวบ้านที่ดีที่สุด  คือ ชาวบ้าน  หรือ อสม.นั่นเอง   และเจ้าหน้าที่ก็ควรปรับบทบาทตัวเองใหม่ จากการเป็นผู้เล่น  ควรมาเป็นโค้ช  ที่คอยให้คำแนะนำและสนับสนุน

2.2    ปรับสัมพันธภาพที่ดีกับชุมชน  เพื่อสร้างการยอมรับ เข้าถึง  ศรัทธา   เชื่อใจกันและกัน  เริ่มด้วยวัฒนธรรมเรียบง่าย  คือ การไหว้  เพราะจะทำให้เกิดความรู้สึกดีๆทั้งผู้ไหว้และผู้ถูกไหว้  เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการที่จะทำงานร่วมกัน

2.3    การหาผู้นำการเปลี่ยนแปลง  ซึ่งต้องเป็นผู้ที่เปิดใจ  คิดบวก  แล้วจึงแบ่งหน้าที่ตามถนัด  เพราะแต่ละคนมีต้นทุนของความรู้  ความคิดไม่เหมือนกัน  โดยการ...

  • พยายามทำให้เขาเหล่านั้น  เป็นที่ยอมรับของชาวบ้าน  เป็นคนเก่งเป็นแชมป์ 

  • และที่สำคัญ คือ ต้องสร้างคนเก่งสร้างแชมป์ขึ้นมาให้มากๆ  เพื่อให้ช่วยกันลดแรงต้านในสังคม

  • ต้องเปิดโอกาสให้เขาเหล่านั้นได้ลงมือทำงานให้มากๆ    เพื่อให้เกิดความชำนาญ  สุดท้ายเมื่อมองหาผลลัพธ์  ทำๆ  เล่นๆ บ่อยๆ  เดี๋ยวก็เก่ง  ได้ผลจริง

3.  ต้องยึดหลัก  Win  Win Win

  • Win ตัวที่ 1  เจ้าของงาน /โครงการ ต้องได้

  • Win ตัวที่ 2  ทุกงาน /โครงการประชาชนต้องได้ประโยชน์

  • Win ตัวที่ 3 ทำอย่างไรให้ผู้เล่น  คือ อสม.ได้รับสิ่งตอบแทนบ้าง

 

       อ้ายอ๊อด... บอกว่าทุกทฤษฏีที่สอนการทำงานเป็นทีมล้วนดีหมด   แต่ที่ดีที่สุด  คือ ทำอย่างไรให้คนเราหันมาพูดจากันดีๆ  พูดแต่สิ่งที่เป็นประโยชน์  สร้างสรรค์  เพราะคิดว่าหัวใจของการเรียนรู้  อยู่ที่การเข้ามาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกันนั่นเอง

        นั่นหมายถึงว่า  ในการเล่นกีฬา/ทำงาน  บางครั้งการที่โค้ชวางแผนไว้แล้ว  ว่าผู้เล่นต้องเล่นอย่างนั้น  อย่างนี้  เพื่อให้ได้ชัยชนะ   แต่เมื่อเวลาลงสนามจริงกลับไม่สามารถเล่นไปตามแผนที่วางไว้   จึงจำเป็นที่โค้ชต้องขอเวลานอกเพื่อปรับแผนการเล่นไหม   และที่สำคัญ คือต้องเชิญผู้เล่นมาร่วม ลปรร.ร่วมกัน  เพราะอย่าลืมว่า  ชัยชนะทุกอย่างไม่ได้ขึ้นอยู่กับคนใดคนหนึ่ง   แต่เป็นเรื่อง ของการทำงานเป็นทีมต่างหาก

         ท่านผู้อ่านเห็นด้วยกับ "อ้ายอ๊อด"ไหมคะ ??

"ทุกคนมีคุณค่า...

เพียงแต่มีโอกาสแสดงคุณค่าไม่เท่ากัน"

ขอบคุณค่ะ