ในสามวันแรก บางคนมองออกไปนอกถนนอยากกลับบ้านมาก บางคนอยากสั่ง pizza
Day 10 ดีใจจังวันนี้เป็นวันสุดท้าย รู้สึกชื่นชมตนเองว่า "ทำได้" และคิดถึงบ้านใจจะขาด ช่วงเช้าก็ทำทุกอย่างเป็นปกติเหมือนเดิม แต่หลังจากนั่งอธิษฐานบารมีแล้ว พระอาจารย์ก็ได้สอนการแผ่เมตตาให้ จนถึง 10 โมง "กฎเงียบ" ก็ได้ถูกยกเลิก ทุกคนก็เดินไปยังอาคารด้านหน้าเพื่อจะไปรับของคืน อย่างแรกคือ โทรศัพท์ เย้ และทำการชำระค่าเสียหาย ก็ค่าซักผ้านั่นเอง มีการรับบริจาคสำหรับการอบรมรุ่นต่อไป หรือ เพื่อการสร้างศูนย์ฯ ฉากกั้นระหว่างเขตชาย และหญิงก็ถูกเอาออก สามารถพูดคุยกันได้ แต่ยังไม่ให้ถูกเนื้อต้องตัวกัน แม้เป็นเพศเดียวกัน พอโทรศัพท์หาที่บ้านเสร็จก็รู้สึกดีขึ้น มีความสุขขึ้นมากเลย
กลางวันนี้มีการเลี้ยงไอศกรีมกะทิรวมมิตรด้วย อร่อยมากๆ เราก็เลยได้เริ่มคุยกับน้องแหม่ม ที่นอนและนั่งทานข้าวข้างกัน เราก็สงสัยทำไม ไม่ค่อยมีคนกินอาหารเย็นเลย ชอบกินขนมปังกันเหรอ ก็พบว่า หลายๆ คนไม่รู้ว่า ต้องมีการลงชื่อขออาหารเย็น จากการคุย โดยส่วนใหญ่ จะคิดถึงบ้านกันมาก ในสามวันแรก บางคนมองออกไปนอกถนนอยากกลับบ้านมาก บางคนอยากสั่ง pizza อืม มีคนคิดเยอะกว่าเราอีก อิ อิ ตามทางเดิน ก็เห็นจับกันเป็นกลุ่มคุยกันแต่เรายังรู้สึกแปลกๆ ที่จะต้องพูด รู้สึกชอบความเงียบที่เจอมาก ก็เลยเดินถ่ายภาพที่ประทับใจเพื่อนำมาshare ในblog ...ต้องขอใช้เวลาปรับตัวกับการใช้เสียงสักนิดนึงก่อน
13.00 - 14.00 น. เป็นช่วงที่ขายหนังสือ และ CD ก็ได้ซื้อมานิดหน่อย เพื่อตนเองและคนอื่น
14.30 - 16.30 น. ปฏิบัติที่ห้องรวม แล้วก็มีการปัจฉิมนิเทศ แนะนำการฝึกวิปัสสนาเมื่อต้องกลับไปบ้าน และที่ทำงาน
18.00 - 19.00 น. ปฏิบัติ ที่ห้องรวมเช่นเดิม
19.00 - 20.30 น. ธรรมบรรยายวันนี้เป็นเรื่องของประโยชน์การทำวิปัสสนาและการกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิม โดยให้มีการนั่งเอง 1 ชั่วโมงตอนเช้า และ 1 ชั่วโมงในตอนเย็น ทุกครั้งต้องมีการแผ่เมตตาด้วย พอกลับมาที่เรือนพัก ก็มีการคุยกันต่อจนดึก แต่ตนเองไม่ไหว ง่วงมาก เคยชินกับการนอนสามทุ่มเนอะ
Day 11 เช้า ตี 5 ถึง 6 โมงครึ่งมีการปฏิบัติรวม และการแผ่เมตตา จากนั้น ก็แล้วแต่ว่า จะกินข้าวหรือไม่ แต่ตนเองนัดครอบครัวมารับไปทานข้าวเช้าด้วย เย้ ดีใจจังเลยได้กลับบ้านแล้ว นั่งรถออกมาก็ดูแปลกๆๆ และแล้วก็มานั่งรับข่าวสารต่างๆ มากมาย เลยเข้าใจว่า ชีวิตเรานี่รับเลือกที่จะรับ "ขยะ" เข้ามาในชีวิตมากมายเหลือเกิน

